มือชงข้อมูลรุกป่า 14ปีปารีณาทรท. โดนเพราะการเมือง ???

0

น่าจะสังคายนากันอีกสักรอบ!?! กับเรื่องที่ดิน แน่นอนว่างานนี้ถามใครก็ไม่มีใครเชื่อว่า จะมีเพียงปารีณากับปมรุกป่า โดยสังคมส่วนใหญ่ย่อมตั้งคำถามว่า ยังมีนักการเมืองอีกมากใช่หรือไม่??? ที่มีปัญหาเหมือนส.ส.เอ๋ และที่น่าสนใจคือ เรื่องทำนองนี้มีมานานแล้ว ซึ่งรู้หรือไม่ว่าคนชงข้อมูลเรื่องนี้เป็นอดีตข้าราชการใหญ่??? ที่น่าสนใจไกว่านั้นคือเคยอยู่ร่วมฟาก-ฝ่ายเดียวกัน นับจากวันนั้น14ปีมาวันนั้นอยู่คนละพรรค!?!

 

29 ต.ค. 62  นายประยงค์ จันทเต็ง นายอำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี พร้อม น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ หรือ เอ๋ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), เจ้าหน้าที่ป่าไม้, เจ้าหน้าที่ที่ดิน เข้าชี้แจงชาวบ้านหมู่ 14 บ้านหนองน้ำใส ต.รางบัว อ.จอมบึง หลังร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.จอมบึง ขอให้ช่วยเรียกคืนที่ดิน 500 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 3,000 ไร่ ของ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของ นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ซื้อต่อมาจากโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2534

 

โดยที่ดินที่ นางสมพร ซื้อมา เป็นการซื้อในลักษณะเหมารวมทั้งหมด มีหลักฐานเป็น โฉนดที่ดิน นส.3 ก นส.3 นส.2 และ ภบท.5 ซึ่งในเอกสารสิทธิมีอยู่รวมทั้งสิ้นประมาณ 2,700-2,800 ไร่ นอกนั้นเป็น นส.2 กับ ภบท.5 (เป็นเอกสารการจับจอง)

 

ส่วนที่เป็น นส.2 กับ ภบท.5 ทางชาวบ้านต้องการให้ใช้พื้นที่เป็นป่าชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ และทางตัวแทนของ นางสมพร ต้องการให้ชาวบ้านไปดำเนินการตรวจสอบหาแนวเขตเอง หากพบว่ามีแนวเขตที่ชัดเจน ก็ยินดีที่จะมอบพื้นที่คืนให้ ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ

 

ขณะที่ น.ส.ปารีณา กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนมาจากผู้นำชุมชน ให้เข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากการตรวจสอบแนวเขตที่ดินชาวบ้านทำไม่ได้ หลังมารับเรื่องก็จะนำเรียนให้กับทางรัฐมนตรี และอธิบดี ได้รับทราบถึงปัญหา เพื่อจะได้สั่งการให้หน่วยงานเข้ามาช่วยตรวจสอบพื้นที่โดยเร็ว

 

31 ต.ค. 62  ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.ปารีณา ยื่นหนังสือถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีขอที่ดิน 500 ไร่ คืนจากนางสมพร เนื่องจากเอกสารสิทธิที่ถือครองไม่ใช่ นส.3 ก หรือ นส.3

 

11 พ.ย. 62  ที่โรงกระดาษไทยกาญจนบุรี น.ส.ปารีณา ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายเรืองไกร กิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตรวจสอบที่ดิน ภบท.5 ในพื้นที่หมู่ 6 รางบัว จอมบึง จ.ราชบุรี กว่า 1,700 ไร่

 

โดยยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นชื่อของตนถือครองเพื่อทำการเกษตร ไม่เหมือนกับที่ดินของนางสมพร  ที่จะใช้ไปทำประโยชน์เรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ โดยที่ดินดังกล่าวตนได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปทำกินในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลานานแล้ว

 

เริ่มจากการเลี้ยงหมูปลูกอ้อย ปลูกส้ม จนปัจจุบันมาทำฟาร์มเลี้ยงไก่และวัว แต่ไม่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ เนื่องจากเป็นที่ดินของหลวง ยืนยันว่าทำถูกต้องตามกฎหมายมีการเสียภาษีดอกหญ้ามานานกว่า 10 ปี

 

