ใจคนละเบอร์!! ปูตินสั่งพักรบ ๓๖ ชม.ของขวัญคริสต์มาสชาวออร์ธอดอกซ์ เมินเซเลนสกี้ปฏิเสธไม่รับ เผยธาตุแท้นีโอฯ

0

ปูตินประกาศพักรบช่วงคริสต์มาสหลังศาสนจักรรัสเซียขอร้อง ด้านเครมลินเปิดเผยการหยุดยิงทั่วยูเครนตั้งแต่เที่ยงวันศุกร์จนถึงเที่ยงคืนวันเสาร์นี้ เป็นของขวัญคริสต์มาสแต่ชาวออธอร์ดอกซ์ไม่เลือกทั้งยูเครนและรัสเซีย ขณะที่เซเลนสกี้ไม่สน อ้างไม่ไว้ใจเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ เมกาก็อึ้งเพราะโฆณารัสเซียเป็นคอมมิวนิสตฺ์ และถือหางเซเลนสกี้ไม่เชื่อว่าจริงใจ หาว่ารัสเซียหลอกลวง เป็นกับดัก

ปูตินทำอะไรเหนือคาดหมายเสมอ การพักรบทำได้เพราะฝ่ายรัสเซียเหนือกว่าในทุกด้าน ปิดประตูแพ้อย่างชัดเจนตลอดเวลากว่า ๑๐ เดือนแห่งสงครามตัวแทนในยูเครนทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียกำลังพล แต่ยูเครนสะบักสะบอมสูญเสียยับเยิน สภาพทุกวันนี้ก็เป็นอัมพาตในหลายเรื่อง ทั้งฐานบัญชาการทางทหารในจุดยุทธศาสตร์สำคัญถูกทำลายยับ ศูนย์ซ่อมและส่งกำลังบำรุงก็โดนถล่ม ไฟฟ้าขาดแคลนจนชาวบ้านอพยพหนีลี้ภัยกันทุกวัน ไม่ว่าสื่อตะวันตกจะพยายามโหมโฆษณาว่ารัสเซียจะแพ้อย่างใด ภาพความจริงมันฟ้อง วันนี้ ๔ แคว้นผนวกรวมกับรัสเซียแล้ว ความเหนือกว่าทั้ง ๓ เหล่าทัพของรัสเซียปรากฎเด่นชัด อาวุธเทพที่ว่าแน่ของเมกาและนาโต้โดนปราบเรียบ ทำให้ทั้งสหรัฐฯและนาโต้ไม่กล้าส่งอาวุธขั้นสูงลุยรัสเซียโดยตรง ส่งแต่อาวุธรุ่นเก่า และระดับสองให้ยูเครนสู้กับรัสเซียซึ่งก็เห็นผลแล้วว่ายับเยินแค่ไหน ทำให้เซเลนสกี้ต้องอาละวาดไปทั่วให้ส่งอาวุธและเงินมาช่วยในทันที

วันที่ ๖ ม.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์แและสปุ๊ตนิกรายงานว่า ประธานาธิบดีปูติน สั่งให้กองทัพรัสเซียยุติการสู้รบในยูเครนเป็นเวลา ๓๖ ชั่วโมง  หลังจากก่อนหน้านี้ พระสังฆราชคิริลล์ เจ้าคณะแห่งคริสตจักรออร์ธอดอกซ์รัสเซีย (Primate of the Russian Orthodox Church, Patriarch Kirill) ได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายของความขัดแย้งยุติความเป็นปรปักษ์ในช่วงก่อนถึงและระหว่างวันหยุดคริสต์มาสออร์ธอดอกซ์

ปูตินกล่าวว่า “ตามคำขอร้องของพระสังฆราชคิริลล์ ข้าพเจ้าสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหพันธรัฐรัสเซีย ประกาศการหยุดยิงตามแนวการติดต่อทั้งหมดระหว่างฝ่ายต่างๆ ในยูเครน ตั้งแต่เวลา ๑๒,๐๐ น. ของวันที่ ๖ มกราคม ถึง ๒๔.๐๐ น. ในวันที่ ๗ มกราคมของปีนี้” 

ชาวคริสต์นิกายออร์ธอดอกซ์ส่วนใหญ่ รวมทั้งนักบวชชาวรัสเซียและยูเครน ฉลองเทศกาลคริสต์มาสในวันที่ ๗ มกราคม ตามปฏิทินจูเลียน ซึ่งช้ากว่าปฏิทินเกรกอเรียน ๑๓ วัน

แถลงการณ์เครมลินระบุว่า “เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าพลเมืองจำนวนมากที่นับถือศาสนาออร์ธอดอกซ์อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบ เราขอเรียกร้องให้ฝ่ายยูเครนประกาศยุติความเป็นปรปักษ์และให้โอกาสพวกเขาเข้าร่วมพิธีในวันคริสต์มาสอีฟและวันคริสต์มาส”  

