เมกา-นาโต้หนาว!! เบลารุสควบประธานCSTO รัสเซียแจกขีปนาวุธอิสกานเดอร์ พันธมิตรทหารโลกหลายขั้วพร้อมลุย

0

ในขณะที่ความเข้มข้นของสถานการณ์สู้รบใกล้บ้านในยูเครน ตึงเครียดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบลารุสพันธมิตรใกล้ชิดของรัสเซียที่เคียฟและตะวันตกกังวลจะเป็นฐานให้รัสเซียบุกทางเหนือ ซึ่งเคียฟเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อกวนที่ชายแดนติดกันตลอดมา  ปีนี้เบลารุสได้รับบทบาทเป็นประธานกลุ่มพันธมิตรทางทหาร CSTO ซึ่งประกอบด้วย รัสเซีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน เท่ากับพร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบ และก่อนสิ้นปีที่ผ่านมา รัสเซียได้ส่งขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ อิสกานเดอร์พร้อมเครื่องบินทิ้งระเบิดชั้นสูง หลังซ้อมรบร่วมกันในเดือนธ.ค.ด้วย

นอกจากนี้ในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการปูตินได้ประกาศเตรียมส่งอาวุธทางยุทธศาสตรฺ์ให้ประเทศสมาชิกภายในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่มอบแหวนที่ระลึกในโอกาสคริสต์มาสและปีใหม่ นั่นหมายความว่า พันธมิตรทั้ง ๘ ประเทศจะมีอาวุธชั้นสูงไว้รับมือกับสงครามใหญ่ที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่า ใครจะกดปุ่ม

วันที่ ๓ ม.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวทาซซ์รายงานว่า อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก(Alexander Lukashenko)ประธานาธิบดีเบลารุส กล่าวถึงเป้าหมายหลักของการเป็นประธาน CSTO ของเบลารุสในปี ๒๕๖๖ ว่า เขาจะนำพาองค์กรเร่งความพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์วิกฤตและป้องกันไม่ให้สถานการณ์สั่นคลอนประเทศในหมู่สมาชิกต่อไปในเขตความรับผิดขององค์กร และกองทัพเบลารุสพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์หลังเหตุการณ์ขีปนาวุธยูเครนตกในเขตประเทศเพื่อยั่วยุสงคราม

พันเอกอนาโตลี บูลาฟโก (Anatoly Bulavko) รองผู้บัญชาการกองทัพอากาศและกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศสำหรับงานด้านอุดมการณ์ของเบลารุส  รายงานเกี่ยวกับมาตรการที่ใช้เพื่อประกันความมั่นคงของประเทศ

เขากล่าวว่า “กองทัพอากาศเบลารุสและการป้องกันภัยทางอากาศพร้อมสำหรับการพัฒนาสถานการณ์ใดๆที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน  และได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อประกันความมั่นคงของประเทศ 

เมื่อพูดถึงขีปนาวุธของยูเครนที่ตกลงเหนือเบลารุสเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา  รองผบ.กองทัพอากาศฯให้สัมภาษณ์กับ สถานีโทรทัศน์ STVว่า “จนถึงตอนนี้ มองไปข้างหน้าอย่างน้อยหนึ่งปี กองทัพ กองทัพอากาศ และการป้องกันภัยทางอากาศพร้อมเต็มขีดความสามารถสำหรับทุกสถานการณ์”

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดชี้ให้เห็นถึงความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องใกล้กับพรมแดนเบลารุส รวมถึงความตึงเครียดกับยูเครน “ฉันจะพูดแบบนี้ ยูเครนไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ แก่เราอย่างเป็นที่น่าพอใจ และการพัฒนาในปัจจุบันใกล้ชายแดนใต้อันตรายมากขึ้น  มาดูกันเถอะว่าพวกเขาสร้างความระคายเคืองเพิ่มเติม ฉันหมายถึงเหตุการณ์ที่ยูเครนยิงขีปนาวุธ S-300 มาในเขตแดนเบลารุสและถูกยิงตกจากการป้องกันทางอากาศของเรา  เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก พวกเขาอาจส่งโดรนสังหารมายังดินแดนของเราได้ทุกเมื่อ เราจึงต้องป้องกันและรุกกลับเมื่อจำเป็น” 

