คุกคามโลก!? รัสเซียแฉสหรัฐฯตัวการยั่วยุสงครามนิวเคลียร์ ทุ่มวิจัยชีวภาพทางทหารในยูเครน ขยายไปเอเชีย-แปซิฟิก

0

ใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว แต่การขับเคี่ยวกันระหว่างรัสเซียและเมกา-นาโต้ในสงครามตัวแทนยูเครนยังคงดุเดือดเข้มข้นในทุกปริมณฑล ล่าสุดรัสเซียเปิดเผยข้อมูลการสนับสนุนของสหรัฐฯ ต่อการวิจัยชีวภาพด้านการทหารในยูเครน และเตือนโลกว่า สหรัฐฯกำลังย้ายไปปักหมุดในประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ขณะเดียวกันก็ชี้ว่า เป็นตัวการยั่วยุสงครามนิวเคลียร์ โดยใช้สงครามข่าวสารวาดภาพรัสเซียบ้าอำนาจใช้นิวเคลียร์ข่มขู่โลก ทั้งๆในความเป็นจริง  อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียเป็นไปเพื่อการป้องกันและตอบโต้ศัตรู หากไม่มีใครคุกคามรัสเซียด้วยนิวเคลียร์ รัสเซียก็ไม่ใช้ แต่รัสเซียจะไม่ยอมเปิดทางให้ใครกระทำต่อรัสเซียเพื่อกวาดล้างประชาชาติรัสเซีย ขับรัสเซียจากสังคมโลกอย่างที่ตะวันตกกำลังทำ

 

 

วันที่ ๒๖ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวซินหัวและรัสเซียทูเดย์รายงานว่าพลโทอิกอร์ คิริลลอฟ (Igor Kirillov) หัวหน้ากองกำลังป้องกันรังสี เคมี และชีวภาพของรัสเซีย กล่าวบรรยายสรุปในการประชุมด้านกลาโหม เมื่อวันที่ ๒๔ ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่สนับสนุนการวิจัยทางชีวภาพทางการทหารในยูเครน ซึ่งหลายคนเกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม หน่วยข่าวกรอง หรือสถาบันการแพทย์ของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ มีแผนเคลื่อนย้ายโครงการวิจัยที่ยังไม่แล้วเสร็จไปยังเอเชียกลาง ยุโรปตะวันออก และประเทศอื่นๆในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก 

ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียและรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงคนปัจจุบัน เขียนบทความขนาดยาวให้กับหนังสือพิมพ์ รอสซิสกายา กาเซตา(Rossiyskaya Gazeta) ซึ่งเขาได้สรุปความคิดของเขาเกี่ยวกับกลยุทธศึกในปี ๒๐๒๒ ได้เปลี่ยนแปลงระเบียบโลกไปตลอดกาล

“สิ่งเดียวที่หยุดยั้งศัตรูของเราในปัจจุบันคือความเข้าใจที่ว่ารัสเซียมุ่งมั่นในหลักคำสอนเรื่องการป้องปรามนิวเคลียร์ และหากมีการคุกคามเกิดขึ้นจริง เราจะดำเนินการแน่นอน” เมดเวเดฟระบุว่าในสถานการณ์ที่น่าสยดสยองเช่นนี้ จะไม่มีใครเหลือข้อโต้แย้งว่านั่นเป็น ‘การโจมตีเพื่อตอบโต้หรือการป้องกัน’ เพราะรัสเซียไม่ได้ต้องการครองโลกแต่เราปกป้องคนของเรา ประเทศของเรา”

เขาย้ำว่า “โลกตะวันตกกำลังผลักดันความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทำให้รัสเซียเสียชื่อเสียง ทำลายล้างประชาชาติรัสเซีย และมีความปรารถนาที่จะหลีกเลี่ยงการเปิดเผยนิวเคลียร์ของตัวเอง”

จนกว่ารัสเซียจะได้รับการรับประกันความปลอดภัยตามที่เรียกร้อง โลกจะยังคงต้องเผชิญ “การสั่นคลอนต่อไปในการกระตุ้นสงครามโลกครั้งที่ 3 ของตะวันตกและหายนะนิวเคลียร์ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เริ่ม แม้ว่ามอสโกว์กำลังทำและจะทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดก็ตาม”

เมดเวเดฟตั้งข้อสังเกตุว่า “ชาติตะวันตกพร้อมไหมที่จะเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบกับเราผ่านตัวแทนของเคียฟ รวมถึงสงครามนิวเคลียร์ด้วย”

