ก้าวไกลได้ที! ซัดรบ.มัวแต่จะซื้อเรือดำน้ำ-ไม่ดูแลเรือรบ! ถูกย้อนเจ็บ เสนอตัดงบกลาโหมกว่าหมื่นล้าน

0

ก้าวไกลได้ที! ซัดรบ.มัวแต่จะซื้อเรือดำน้ำ-ไม่ดูแลเรือรบ! ถูกย้อนเจ็บ เสนอตัดงบกลาโหมกว่าหมื่นล้าน

จากกรณีของความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหากำลังพล “เรือหลวงสุโขทัย” ประสบเหตุอับปาง เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่จนถึงขณะนี้ ยังคงมีกำลังพลที่สูญหาย 23 นาย โดยกองทัพเรืออยู่ระหว่างเร่งค้นหาด้วยการเสริมกำลังเรือหลวงจำนวน 4 ลำ

พลเรือโทพิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวตลอดทั้งวันนี้ เรื่องของการค้นพบกำลังพล เรือหลวงสุโขทัย เพิ่มเติมว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่า พบกำลังพลรอดชีวิตที่เกาะทะลุ แล้วช่วยไปขึ้นเรือหลวงตากสิน ไม่เป็นความจริง เพราะเรือหลวงตากสิน ไม่ได้รับการสั่งการ หรือร้องขอการช่วยเลย

ส่วนกระแสข่าวที่พบ ต้นเรือพลับ หรือ นาวาตรีพลรัตน์ สิโรดมภ์ ตำแหน่งต้นเรือสุโขทัย นั้น ยืนยันว่า ยังไม่พบ และคาดเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเช่นกัน รวมถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องกลุ่มคนเสียชีวิต 18 นาย ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน และขณะนี้ ผู้สูญหายตัวเลขยังเท่าเดิมคือ 23 นาย

โดยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่เรือหลวงสุโขทัยที่อยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 19 ไมล์ทะเล ประสบอุบัติเหตุคลื่นลมแรงว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ผ่านมาไม่เคยมีเรือรบหลักของกองทัพเรือไทยที่จมด้วยสภาพอากาศหรือเหตุขัดข้องทางเทคนิคมาก่อน เรือหลวงที่จมไปหลายลำก่อนหน้าล้วนถูกโจมตีจากอริราชศัตรู หรือถูกจมโดยกองทัพเองจากความขัดแย้งทางการเมือง

นายพิจารณ์ กล่าวว่า ความเสียหายจากการสูญเสียครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงชีวิตของทหารประจำเรือ หรือมูลค่าเรือที่อยู่ในหลักหลายพันล้านบาท แต่ยังหมายถึงการสูญเสียศักยภาพการป้องกันประเทศด้วย เพราะเรือที่มีขีดความสามารถในระดับเดียวกับเรือสุโขทัย เหลือเพียง 4 ลำเท่านั้น

นายพิจารณ์ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่ตนติดตามงบประมาณกองทัพ โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือมาโดยตลอด ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่เรือสุโขทัยจมลงจากพายุ เป็นเพราะความผิดพลาดของลูกเรือ ผู้บังคับการเรือ หรือจากความผิดปกติของระบบบังคับการต่างๆของเรือ เช่น เครื่องยนต์ เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น เพราะหากเกิดจากสาเหตุหลัง ย่อมหมายความว่ากระบวนการบำรุงรักษาของกองทัพเรือมีปัญหา

ซึ่งตนไม่แปลกใจ เพราะหลายปีที่ผ่านมาในการจัดทำงบประมาณ กองทัพเรือจัดสรรงบจำนวนมากเพื่อจัดซื้อเรือดำน้ำ, โครงการต่างๆที่สนับสนุนเรือดำน้ำ และยุทโธปกรณ์อื่นๆ จนต้องลดงบประมาณในส่วนอื่นๆลง นอกจากนั้นในส่วนของงบประมาณในการซ่อมบำรุงและส่งกำลังบำรุง ตนพบว่าการเบิกจ่ายล่าช้า ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ทั้งปีงบประมาณ 2563-64 แต่กลับมีการโอนเปลี่ยนแปลงงบ ไปซื้อยุทโธปกรณ์อื่นที่ไม่ได้ของบผ่านสภา ไม่ว่าจะเป็น ยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก, ยานเกราะ 4ล้อ เป็นต้น

นายพิจารณ์ กล่าวด้วยว่า ตนรอแถลงการณ์จากกองทัพเรือ ว่าจะมีความคืบหน้าในการหาสาเหตุของเรือจมครั้งนี้อย่างไร และในฐานะกรรมาธิการการทหาร จะติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด เพื่อให้งบประมาณของประเทศถูกใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและประสิทธิภาพการรบของกองทัพไทยอย่างแท้จริง ไม่ใช่การใช้งบเพื่อหาเงินทอน

ต่อมาทางเพจ The METTAD ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า การสำรองเสื้อชูชีพไม่พอ มันก็ประมาทเลินเล่อนั่นแหละ เห็นเป็นเรือรบหลวงลำใหญ่ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุได้

ทัพเรือได้งบอัพเกรดยุทโธปกรณ์น้อยอยู่แล้ว ขออะไรไปก็โดนสังคมกดดัน และต้องตัดงบ ช่วงโควิด กลาโหมก็โดนดึงงบคืนหลวง หมื่นกว่าล้าน เพื่อเอาไปเข้างบกลาง สำหรับช่วยวิกฤตโควิด
ตอนนี้ ก้าวไกล ได้ทีโวยวาย ว่ามัวแต่จะซื้อเรือดำน้ำ ไม่ดูแลเรือรบเดิมให้มันดี คือ เรือดำน้ำเนี่ย ศักยภาพมันเหนือว่าเรือบนน้ำอีก แต่กลับโวยวายไม่ยอมให้ซื้อกัน ซึ่งก็น่าแปลกใจมาก ๆ ว่า พอทัพเรือจะซื้อเรือดำน้ำ แม่งดราม่ากันฉิบหาย แต่พอทัพอื่น ซื้อรถถัง เครื่องบิน จากสหรัฐฯ ดันไม่มีดราม่าให้เห็นซักแอะ
ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2565 นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มาตรา 8 งบประมาณกระทรวงกลาโหม วงเงินกว่า 1.97 แสนล้านบาท โดยเสนอตัดงบ 10 %