กระตุ้นศก.ปัง!! หอการค้าฟันธงปีใหม่ใช้จ่ายคึก เงินสะพัดแสนล้าน คนกรุงจ่ายหนักกว่า ๓ หมื่นล้าน

0

หอการค้าไทยฯประเมินว่า ช่วงปีใหม่นี้จะมีการใช้จ่ายคึกคักเงินสะพัดกว่าแสนล้าน ตอกย้ำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมาถูกทาง ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปีใหม่นี้คนกรุงเทพฯจะใช้จ่ายเต็มแม็ค มูลค่ารวมกล่า ๓ หมื่นล้านบาท

วันที่ ๒๓ ธ.ค.๒๕๖๕ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์ศก.และธุรกิจมหาวิทยาลัหอการค้าไทย เปิดเผยถึง “พฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี ๒๕๖๖ และทัศนะต่อประเด็นต่างๆ” พบว่า การใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ นี้มีเงินสะพัดอยู่ที่ ๑๐๓,๐๓๙ ล้านบาท ขยายตัว ๒๐.๑% ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ ๑๗ ปี นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๐  เป็นครั้งแรกที่มีเงินสะพัดทะลุแสนล้านบาท

นอกจากนี้ จะพบว่าประชาชนจะมีการจับจ่ายในช่วงเทศกาลอย่างคึกคักและ เป็นกลับมาจับจ่ายที่มีความสุขในรอบ ๓ ปี และจะส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างสดใสและประกอบกับมาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส ๑ ที่รัฐบาลออกมาเป็นของขวัญปีใหม่ อย่างช้อปดีมีคืน พร้อมกับ เราเที่ยวด้วยกัน คาดว่าจะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดเฉลี่ยกว่า ๖๐,๐๐๐ บาท จะส่งผลให้เศรษฐกิจในช่วงไตรมาส ๑ ขยายตัวเพิ่ม ๐.๑ ถึง ๑% จะทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส ๑ ขยายตัว ๓.๕%

“เงินสะพัดในช่วงปีใหม่ ๒๕๖๖ ที่ทะลุ ๑ แสนล้านบาท กลับมามีมูลค่าใกล้เคียงปกติก่อนสถานการณ์โควิด – ๑๙ สะท้อนว่าสถานการณ์โควิด-๑๙ ได้ปิดฉากลงแล้ว ให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง ประกอบกับการท่องเที่ยวเริ่มกลับ และและยังไม่เห็นสัญญาณเศรษฐกิจโลกทรุดตัวลง จึงเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัว”

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มูลค่าการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ช่วงปีใหม่ 2566 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะ คนกรุงเทพฯ มีแผนเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่มากที่สุด โดยกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งเลือกไปสังสรรค์ที่ร้านอาหาร (๕๖%) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากมีแผนเดินทางท่องเที่ยว/ทำกิจกรรมนอกบ้าน และจัดสรรค่าใช้จ่ายเพื่อสังสรรค์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าและวันขึ้นปีใหม่ แม้ว่าสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ จะมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงปลายปี แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อมั่นด้านมาตรการสาธารณสุข เพิ่มการป้องกันตนเอง และเลือกร้านอาหารที่มีการจัดพื้นที่ส่วนตัว มีระบบการจองคิวล่วงหน้า เป็นต้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่เลือกปรุงอาหารรับประทานที่บ้าน มีสัดส่วนรองลงมา (๔๓%) เพราะมีความสะดวกและเลือกซื้อวัตถุดิบได้ตามงบประมาณ

แรงหนุนจากมาตรการช้อปดีมีคืน (มาตรการฯ) สำหรับการใช้จ่ายในช่วงวันที่ ๑ มกราคม ถึง ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ครอบคลุมเทศกาลปีใหม่ อาจมีผลในการกระตุ้นการช้อปปิ้งซื้อสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อเดือนขึ้นไป วางแผนจะเพิ่มงบประมาณการซื้อสินค้าเฉลี่ยไม่น้อยกว่า ๒๐% จากค่าใช้จ่ายช้อปปิ้งในช่วงเวลาปกติที่ไม่มีมาตรการฯ 

แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริโภคเลื่อนจังหวะการซื้อสินค้ามาให้ตรงกับช่วงมาตรการฯ เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ควบคู่ไปกับการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย/ส่วนลดในช่วงเทศกาล ในกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคยังเลือกซื้อ ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กลุ่มตัวอย่างมีแผนจะเลือกซื้อเพิ่มขึ้นตามเทรนด์การดูแลสุขภาพ

นอกจากนี้ ผลการสำรวจพบว่า การใช้จ่ายในกิจกรรมสันทนาการ เช่น คอนเสิร์ต งานเทศกาล และค่าใช้จ่ายเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามการผ่อนคลายมาตรการสาธารณสุขในประเทศ นโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวของหลายประเทศ และความสะดวกในการเดินทาง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เม็ดเงินการใช้จ่ายรวมของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี ๒๕๖๖ จะอยู่ที่ประมาณ ๓๐,๙๐๐ ล้านบาท ขยายตัว ๑๐.๕% (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จากการกลับมาทำกิจกรรมและเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นจากช่วงปีใหม่ปีที่แล้วซึ่งมีการระบาดของโอมิครอน ประกอบกับแรงหนุนส่วนหนึ่งจากมาตรการช้อปดีมีคืนที่อาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มที่มีกำลังซื้อปานกลางถึงสูงที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่จะจัดสรรงบประมาณเฉพาะเพื่อการเฉลิมฉลองในช่วงเวลาจำกัด ๔ วัน ของวันหยุดปีใหม่ (๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ – ๒ มกราคม ๒๕๖๖) และกลับมาวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุมหลังช่วงเทศกาล เนื่องจากยังมีความกังวลด้านค่าใช้จ่ายและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวในระดับสูงส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทั้งนี้ เม็ดเงินการใช้จ่ายช่วงปีใหม่ ๒๕๖๖ ของคนกรุงเทพฯ อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๑ (ก่อนการระบาดของโควิด-19) 

แต่การขยายตัวในปีนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำของเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๕ ประกอบกับผลของราคาสินค้าบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่คนกรุงเทพฯ กลับมาทำกิจกรรมตามปกติเพราะโควิด-๑๙ คลี่คลายลง!!