เอเชียเดือด!! คิมประกาศพร้อมปะทะ ขณะโซล-วอชิงตันจ่อซ้อมรบร่วม’นิวเคลียร์’ อ้างรับมือภัยเกาหลีเหนือ

0

ร้อนแรงข้ามปีในเอเชีย เมื่อข่าวเกาหลีใต้ยิงทดสอบขีปนาวุธในวันปีใหม่ และประกาศเพิ่มการสร้างขีปนาวุธลูกยาวอย่างเต็มที่ ตอบโต้ที่สหรัฐฯและเกาหลีใต้ประกาศเจตจำนงค์พร้อมต่อสู้เกาหลีเหนือในฐานะศัตรูคุกคาม ปรากฏว่า เกาหลีใต้หลังเสียหน้า ยิงโดรน UAV ของเกาหลีเหนือไม่ได้ เลยออกมาให้สัมภาษณ์ขู่ว่า สหรัฐฯกับเกาหลีเหนือกำลังจะซ้อมรบใหญ่ระดับนิวเคลียร์ในปีนี้ด้วย  ซึ่งแน่นอนคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีใต้ย่อมไม่ใส่ใจประกาศข้ามเส้นเมื่อไหร่ก็ลุยเมื่อนั้น เพราะอย่างไรก็หมายหัวเป็นศัตรูกันอยู่แล้ว 

ปธน.เกาหลีใต้ถึงกับประกาศว่ากล่าวว่าจะทุ่มงบประมาณมากกว่า ๔๔๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนการป้องกันการโจมตีจากโดรนของเกาหลีเหนือ

วันที่ ๓ ม.ค. ๒๕๖๕  สำน้กข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า ประธานาธิบดี ยุน ซุกยอล แห่งเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า โซลและวอชิงตันกำลังหารือเกี่ยวกับการซ้อมรบร่วมที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางนิวเคลียร์ของอเมริกา เพื่อตอบโต้โครงการปรมาณูและขีปนาวุธที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ของเกาหลีเหนือ

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์โชซุน อิลโบ ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (2 ม.ค.) ยูนเผยว่า “ร่มนิวเคลียร์” และการป้องปรามที่มีอยู่ในปัจจุบันของวอชิงตัน ไม่เพียงพอที่จะสร้างความอุ่นใจแก่เกาหลีใต้อีกต่อไป ทั้งนี้เขาอ้างถึงศักยภาพด้านทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองกำลังนิวเคลียร์สำหรับป้องปรามการโจมตีบรรดาพันธมิตร

“สิ่งที่เราเรียกว่าการป้องปรามอย่างครอบคลุม ซึ่งสหรัฐฯ บอกกับเราเช่นกันว่าไม่ต้องกังวล เพราะว่ามันจะช่วยดูแลทุกๆ อย่าง แต่ในเวลานี้มันเป็นเรื่องยากที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนของเราเชื่อเช่นนั้น” เขากล่าว “รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ตระหนักในเรื่องนี้ในระดับเดียวกัน”

ยุน ซุกยอล บอกต่อว่าเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามทางนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือได้ดีกว่าเดิม โซลต้องการเข้าร่วมในปฏิบัติการของกองกำลังนิวเคลียร์สหรัฐฯ “อาวุธนิวเคลียร์เป็นของสหรัฐฯ แต่การวางแผน แบ่งปันข้อมูล ควรเป็นการฝึกซ้อมและฝึกฝนร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวระหว่างใหัสัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์โชซุน อิลโบ พร้อมกล่าวว่าวอชิงตันมีท่าทีตอบสนองในแง่บวกอย่างมากต่อแนวคิดดังกล่าว

การให้สัมภาษณ์ของยุน มีขึ้น ๑ วัน หลังจากสื่อมวลชนแห่งรัฐเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำเปียงยาง เรียกร้องพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปใหม่ (ICBM) และยกระดับคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศเป็นทวีคูณ เพื่อตอบโต้ในสิ่งที่เขาให้คำจำกัดความว่าพฤติกรรมปรปักษ์จากสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

