ฐานแกร่งลุยต่อ!! ปูตินโวรัสเซียสู้ศึกศก.ชนะขาดรวยอื้อ รูเบิลอ่อนเพิ่มส่งออกบูม เย้ยอียูตามก้นเมกาฆ่าตัวตาย

0

สงครามเศรษฐกิจเป็นสนามสำคัญ ของการช่วงชิงความได้เปรียบระหว่างมหาอำนาจเก่า สหรัฐและพวก กับกลุ่มพหุอำนาจใหม่หรือ มัลติโพลาร์พาวเวอร์(Multipolar Power) ล่าสุดรัสเซียสรุปบทเรียนทางเศรษฐกิจตลอดขวบปีที่ผ่านมาท่ามกลางการคว่ำบาตรอย่างหนักของศัตรู

ปูตินยืนยันถึงเสถียรภาพของเศรษฐกิจรัสเซียวันนี้ เกิดจากความพยายามของรัฐบาล, ภาคธุรกิจและประชาชน ร่วมมือกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งจากจีน อินเดีย กลุ่มประเทศยูเรเซียและเอเชียอย่างดียิ่งทำให้ฐานะการเงินการคลังของรัสเซียแข็งแรงกว่ากลุ่มอดีตเศรษฐีจี-๗ หรือแม้แต่กลุ่มจี-๒๐ ที่จีดีพีเกือบค่อนโลก

และการที่เงินรูเบิลของรัสเซียค่าอ่อนลง ซึ่งตะวันตกจะมองว่าเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีผลประกอบการแย่ที่สุดในเดือนนี้ แต่รัสเซียจะแคร์ทำไมเมื่อถูกขับออกจากระบบของตะวันตกแล้ว ค่าเงินอ่อนก็ทำให้การค้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซกลายเป็นรายได้ไหลบ่าเข้ามาได้ช่วยป้องกันประเทศจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกในปีนี้ฉลุย

วันที่ ๒๓ ธ.ค.๒๕๖๕  สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ปธน.ปูตินกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในงานแถลงข่าวหลังการประชุมสภาแห่งรัฐรัสเซีย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาระดับสูงของประเทศ

เขากล่าวว่า “สำหรับเศรษฐกิจนั้น แม้ว่าตะวันตกคาดหวังให้มีการล่มสลาย ความระส่ำระสายและหายนะเกิดขึ้นสำหรับเราในด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น รัสเซียแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าหลายๆ ประเทศใน จี-๒๐ด้วยซ้ำ และแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอ”เขาเสริมว่าหมายถึงตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาค

ประธานาธิบดีเน้นย้ำว่าสิ่งนี้สำเร็จได้ด้วยความพยายามของหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้มีบทบาททางเศรษฐกิจอื่นๆ 

ปูตินกล่าวว่า “ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ การเงินของรัฐมีเสถียรภาพไม่มีช่วงเวลาที่น่ากังวลเช่นกัน ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นผลมาจากสิ่งที่ตกลงมาจากท้องฟ้า นี่เป็นผลจากการทำงานหนักของทุกฝ่าย รัฐบาล ทีมงานระดับภูมิภาค ธุรกิจ และจิตวิญญาณโดยรวมในสังคม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความปรารถนาที่จะทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย” 

สหภาพยุโรปเพียงกลุ่มประเทศเดียวได้ออกมาตรการคว่ำบาตรไปแล้ว ๙ รอบ โดยมุ่งเป้าไปที่ภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจและการธนาคารของรัสเซีย ห้ามการส่งออก และติดตามจับกุมตัวนักธุรกิจรัสเซียและเจ้าหน้าที่รัฐ

ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่จำนวนมากอ้างถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจำกัดการค้าเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่ในสหภาพยุโรป ปูตินเปรียบนโยบายดังกล่าวในส่วนของกลุ่มเป็น “การฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ” และยุโรปทำตัวเป็นพรมเช็ดเท้าของสหรัฐฯเอง 

ผู้นำของสหภาพยุโรป เวอร์จินิจัส ซินเควิเซียส(Virginijus Sinkevicius)กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม พูดเองเลยว่า อียูคว่ำบาตรรัสเซียถึงขีดจำกัดแล้ว การห้ามค้าพลังงานเป็นทางเลือกหลักในการลงโทษที่บรัสเซลส์มี แต่ที่ผ่านมากลับไร้ผลแล้วยังเป็นบูมเมอร์แรงย้อนกลับทำให้ยุโรปสาหัสและยากที่จะฟื้นคืนในระดับปกติ

เขาให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุลิทัวเนียซินิวเรดิจัส (Ziniu radijas) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า “ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปที่มีต่อรัสเซียหมดลงแล้ว และไม่มีอะไรใหม่ ๆ ที่กลุ่มสามารถทำได้อีก”

บรัสเซลส์ใช้มาตรการคว่ำบาตรไปแล้ว ๙ รอบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจรัสเซีย และพุ่งเป้าไปที่นักธุรกิจ นักการเมือง และนักข่าวของรัสเซียจำนวนมาก มาตรการล่าสุดที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แนะนำการห้ามส่งออกจำนวนหนึ่ง และขยายข้อจำกัดให้รวมถึงธนาคารอีก ๓ แห่ง หน่วยงานของรัสเซียอีก ๑๖๘ แห่ง ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดการส่งออก ทำให้จำนวนบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรทั้งหมดเพิ่มเป็น ๔๑๐ แห่ง

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการจัดหาก๊าซของรัสเซียเป็นหนึ่งในมาตรการที่สำคัญที่สุดที่กลุ่มมีอยู่ในการบีบรัสเซีย

ผู้นำอียูมั่นใจว่า “ในแง่ของพลังงาน การลดอุปทานของรัสเซียให้เหลือต่ำกว่า ๙% ของก๊าซผสม ๔๐% ในสหภาพยุโรป นั่นมีแต่จะเพิ่มแรงกดดัน ต่อรัสเซีย” แต่ในข้อเท็จจริงผลออกมาเหมือนกับมาตรการก่อนหน้านี้ ที่มีทั้งผู้คัดค้าน และผํู้ที่แอบซื้อพลังงานของรัสเซียในรูปแบบต่างๆ การค้าพลังงานและสินค้าสำคัญของรัสเซียหลายตัวทำให้ดุลการค้าของรัสเซียปัง

นักเศรษฐศาสตร์และนักการเมืองหลายคนกกเถียงกัน ได้ข้อสรุปว่าการคว่ำบาตรทำร้ายตะวันตกมากกว่ามอสโกว์

ปธน.ฮังการี วิเตอร์ ออร์บาน(Viktor Orban) ว๊ากใส่ผู้นำสหภาพยุโรปว่าเป็นผู้จุดชนวนวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่ และเฉ่งว่าการคว่ำบาตรที่ “ต่อต้าน”พลังงานของรัสเซียเป็นเรื่องโง่เขลา  บูดาเปสต์เรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เปลี่ยน “นโยบายที่ล้มเหลวของบรัสเซลส์”เพราะทำให้ยุโรปกำลัง“เลือดไหลออกช้าๆ” 

ด้านประธานาธิบดีเบลารุส อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก (Alexander Lukashenko)กล่าวว่า การลงโทษต่อรัสเซียกลายเป็น ‘บูมเมอแรง’ ย้อนกลับ การคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซียได้ทำร้ายพลเมืองสามัญของตะวันตกมากกว่ามอสโกว์หรือมินสค์ !!