ครูสาวงานเข้าหนัก! เลขาศชอ.บุกโรงพักนำพยานให้ปากคำมัด ลุยต่อปอท.สอบเข้าข่ายม.112หรือไม่

0

จากที่เป็นเรื่องราววิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง หลังจากที่มีคลิปครูสาวรายหนึ่ง พูดจาว่าร้ายพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย จนนำมาซึ่งมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ภายในคาบวิชาสังคมศึกษา ซึ่งเรื่องนี้ นายนพดล พรมหภาสิต เลขาธิการศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด บูลลี่ ทางสังคมออนไลน์ หรือ ศชอ.ได้ออกมาโพสต์ผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว

นอกจากนี้ นายนพดล ยังกล่าวอีกว่า ช่วยกันเซฟน้องนักเรียนที่ถ่ายคลิปครูสาว น้องมีความกล้าหาญมากที่ถ่ายคลิปนำเผยแพร่สู่สาธารณชน มิฉะนั้นสังคมจะไม่หวั่นรู้เลยว่าครูสาวคนนี้ล้างสมองเด็กนักเรียนด้วยข้อมูลผิดๆมานานแล้ว ได้โทรคุยกับน้องคนดังกล่าวที่ถ่ายคลิป ตอนนี้น้องกลัวเป็นอย่างมาก เพราะเด็กสามกีบในห้องที่เป็นบริวารครูขู่จะมารุมทำร้ายน้อง

ล่าสุดวันนี้ 24 ธันวาคม 2565 นายนพดล ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nopadol Prompasit ระบุอยู่ที่ สถานีตำรวจนครบาลสายไหมว่า

“ไม่เหนื่อยใช่ไหมวิ

ไม่เหนื่อยค่ะ ที่จะต้องสอยครูคนนี้ ตำรวจเชิญให้มาอีกรอบ ให้หาพยานมาให้ปากคำเพิ่มเติม

คดีนี้ท่าทางจะไวนะวิ

ประมาณนั้นค่ะ

เสร็จจากที่สน.สายไหม จะไป ปอท. ไปปรึกษาตำรวจว่า เข้าข่าย 112 ไหม เพราะป๋าเปรมท่านเคยเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์”

“เรียน ท่านรัฐมนตรีฯตรีนุช เทียนทอง กรุณาดึงเรื่องที่ข้าพเจ้าฯไปร้องเรียนที่ สพม.๒ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เลขรับที่ 260 ขึ้นมาพิจารณาด้วยครับ เพราะผมไม่มั่นใจว่าหนังสือร้องเรียนฉบับนี้จะได้ดำเนินการต่อหรือไม่ ขอบพระคุณครับ”

“สังคมต้องช่วยกันกดดันผอ.โรงเรียน เพราะคำชี้แจงของครูยังไม่เป็นยุติ ถ้าใช้ความรู้ภายนอก ต้องมีที่มา และต้องประเมินความน่าเชื่อถือก่อนที่จะนำมาสอนเด็ก

หรือหากอ้างว่า นำมาเป็นข้อมูลให้เด็กถกเถียง ก็ต้องมีเอกสารที่ยืนยันอ้างอิงได้ และครูต้องตรวจสอบก่อนตามหลักวิชาการรวมทั้งต้องดู mode ในวันนั้นด้วยว่าเป็นการบรรยายหรือการทำกลุ่มอภิปราย ถ้าจัดการสอบสวนได้ไม่ชัดเจน ผอ.เองจะมีปัญหาเรื่องสมรรถนะในการบริหารจัดการทางวิชาการและการปกครอง”

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปครูสาวโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสอนเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์ โดยพาดพิง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษและอดีตประธานองคมนตรีนั้น

“สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 2 กรุงเทพฯ (สพม. 2 กทม.) ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง และให้ครูรายดังกล่าวพักการสอนวิชาสังคมศึกษาไปก่อน จนกว่าการสืบข้อเท็จจริงจะสิ้นสุด”

ขณะที่มีรายงานด้วยว่า ครูสาวรายดังกล่าว ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีคลิปวิดีโอเผยแพร่การจัดการเรียนการสอน รายวิชา สังคมศึกษา 2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 โดยมีเนื้อหาบางช่วงระบุว่า

เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน… ข้าพเจ้า… ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ได้รับมอบหมายให้จัดการเรียนการสอนในรายวิชาสังคมศึกษา 2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 ในวันอังคารที่ 20 ธันวาคม 2565 คาบเรียนที่ 2

ข้าพเจ้าได้ดำเนินการสอนในเนื้อหา หน่วยที่ 2 เรื่องการปกครองระบอบเผด็จการ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการเรียนรู้นั้น เมื่อสอนเนื้อหาจบจึงมีเวลาเหลือ ข้าพเจ้าจึงมีการเล่าที่เรื่องเกิดขึ้นดังเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ

ซึ่งวัตถุประสงค์แท้จริงของการสอนเพื่อให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหาและกระบวนการปกครองของระบอบเผด็จการ โดยผู้สอนลืมคำนึงถึงขอบเขตของหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ จึงนำแนวคิดและเนื้อหาเสริมจากที่ได้ร่ำเรียนมาสอนเพิ่มเติมให้กับนักเรียน โดยมิได้มีเจตนาในการดูหมิ่นหรืออาฆาตมาดร้าย เพียงแต่เพื่อความรู้ความเข้าใจในระบอบการปกครองรูปแบบนี้มากยิ่งขึ้น