ถามว่าทำไมปี 2557 ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. แต่มาแจ้งในปี 2562  น.ส.ปารีณา กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่หลวงไม่ใช่ของตน ไปแจ้งว่าเป็นที่ดินของตัวเองไม่ได้ และในปีนี้ป.ป.ช.ไปแจ้งขอความร่วมมือหากใครมีที่ดินและเข้าไปทำกินแม้จะเป็นของหลวงก็ขอให้แจ้งด้วยในรายการบัญชีทรัพย์สินพร้อมกับประเมินราคา

 

13 พ.ย.62  ที่รัฐสภา นายเรืองไกร แถลงกรณียื่นป.ป.ช.ตรวจสอบที่ดินหมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ว่า ตนมายื่นเรื่องนี้หลังจากน.ส.ปารีณา ยื่นทรัพย์สินต่อป.ป.ช. เพราะน.ส.ปารีณาได้นำชาวบ้านจังหวัดราชบุรี ไปขอคืนที่ดินจากนางสมพร

 

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส่งเอกสารมาให้ตนซึ่งเป็นแผนที่เบื้องต้นในพื้นที่ดังกล่าวใช้ประกอบในการยื่นข้อมูลต่อป.ป.ช. ดังนั้น ในฐานะที่ตนเป็นกมธ. ได้ขอแผนที่จากกรมป่าไม้และสปก. ซึ่งจากผลการตรวจสอบเบื้องต้น

 

พบว่า ที่ดินนี้ 1.ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่แจ้งให้ทราบว่าที่ดินบางส่วนถือครองใช้ประโยชน์ตั้งฟาร์มเลี้ยงไก่ชื่อ เขาสวนฟาร์ม

 

2.ตรวจสอบจากภาพ Google Map พบอาคารเลี้ยงไก่ของเขาสวนฟาร์มจำนวน 8 หลัง 3.ตรวจสอบอาคารเลี้ยงไก่จำนวน 7 หลัง อยู่ที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2554 และหนึ่งหลังอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี พ.ศ.2527

 

4.ตรวจสอบที่ตั้งอาคารเลี้ยงไก่และบริเวณใกล้เคียงไม่มีแปลงลังวัดสิทธิทำกิน (สทก.) และแปลงกรมป่าไม้อนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม่มีการสำรวจถือครองตามมติครม. วันที่ 30 มิ.ย.41

 

5.ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ ปี 2545 พบอาคารเลี้ยงไก่มีเพียงสองหลัง และ6.สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีแจ้งให้ทราบอย่างไม่เป็นทางการว่าบริเวณดังกล่าวยังไม่มีสำรวจลังวัดออกสปก.4-01 แต่อย่างใด นอกจากนั้นมีประกาศของอบต.ยางหัก อธิบายว่าปัจจุบันจะไม่มีการออกใบ ภบท.5 สำหรับเอกสารที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองให้อีกแล้ว อย่างไรก็ตาม ใบ ภบท.5 ซื้อขายไม่ได้

 

18 พ.ย. 62  นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีจะลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ในวันที่ 29 พ.ย. เพื่อตรวจสอบรายการทรัพย์สินของ น.ส.ปารีณา ที่แจ้งรายการถือครองที่ดิน ภบท.5 ส.ป.ก. และที่ดินรายการต่างๆ ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.

 

เจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สินของ ป.ป.ช. จะลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ไปตรวจสอบทรัพย์สินและทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ปศุสัตว์ ฟาร์มวัว ฟาร์มไก่ รวมถึงที่ดิน ภบท.5 จะดูทั้งเอกสารและพื้นที่จริง เพื่อดูว่าสอดคล้องกับเอกสารที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ ตลอดจนดูถึงการได้มาของทรัพย์สินด้วย

 

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ส่วนนักการเมืองคนอื่นๆ ที่ข่าวครอบครองที่ดินภบท.5 หรือ ส.ป.ก.นั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติต้องเก็บรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะถ้ามีการครอบครองจำนวนมากๆ แล้วถูกพบเป็นประเด็นทางสังคม ป.ป.ช.ก็ต้องตรวจสอบ  เพราะบางรายมีทรัพย์สินจำนวนมากๆ และมีเหตุอันสมควรที่ ป.ป.ช.ต้องลงไปตรวจสอบ

 