คิม จองอึน ประกาศพร้อมลุยทุกรูปแบบ เขากล่าวกับที่ประชุมพรรคแรงงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่า เวลานี้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศศัตรูของเขาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย และเปิดเผยเป้าหมายใหม่ด้านการทหาร แย้มว่าในปี ๒๐๒๓ จะเป็นอีกขวบปีแห่งการทดสอบอาวุธอย่างเข้มข้นและเต็มไปด้วยความตึงเครียด

เมื่อวันอาทิตย์ ๑ ม.ค.๒๕๖๖  เกาหลีเหนือฉลองปีใหม่ด่วยการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้นอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ นับเป็นการทดสอบอาวุธในโอกาสพิเศษที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก หลังจากก่อนหน้านี้หนึ่งวันเพิ่งทำการทดสอบขีปนาวุธแบบทิ้งตัว ๓ ลูก จารึกสถิติเป็นปีที่มีการทดสอบขีปนาวุธมากสุดเป็นเป็นประวัติการณ์

การเร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ โหมกระพือประเด็นถกเถียงรอบใหม่เกี่ยวกับการติดอาวุธนิวเคลียร์ของทางเกาหลีใต้เอง ด้วยคณะรัฐบาลเกาหลีใต้อยากให้หันมาพัฒนาโครงการอาวุธปรมาณูในประเทศ แต่ประธานาธิบดียุน ยืนกรานว่าสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ยังคงมีความสำคัญ ท่ามกลางการคัดค้านของภาคเอกชนและประชาชนเกาหลีใต้

ความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ชาติเกาหลีตึงเครียดมาช้านาน แต่สถานการณ์ร้อนแรงยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ ยุน เข้ารับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมาพร้อมแสดงจุดยืนเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือตามข้อเรียกร้องของวอชิงตันอย่างออกนอกหน้า ความหวังในการรวมชาติจึงดับไป

คำพูดของยูน เกี่ยวกับการซ้อมรบนิวเคลียร์ นับเป็นการแสดงถึงท่าทีอันแข็งกร้าวล่าสุดของเขาในประเด็นเกาหลีเหนือ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาเรียกร้องให้กองทัพเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม ด้วยศักยภาพที่เหนือกว่า ตามหลังโดรนเกาหลีเหนือล่วงล้ำเข้าสู่เกาหลีใต้ ๕ ลำและหายไปจากจอเรดาร์ ในกรณีนั้นบินรบเกาหลีใต้ยิงใส่โดรนไร้คนขับของเปียงยางนับ ๑๐๐ นัดแต่ไม่ถูกเลย ส่วนบินขับไล่เกาหลีใต้เองตกลง ๑ ลำโดยไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด

กิจกรรมทางทหารบนคาบสมุทรเกาหลีพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปี ๒๕๖๕ โดยเปียงยางดำเนินการทดสอบอาวุธเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ รวมถึงการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) หลายครั้ง ภาคใต้รัฐบาลโซลยังได้ดำเนินการซ้อมรบโดยใช้กระสุนจริงร่วมกับสหรัฐฯ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเกาหลีเหนือประณามหลายครั้งว่าเป็นการซ้อมสำหรับการรุกรานเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน เหตุการณ์ล่าสุดก่อนปีใหม่ ทำให้โซลสาบานว่าจะตอบโต้การกระทำของเกาหลีเหนืออย่างแข็งกร้าวมากขึ้น โดยรัฐมนตรีกลาโหมลีบอกกับฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อวันพุธก่อนสิ้นปีว่าเขาได้รับคำสั่งให้ตอบโต้เกาหลีเหนือทันที แม้ว่าจะเสี่ยงต่อการบานปลายก็ตาม

ภาพรวมเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในเอเชีย-แปซิฟิกระหว่างจุดวาบไฟคาบสมุทรเกาหลี ส่อเค้าตึงเครียดหนักขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง จากพฤติกรรมยั่วยุ กระตุ้นสงครามของสหรัฐและพวกอย่างเข้มข้น และผู้นำเกาหลีเหนือก็ไม่เกรงกลัวเสียด้วย เมื่อไม่มีใครยอมใครโอกาสปะทะย่อมอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ!??