อดีตประธานาธิบดีย้ำว่า “รัสเซียจะยืนหยัดต้านนาโต้อย่างไม่ยอมจำนน และ “ระเบียบโลกใหม่ที่เท่าเทียมกันจะเกิดขึ้น”อย่างไม่อาจขัดขวางได้”

เขากล่าวเสริมว่า “รัสเซีย “ไม่มีอะไร” ที่จะเจรจากับชาติตะวันตก เนื่องจากความไว้เนื้อเชื่อใจถูกทำลายลง และเหตุการณ์ทั้งมวลซึ่งเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๕ ทำให้โอกาสในการจัดการเจรจาบนฐานความไว้เนื้อเชื่อใจหมดไปแล้ว ความพยายามของนาโต้ที่จะขยายไปทางตะวันออกเป็นเป็น”การเตรียมการสำหรับการทำสงครามกับรัสเซีย”อย่างชัดเจน

เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว รัสเซียได้เสนอรายการข้อเสนอด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ และนาโต้ รวมทั้งเรียกร้องให้ชาติตะวันตกสั่งห้ามไม่ให้ยูเครนเข้าสู่กลุ่มพันะมิตรทางทหารนาโต้ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่านาโต้ไม่ควรขยายมาชิดพรมแดนรัสเซีย ควรหยุดที่พรมแดนของตนในปี ๒๕๔๐/๑๙๙๗

หลังจากที่สหรัฐฯ และ NATO ปฏิเสธข้อกังวลของรัสเซีย โดยกล่าวว่าพวกเขาจะสนใจเฉพาะการเจรจาควบคุมอาวุธทางยุทธศาสตร์อย่างจำกัด เห็นได้ชัดว่ามอสโกว์ “ไม่มีใครคุยและไม่มีอะไรจะเจรจา”กับตะวันตก เมดเวเดฟยังชี้ว่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ก่อนรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เซเลนสกี้ประกาศจะฟื้นฟูคลังแสงนิวเคลียร์ ทำให้มอสโกไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลงมือเป็นฝ่ายกระทำ เขาย้ำว่า “นับแต่นั้น โลกของเราได้เปลี่ยนไปตลอดกาล และคำถามหลักยังคงมีอยู่ว่า อนาคตจะแบบไหนต้องเริ่มต้นในวันนี้” 

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟกล่าวว่า “มอสโกว์ยินดีที่จะหารือเกี่ยวกับการรับประกันความปลอดภัยอีกครั้ง หากตะวันตกจริงจังกับเรื่องนี้ แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น รัสเซียจะยังคงตอบโต้อย่างเหมาะสมต่อการขยายตัวของนาโต้เพิ่มเติม เนื่องจากความขัดแย้งในยูเครนทวีความรุนแรงและ สมาชิกนาโต้เริ่มขยายไปยังสวีเดนและฟินแลนด์และมีแนวโน้มว่าจะยังไม่สิ้นสุดเท่านี้”

นอกจากนี้เมดเวเดฟกล่าวสรุปสถานการณ์ได้เจ็บแสบว่า “การคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ มีแต่ความชุลมุน ประเทศสมาชิกปฏิเสธไม่เข้าร่วมจำนวนมากส่งสัญญาณชัดว่า กลุ่มพันธมิตรตะวันตกจะแตกร้าวไม่เป็นเอกภาพ อำนาจอิทธิพลของสหรัฐและบริวารเริ่มเสื่อมถอย เพราะเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นแม้แต่พันธมิตรของตัวเอง”

นักการเมืองตะวันตกกำลังพยายามยึดทรัพย์สินของรัสเซีย “โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือการพิจารณาคดี” หรือ “เพียงเพื่อจะขโมยของคนอื่น” การคว่ำบาตรถูกกำหนดต่อรัสเซียและพันธมิตร “ด้วยปลายปากกา” โดยวอชิงตันและ “สมุนยุโรป”

เขาเน้นย้ำว่า “มันเป็นสัญญาณสุดท้ายที่ส่งไปยังประเทศอื่นๆว่า  เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการกับโลกแองโกล-แซกซอนที่เย่อหยิ่ง  เช่นเดียวกับที่เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการกับหัวขโมย, นักฉ้อฉล หรือแก๊งอันธพาลแค่เพียงการพูดคุย”  “เหตุการณ์ตลอดปีที่ที่เกิดขึ้นพิสูจน์ว่า อำนาจสูงสุดของกฎหมายระหว่างประเทศสามารถถูกกำจัดได้อย่างง่ายดายเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของมหาอำนาจเดี่ยวที่ต้องการยื้อเวลาครองโลกโดยเบ็ดเสร็จ ถึงเวลาต้องมีการเปลี่ยนแปลง!!??