22 พ.ย. 62 น.ส.ปารีณา  ตอบผู้สื่อข่าวเมื่อได้สอบถามเรื่องปัญหาที่ดินกว่า 1,700 ไร่ ที่กำลังเป็นปัญหา โดยกล่าวว่า “ได้ทำ MOU กับนักข่าวไว้แล้ว” เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามอย่างต่อเนื่องทำให้ น.ส.ปารีณา ลงจากโพเดี้ยม ก่อนแจกเอกสารให้สื่อมวลชนเรื่องปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. ระบุว่า ขออนุญาตไม่ให้สัมภาษณ์ในทุกประเด็นเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ดิน เนื่องจากอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ

 

23 พ.ย. 62  กรมป่าไม้และ ส.ป.ก. จะลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินของ น.ส.ปารีณา จากกรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายเรืองไกร ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบทรัพย์สินของ น.ส.ปารีณา ในส่วนที่เป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 (ภาษีบำรุงท้องที่จะต้องไปยื่นแบบดังกล่าวเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ประจำปีต่อเจ้าพนักงานประเมิน ณ สำนักงานอันเป็นที่ตั้งขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่ที่ที่ดินตั้งอยู่) จำนวน 1,706 ไร่

 

24 พ.ย. 62 ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 ( ราชบุรี ) นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้  ร่วมกันประชุมวางแนวทางในการเข้าตรวจสอบ พื้นที่สร้างฟาร์มไก่กว่า 1,700 ไร่ ของ น.ส.ปารีณา เบื้องต้น พบว่า บริเวณรอบ เขาสนฟาร์ม มีเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

 

“ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี นอกนั้นอยู่ใน เขต ส.ป.ก. ในวันนี้ทางกรมป่าไม้ จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าทำการตรวจสอบ แปลงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่ง หากพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ ก็จะดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ทันที โดยทางกรมป่าไม้ จะใช้ พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507”

 

25 พ.ย. 62  นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินของ น.ส.ปารีณา ส่งมอบเพิ่มเติมให้กับ ร.ต.อ. กัมปนาท เจริญศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.จอมบึง โดยนายวีระเปิดเผยว่า จากข้อมูลทราบว่าฟาร์มของ น.ส.ปารีณายื่นขออนุญาตประกอบกิจการทำฟาร์มเลี้ยงไก่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 และต้องต่ออายุทุก 3 ปี

 

แต่นายทวี ไกรคุปต์ พ่อของ น.ส.ปารีณา ให้ข้อมูลกับทางรัฐสภาว่า ครอบครัวของนายทวีครอบครองที่ดินแปลงนี้ตั้งแต่ปี 2489 ซึ่งจะเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่ามีการเข้าไปบุกรุกครอบครองเพื่อทำกิจการทำประโยชน์ในที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในเอกสารที่นำส่งเพิ่มครั้งนี้มีรายละเอียดหมด

 

26 พ.ย.62 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพี่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ปารีณา เดินทางมาพบตนเพื่อยื่นหนังสือขอให้สอบเขตที่ดินส.ป.ก.ใหม่ กรณีที่ดินเป็นพื้นที่ติดแปลง

 

เป็นพื้นที่มีการทำกินก่อนการโอนพื้นที่จากกรมป่าไม้มาให้ส.ป.ก.แล้วติดผู้ทำกินมาด้วย จึงเรียกว่าพื้นที่ติดแปลง ในบริเวณใกล้เคียงนั้นมีเกษตรกรอีกประมาณ 40-50 ราย ไม่ได้มีเพียงของส.ส.ปารีณา

 

“กรณีของคุณเอ๋ ปารีณา เป็นพื้นที่ติดแปลง ไม่ต่างกับชาวบ้านหรือเกษตรกรรายอื่นๆ ในบริเวณนั้น ที่ยังไม่เคยมีการจัดสรรหรือรังวัด ส.ป.ก.คงไม่ดำเนินคดีใดๆ กับผู้ถือครอง จึงไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีกับผู้ทำกิน

 

ดังนั้น ต้องคุยกับส.ส.ปารีณาว่ายอมรับหลักการให้รังวัดและจัดสรรพื้นที่ใหม่ หรือยอมรับการเข้าระบบบนที่ดินของส.ป.ก.หรือไม่ หากขัดขืนไม่ทำตามกฎหมายส.ป.ก. ส.ป.ก.สามารถดำเนินการได้เพียงโทษจำคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท”

 