ปธน.เซเลนสกี้ปฏิเสธการหยุดยิงของพระสังฆราชคีริลล์เมื่อช่วงเช้าวันนี้ โดยที่ปรึกษาประธานาธิบดีมีไคโล โพโดลียักกล่าวหาว่า คริสตจักรออร์ธอดอกซ์รัสเซียทำตัวเป็น “ผู้โฆษณาชวนเชื่อสงคราม” คำขอของสังฆราชฯ เป็น “กับดักเหยียดหยามและโฆษณาชวนเชื่อ” และกล่าวว่าคริสตจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย “ไม่ใช่ผู้มีอำนาจสำหรับออร์ธอดอกซ์ทั่วโลก”

แต่เมื่อเร็วๆนี้ ชุมชนออร์ธอดอกซ์ของยูเครนได้ส่งเสียงเตือนเกี่ยวกับการประหัตประหารโดยรัฐบาลของเซเลนสกี้ รวมทั้งการจู่โจมของหน่วยรักษาความปลอดภัยยูเครนในโบสถ์และอาราม การก่อกวนและการลอบวางเพลิงโดยผู้โจมตีที่ไม่รู้จักและไม่มีการสอบสวนหาผู้กระทำความผิด

อีกด้านหนึ่ง ตุรกีได้ประกาศจะพยายามเดินหน้าเป็นตัวกลางให้เกิดการเจรจาสันติภาพให้ได้ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในการโทรศัพท์กับเรเจป ตัยยิป แอร์โดกอัน ปธน.ตุรกี  ปธน.ปูตินย้ำว่ามอสโกว์เปิดรับการเจรจาอย่างจริงจังกับเคียฟ หากฝ่ายหลังยอมรับความเป็นจริงทางดินแดนใหม่ 

แอร์โดอันระบุว่า “การเรียกร้องสันติภาพและการเจรจาควรได้รับการสนับสนุนโดยการประกาศหยุดยิงและวิสัยทัศน์ของการแก้ปัญหาที่ยุติธรรมต่อความขัดแย้ง”

อังการาได้เสนอตัวเป็นนายหน้าเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครน  ในอดีตการเจรจาสันติภาพที่มีความหมายระหว่างทั้งสองฝ่ายพังทลายลงในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยทั้งมอสโกว์และเคียฟต่างกล่าวโทษว่าเป็นเพราะอีกฝ่าย ด้านเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาว่า “นักการเมืองยูเครนไม่สามารถเจรจาได้ เพราะพวกเขาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เกลียดชังรัสเซียอย่างโจ่งแจ้ง”

ท่าทีล่าสุดของยูเครน นอกจากเซเลนสกี้ปฏิเสธหยุดยิงเพื่อฉลองวันคริสต์มาสให้ทหารและประชาชนของทั้งสองฝ่ายแล้ว คณะมนตรีความมั่นคงยูเครนลงมติปฏิเสธการเจรจาใดๆ กับรัสเซียอย่างสิ้นเชิง

อเล็กเซย์ ดานิลอฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงและกลาโหมของยูเครน(Ukraine’s Security and Defense Council Secretary Alexey Danilov) ให้สัมภาษณ์ทางทีวี ยูเคเนียน-๒๔(Ukraina-24)กล่าวว่า “จะไม่มีการเจรจาใดๆ กับมอสโกว์” 

ภาพรวมของสงครามตัวแทนยูเครน  แม้ว่ารัสเซียยังคงยืนหยัดจุดยืนปฏิบัติการพิเศษทางทหารเพื่อปลดปล่อยดอนบาสเป็นหลัก แต่สถานการณ์ได้พัฒนาจนได้ดินแดนเพิ่มเป็น ๔ ภูมิภาคภายใต้การลงประชามติของประชาชน ทั้งเคียฟและเมกา-นาโต้ต่างปฏิเสธความจริงนี้  นั่นคือเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายไม่อาจประนีประนอมกันได้  และเบื้องหลังความขัดแย้งนี้มีสหรัฐฯและพวกผงาดอยู่เบื้องหลังชัดเจนแล้วว่าไม่คิดจะยอมถอย ปีนี้ปูตินคงต้องตัดสินใจว่าจะยกระดับจากปฏิบัติการพิเศษทางทหาร เป็นสงครามเต็มรูปแบบหรือไม่ จะเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างยืดเยื้อหรือจะรุกฆาตแบบไหน  วันนี้ทั่วโลกยังคงต้องใจระทึกกับสงครามใหญ่ที่ส่อเค้าอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อความขัดแย้งกำลังลุกลามในจุดวาบไฟทั่วโลก ท่ามกลางแรงกดดันของสภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง!!??