รบเดือดข้ามปี!! กองทัพรัสเซียปลดปล่อยเมืองโดโรชยันกา ปูตินลั่นต้องชนะสู้เพื่ออนาคต มอบรางวัลขั้นสูงผบ.ซูโรวิคิน

0

เสียงไซเรนเตือนการโจมตีทางอากาศทั่วทั้งยูเครน กองทัพเรือรัสเซียของรัสเซียได้ประจำการเรือประจัญบานสามลำ ในพิธีพิเศษเมื่อวันที่ ๒๙ ธ.ค.๒๕๖๕ ทั้งเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เจเนอร์ราลิสซิมัส ซุโวรอฟ(Generalissimus Suvorov) เรือขีปนาวุธขนาดเล็กแกรด (Grad) และเรือกวาดทุ่นระเบิดอนาโตลี ชเลมอฟ(Anatoly Shlemov) โดยปธน. ปูติน เข้าร่วมในพิธีรับมอบอย่างเป็นทางการนั่นหมายถึงกองเรือของรัสเซียพร้อมลุยทุกสภาพการณ์

ในระยะกลางจะมีการส่งมอบเรือชั้นนี้อีก ๑๐ ลำ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น เช่นระบบต่อต้านทุ่นระเบิดที่ทันสมัย ​​และความคล่องแคล่วสูง รวมถึงตัวถังไฟเบอร์กลาส ฟิวส์แม่เหล็กของทุ่นระเบิดทะเลมองไม่เห็น เรือดังกล่าวเบากว่าเรือเหล็กและแข็งแกร่งกว่ามาก วงจรชีวิตของตัวถังที่ทนต่อการกัดกร่อนนั้นไม่จำกัด 

และในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปธน.ปูติน ได้มอบรางวัลระดับรัฐแก่เซอร์เก ซูโรวิกิน (General Sergei Surovikin) นายพลผู้รับผิดชอบปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียในยูเครน เมื่อวันเสาร์ที่ ๓๑ ธ.ค.ที่ผ่านมา เขาได้รับรางวัลออร์เดอร์ ออฟ เซนต์จอร์จ (Order of St. George) ชั้นที่สาม สำหรับความกล้าหาญ และความทุ่มเทของเขา รวมทั้ง นายพลมิคาเอล เทปลินสกี้(Mikhail Teplinsky) ผู้บัญชาการกองกำลังทางอากาศ(Aero Force)ของรัสเซียยังได้รับรางวัลทางทหารระดับสูงจากประธานาธิบดีรัสเซียอีกด้วย

แม้มีงานฉลองทั้งโอกาสคริสต์มาสและปีใหม่ในรัสเซีย แต่กองทัพรัสเซียยังคงสู้รบไม่หยุดหย่อนที่แนวหน้า ขณะที่เคียฟยังคงโจมตีโดเนตสค์และลูฮันส์อย่างต่อเนื่อง เมิ่อรัสเซียส่งจรวดตอบโต้ให้ ๑๒๐ ลูกกลับไปโวยวายกับสื่อว่า รัสเซียโหดร้ายฉลองปีใหม่ด้วยการฆ่า แต่ไม่บอกว่าเคียฟถล่มทำลายพลเรือนในภูมิภาคใหม่ของรัสเซียด้วยจรวดไฮมาร์(ส)ของสหรัฐวันละกว่า ๑๒ ลูกทุกวันไม่หยุดทำให้พลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ แน่นอนว่าโหดมาโหดกลับสมน้ำสมเนื้อ

และข่าวดีของกองทัพรัสเซียรับปีใหม่คือ กองกำลังรัสเซียได้ปลดปล่อยเมืองโดโรชยันก้า(Dorozhnyanka) ในเขตภูมิภาคซาโปริชเชีย (Zaporozhye)ควบคุมพื้นที่ได้อยางสมบูรณ์ ปิดการลอบยิงใส่โรงไฟฟ้าซาโปริชเชียได้อีกหนึ่งจุด

Russian Defence Ministry spokesman Igor Konashenkov 

พลโทอิกอร์ โคนาเชนคอฟ(Igor Konashenkov) โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า “ในแนวรบทางตอนใต้ของโดเนตสค์ กองกำลังรัสเซียได้ปลดปล่อยชุมชน Dorozhnyanka ในเขต Zaporozhye กวาดล้างทหารยูเครนได้ถึง ๕๐ นาย เรือบรรทุกทหารราบ ๓ ลำ ยานเกราะต่อสู้ ๒ คัน และรถกระบะ ๕ คัน

วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ สำนักข่าวทาซซ์และรัสเซียทูเดย์ รายงานว่า ปธน.ปูตินได้กล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสปีใหม่ ๒๕๖๖ว่า “ปี ๒๕๖๕ กำลังจะสิ้นสุดลง เป็นปีแห่งการตัดสินใจที่ยากลำบากและจำเป็น เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการได้รับอำนาจอธิปไตยของรัสเซียอย่างเต็มที่ และการรวมสังคมของเราอย่างเข้มแข็ง” “เป็นปีที่สังคมรวมเป็นหนึ่งอย่างเข้มแข็งบนเส้นทางสู่อำนาจอธิปไตยของรัสเซีย เป็นปีที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาแทนที่ ความกล้าหาญที่แยกออกจากการทรยศและความขี้ขลาดอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าไม่มีพลังใดจะสูงไปกว่าความรักต่อครอบครัวและเพื่อน ๆ ความภักดีต่อเพื่อนและสหาย การอุทิศตนต่อผู้อื่น และมาตุภูมิ” 

ปูตินกล่าวว่า “รัสเซียไม่มีวันแตกแยก เราไม่เคยปล่อยให้ใครทำแบบนี้ และจะไม่มีวันทำสำเร็จ” “ชาติตะวันตกโกหกเรื่องสันติภาพในขณะที่เตรียมพร้อมสำหรับการรุกราน และตอนนี้ก็ยอมรับอย่างเปิดเผยโดยไม่ลังเล และพวกเขากำลังใช้ยูเครนและประชาชนในยูเครนอย่างเหยียดหยามเพื่อทำให้รัสเซียอ่อนแอและแตกแยก” 

ประมุขแห่งรัฐกล่าวว่า“เราไม่เคยปล่อยให้ใครทำแบบนี้และจะไม่มีวันทำได้สำเร็จ”  เขาตั้งข้อสังเกตว่า “เป็นเวลาหลายปีที่ชนชั้นสูงในตะวันตกได้รับความเชื่อมั่นอย่างหน้าซื่อใจคดใน การเสแสร้งความตั้งใจอย่างสันติของพวกเขา รวมถึงการแก้ปัญหาความขัดแย้งของดอนบาส  อันที่จริง ในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ พวกเขากำลังให้กำลังใจพวกนีโอฯสุดโต่งที่ยังคงปฏิบัติการทางทหารและการก่อการร้ายอย่างเปิดเผยต่อพลเรือนของสาธารณรัฐดอนบาส” 

ตอนนี้ “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชะตากรรมของรัสเซีย การป้องกันคือหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ต่อบรรพบุรุษและลูกหลาน เรารู้มาโดยตลอดและวันนี้เราเชื่อมั่นอีกครั้งว่าอนาคตของรัสเซียที่เป็นเอกราช เป็นอิสระ และมั่นคงนั้นขึ้นอยู่กับเรา ความแข็งแกร่ง และเจตจำนงของเราเท่านั้น!”

เขาย้ำว่า “การต่อสู้เพื่อผลประโยชน์และอนาคตของรัสเซียจะกลายเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจสำหรับรัฐอื่นๆ ในการดิ้นรนเพื่อระเบียบโลกหลายขั้วที่ยุติธรรม” ชาวรัสเซียต้องเชื่อว่าประเทศของพวกเขาจะยังคง “ยิ่งใหญ่และเป็นอิสระ” และมีแต่จะก้าวไปข้างหน้าและได้รับชัยชนะในที่สุด”

ปีนี้จะเป็นปีที่โลกจะโล่งอก หรืออกสั่นขวัญแขวนกับWWIII ขึ้นอยู่กับตัวการเบื้องหลังความปั่นป่วนวุ่นวายทั่วโลก สหรัฐและพวกจะหยุดปั่นสงครามเพื่อล้มกระดานหนี้และครองโลกใหม่อีกครั้งหรือไม่ หากประเมินสถานการณ์โดยรวมแล้วคงยาก แม้โลกจะส่งสัญญาณว่าไม่ปรารถนาจะอยู่ภายใต้การครอบครองของมหาอำนาจเดี่ยวแองโกลแซกซอนอีกต่อไป ไม่มีการพุดคุยที่จริงใจก็มีแต่รบเท่านั้น อยู่ที่ว่าจุดวาบไฟไหนจะระเบิดก่อนกัน!!??