แต่หากส.ส.ปารีณายอมรับที่จะรังวัดที่ดิน สอบแนวเขตส.ป.ก.ใหม่ ต้องรับเงื่อนไขว่าสามารถถือครอง หรือทำกินบนที่ดิน ส.ป.ก.ได้ไม่เกิน 50 ไร่ต่อราย และต้องดูคุณสมบัติของผู้ที่จะทำกินด้วย หากส.ส.ปารีณาต้องการ 50 ไร่ตามสิทธิที่ ส.ป.ก.สามารถจัดสรรได้

 

ต้องมาดูคุณสมบัติว่าเป็นเกษตรกรหรือไม่ การมายื่นหนังสือเพื่อให้สอบแนวเขตหรือรังวัดใหม่นั้นสามารถทำได้ โดยน.ส.ปารีณา ให้เหตุผลว่า แนวเขตที่มีหลักฐานดำเนินการเป็นแผนที่ท้ายกฎกระทรวง มาตราส่วน 1 ต่อ 4 แสน และแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน มีมาตราส่วน 1 ต่อ 1 แสน ไม่ละเอียดเพียงพอที่จะกำหนดแนวเขต จึงขอให้ส.ป.ก.ตรวจสอบแนวเขตปฏิรูปที่ดินใหม่

 

ดังนั้น จึงมีการตั้งคณะกรรมการร่วมวางขอบเขตที่ชัดเจน ประกอบด้วย คณะทำงานหลักคือกรมป่าไม้ และส.ป.ก. เมื่อคณะกรรมการฯ ทำงานเสร็จ มีความชัดเจน จะแถลงชี้แจงรายละเอียดให้กับสาธารณชนทราบข้อมูล ที่ผ่านมายังไม่อยากพูดอะไร เพราะยังไม่มีความชัดเจนในหลายอย่าง และส.ป.ก.ยืนยันไม่ได้ดำเนินการเฉพาะของส.ส.ปารีณา ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงในทุกพื้นที่ของส.ป.ก.

 

26 พ.ย. 62  นายทวี พ่อน.ส.ปารีณา กล่าวยืนยันว่าที่ดินทั้งหมดที่ตัวเองครอบครองและส่งต่อให้ นางสาวปารีณา มีเพียง 700 ไร่ ไม่ใช่ 1,700 ไร่ โดยซื้อกับชาวบ้าน ซึ่งไม่ได้ทำสัญญาลายลักษณ์อักษร เป็นที่ดินแบบเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือ ภบท. และช่วงที่ซื้อมาที่ดินบริเวณนี้ไม่มีสภาพเป็นป่า

 

“เพราะมีการเข้าทำการเกษตรแล้ว รวมถึงพื้นที่ 46 ไร่ ที่กรมป่าไม้ ระบุว่า พื้นที่เขาสนฟาร์ม รุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติด้วย เพราะตอนนั้นไม่มีการปักหมุดสัญลักษณ์ใดๆไว้”

 

นายทวี กล่าวอีกว่า ตอนนี้เรื่องดังกล่าว กลายเป็นการหยิบยกมาโจมตีทางการเมืองจนเลยเถิด และลูกสาวต้องตกเป็นเครื่องมือโดยที่ไม่รู้เรื่อง ตนเห็นว่าเป็นเรื่องหยิบยกมาโจมตีทางการเมืองจนเลยเถิด ตนเป็นคนซื้อที่ดินแปลงที่กำลังมีปัญหาสร้างฟาร์มไก่ ตอนนั้นปารีณายังอยู่เมืองนอก

 

“แต่ตอนนี้มันเป็นเกมการเมืองไปแล้ว เอาเรื่องนี้ไปเกี่ยวข้องพรรคการเมืองอีกด้วย แล้วมีอดีต ส.ส.สอบตกบางพรรค ก็ไปพูดด้วย มันเป็นเกมการเมืองทำลาย เอ๋ (ปารีณา) เป็นเกมการเมืองที่กะว่าจะล้มเอ๋ให้ได้ ผมเองก็กลายเป็น ส.ส.บุกรุกป่าอีกด้วย” นายทวี กล่าว

 

27 พ.ย. 62 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลจะอุ้มคดีที่ดินฟาร์มไก่ ของน.ส.ปารีณา ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่เขาก็ทำงานกันอยู่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีการอุ้มในคดีดังกล่าวแน่นอน

 