ขณะที่ขีปนาวุธของยูเครนละเมิดน่านฟ้าของสาธารณรัฐในเช้าวันพฤหัสบดีก่อนสิ้นปี  ชิ้นส่วนของมันตกใกล้กับหมู่บ้านกอร์บาคา (Gorbakha) ในเขตอิวาโนโว (Ivanovo) ของภูมิภาคเบรสต์ (Brest)  มินสค์เรียกร้องให้เคียฟดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์อย่างละเอียด ดำเนินคดีกับผู้ที่รับผิดชอบและใช้มาตรการที่ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

ลูกาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุสได้เสนอคำขวัญสำหรับการเป็นประธานของเบลารุสว่า“ผ่านความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความร่วมมือเพื่อสันติภาพและความมั่นคง ”

เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้กลไกต่อต้านวิกฤตที่ไม่รวมถึงการใช้กำลังทางทหารและวิธีการของระบบรักษาความปลอดภัยโดยรวม อันดับแรกและสำคัญที่สุดคือการพยายามแก้ไขความขัดแย้งผ่านสิ่งที่เรียกว่า soft power ซึ่งก็คือการปรึกษาหารือ การติดตามและสังเกตการณ์ภาคสนาม แต่แน่นอนจะไม่ปฏิเสธการแก้ปัญหาด้วยพันธมิตรทางทหารหากจำเป็น

นอกจากนี้ ผู้นำเบลารุสระบุว่าระหว่างดำรงตำแหน่งประธาน CSTO นั้น มินสค์จะริเริ่มกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง และอาจเชิญประเทศอื่นๆ และองค์กรพิเศษอื่นๆเข้าร่วมกิจกรรมด้วย”

วลาดิมีร์ แอนเดรียเชนโก(Vladimir Andreichenko) ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสมัชชาแห่งชาติเบลารุส ย้ำในภายหลังว่าเบลารุสเห็นการจัดการหารือด้านความมั่นคงระดับโลกและการสร้างการติดต่อกับประเทศที่อุทิศตนเพื่อสันติภาพเป็นลำดับความสำคัญของการเป็นประธาน CSTO 

แอนเดรีย คอร์ตูนอฟ(Andrey Kortunov) ผู้อำนวยการสภากิจการระหว่างประเทศของรัสเซียคาดหวังว่าเบลารุสจะเป็นประธาน CSTO ที่สอดคล้องกันมากที่สุด มินสค์จะ “หยิบยกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเสริมความแข็งแกร่งของ CSTO โดยรวม ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับทั้งความร่วมมือด้านกลาโหมและบางทีอาจจะเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยข่าวกรอง ตลอดจนกิจกรรมด้านอื่นๆ ของ CSTO” 

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “ลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงทางภูมิศาสตร์” ของมินสค์ ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากประเทศสมาชิกอื่นๆ จะทำให้ตำแหน่งประธานเบลารุสมีความพิเศษ “ตัวอย่างเช่น ชายแดนทางใต้ของอดีตสหภาพโซเวียตและอัฟกานิสถานเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสมาชิกเอเชียกลางของ CSTO แต่สำหรับเบลารุส มันคือยุโรป ซึ่งก็คือยูเครน และในระดับหนึ่งคือโปแลนด์และรัฐในทะเลบอลติก ”  

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ธันวาคมปีที่ผ่านมา ลีโอนิด คาซินสกี้ หัวหน้าคณะกรรมการหลักด้านอุดมการณ์ของกระทรวงกลาโหมเบลารุส(Leonid Kasinsky, head of the Main Directorate of Ideology at the ministry) กล่าวถึงกรณีรัสเซียส่ง ระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีของ Iskander และระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ส่งไปยังกองทัพเบลารุสนั้นนั้นเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อปฏิบัติภารกิจตามที่ตั้งใจไว้ 

Iskander-M ซึ่งเป็นระบบขีปนาวุธนำวิถีแบบเคลื่อนที่ที่NATOมีชื่อรหัสว่า “SS-26 Stone” จรวดนำวิถีสองลูกมีพิสัยยิงไกลถึง ๕๐๐ กม. หรอ ๓๐๐ ไมล์ และสามารถบรรทุกหัวรบธรรมดาหรือหัวรบนิวเคลียร์ได้

ระบบ S-400 เป็นระบบสกัดกั้นขีปนาวุธพื้นผิวสู่อากาศ (SAM) แบบเคลื่อนที่ได้ของรัสเซียที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องบิน, UAV, ขีปนาวุธร่อน และมีความสามารถในการป้องกันขีปนาวุธ คาซินสกี้ยังกล่าวอีกว่าเครื่องบินทหารของประเทศได้รับการดัดแปลงให้บรรทุก “กระสุนการบินพิเศษ” นั่นหมายถึงหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีนั่นเอง!!??