“จะไปอุ้มอะไรได้อย่างไร เจ้าหน้าที่เขาก็ตรวจสอบกันอยู่ใครจะไปอุ้มอะไรได้ วันนี้จะไปเอื้อประโยชน์ทางกฏหมายได้อย่างไร ในส่วนรายละเอียดผมไม่ทราบโดยเฉพาะข่าวที่ว่า คุณปารีณา จะนำที่ดินบางส่วนไปอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ยืนยันว่าฝ่ายบริหารจะไม่เข้าไปแทรกแซง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีใครเข้าไปยุ่ง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

 

เมื่อถามว่าสังคมวิจารณ์ว่านักการเมืองในสังกัดรัฐบาลจะได้รับการเลือกปฎิบัติ แต่หากเป็นชาวบ้านทั่วไปอาจติดคุกไปแล้ว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เฮ้ย! พวกคุณพูดกันไปเองจะไปติดคุกได้อย่างไร ยังไม่มีการดำเนินการอะไร ทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอนถึงจะมีการดำเนินคดี แม้จะมีการแจ้งความแล้วก็ต้องไปตรวจสอบก่อนที่จะตัดสิน อยู่ดีๆจะเอาคนไปติดคุกได้อย่างไร” พล.อ.ประวิตร กล่าว

 

น่าสนใจในเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้าก็มีการตรวจสอบอย่างเอาจริงเอาจังจากภาครัฐ จึงเกิดคำถามว่าเหตุใดยังมีเรื่องราวทำนองนี้อีก โดยเฉพาะเมื่ออดีตข้าราชการตำแหน่งใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยการส่งข้อมูลให้คนในฝ่ายตัวเอง ดังนั้นจึงเกิดถามจากสังคมว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดด้วยมูลเหตุใดกันแน่ถ้าไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมือง???

 

สำหรับ น.ส. ปารีณา  เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี 4 สมัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 สืบต่อจากบิดา ครั้งแรก น.ส.ปารีณาลงสมัครในนามพรรคไทยรักไทย ต่อมาย้ายไปพรรคชาติไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, และพรรคพลังประชารัฐ ตามลำดับ

 

ปี 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย

ปี 2550 สังกัดพรรคชาติไทย

ปี 2554 สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา

ปี 2562 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ

 

น่าสนใจที่น.ส.ปารีณา เคยอยู่เป็นส.ส.พรรคไทยรักไทยในปี2548 ผ่านมา 14ปีแล้ว ทำไมเรื่องดังกล่าวจึงเกิดการร้องตรวจสอบกันขึ้นมา แล้วคนที่มีข้อมูลทางทราบการถือครองที่ดินไม่ถูกกฎหมายของน.ส.ปารีณา มาตลอดแต่ต้นก็คือ นายปลอดประสพ ที่ปัจจุบันยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ขณะส.ส.เอ๋ แยกออกมาอยู่พลังประชารัฐ

 

นายปลอดประสพ เคยเป็นอดีตปลัดกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทั่งได้รับตำแหน่งอธิบดีกรมประมง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายและฟื้นฟูทะเลไทย อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) และเป็นอธิบดีกรมป่าไม้

 

ในปี 2548 นายปลอดประสพ ได้เข้ารับตำแหน่งทางการเมืองเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังคณะกรรมการของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ พิจารณาว่านายปลอดประสพไม่มีผิดทางวินัยจากอนุมัติการส่งออกเสือโคร่ง 100 ตัวไปยังประเทศจีน ปีต่อมานายปลอดประสพตำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมตามลำดับ

 

29 มี.ค. 60 นายปลอดประสพ ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษา จำคุก 1 ปี แต่รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 20,000 บาท ฐานปฏิบัติหน้ามี่มิชอบจากปี 2546 ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มีคำสั่งปี 2546 สั่งยกเลิกการขึ้นดำรงตำแหน่งนายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน โจทก์ ในตำแหน่ง ผอ.สำนัก ( นักวิชาการป่าไม้ 9 ) โดยมิชอบ

 

อย่างไรก็ตามหากน.ส.ปารีณา มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา นั่นก็ถือว่าเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ดำเนินไป กระนั้นสิ่งที่สังคมต้องฉุกคิดจากเรื่องนี้ก็คือ ในความเป็นการเมืองเมื่อผลประโยชน์ขัดกัน??? ย่อมเกิดสิ่งเหล่านี้ปรากฏให้เห็นเสมอ!!!โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมีการร้องให้ตรวจสอบแม่นายธนาธร!?!