ต.อ.กลางคุโชน!? อิรัก-อาฟกาฯ-ปากีฯ-ซีเรีย ก่อการร้ายถล่มสุดสัปดาห์ ตำรวจ-ชาวบ้านดับกว่า ๓๐ บาดเจ็บ ๓๒

0

สถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง กลุ่มผู้ก่อการร้ายออกอาละวาดพร้อมกันในช่วงสุดสัปดาห์หลายประเทศในตะวันออกกลางอย่างผิดสังเกตุ ทั้งซีเรีย, อิรัก, อาฟกานิสถานและปากีสถาน น่าแปลกว่าเป็นประเทศกลุ่มที่ตีตัวออกห่างสหรัฐหันไปพึ่งรัสเซียและจีนทั้งนั้น

ซีเรียมีรายงานการโจมตีด้วยกระสุน ๓ นัดจากตำแหน่งของกลุ่มก่อการร้ายจาบฮัต อัลนุสรา (Jabhat al-Nusra) ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มผิดกฎหมายในรัสเซีย ในเขตลดความรุนแรงของอิดลิบ โอเลก เยโกรอฟในซีเรีย (Idlib Oleg Yegorov) รองหัวหน้าศูนย์รัสเซียเพื่อการปรองดองของฝ่ายตรงข้ามในซีเรียเป็นผู้แถลง ในเวลาเดียว กันก็เกิดระเบิดที่อีรัก ปากีสถาน และอาฟกานิสถาน ล้วนเป็นฝีมือก่อการร้ายทั้งสิ้นมีทั้งประกาศรับผิดชอบ มีทั้งยังไม่ประกาศ

วันที่ ๑๙ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวอัลจาซิราและทาซซ์ รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจอิรักถูกซุ่มโจมตีด้วยระเบิดขณะกำลังเดินทางด้วยรถยนต์ที่หมู่บ้านซาฟรา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองคีร์คูกประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ทางตอนเหนือของอิรัก 

ส่งผลให้มีตำรวจเสียชีวิตอย่างน้อย ๙ นาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ากลุ่มรัฐอิสลามหัวรุนแรงไอเอ็ส (IS) ซึ่งมีฐานปฏิบัติการและเคยก่อเหตุในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิรัก เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โจมตีในครั้งนี้ นอกจากนี้ นายโมฮัมเหม็ด ซิอา อัล ซูดานี นายกรัฐมนตรีอิรัก สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเร่งติดตามและจับกุมผู้ก่อเหตุให้เร็วที่สุด

ต่อมากลุ่มไอซิล(ISIL)หรือไอเอสอ้างความรับผิดชอบเหตุระเบิดขบวนรถตำรวจทันที กลุ่มนี้ยึดพื้นที่กว้างขวางในอิรักและซีเรียในปี ๒๕๗๗  และได้สูญเสียฐานที่มั่นสุดท้ายในปี ๒๕๖๒ แต่ยังคงดำเนินการโจมตีในอิรักและซีเรียเป็นระยะ

รายงานของสหประชาชาติที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาระบุว่า ISIL มีเครือข่ายใต้ดินของนักรบ ๖,๐๐๐ ถึง ๑๐,๐๐๐ คนที่สามารถโจมตีทั้งสองฝั่งของชายแดนอิรักและซีเรีย

กลุ่ม ISIL ได้อ้างความรับผิดชอบในการโจมตีฆ่าตัวตาย ๒ ครั้งในเดือนมกราคม ๒๕๖๔ ที่ตลาดแบกแดดซึ่งมีผู้เสียชีวิต ๓๒ คน นับเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในเมืองในรอบกว่าสามปีหลังเสียฐานที่มั่น

มาอีกประเทศหนึ่งที่ไม่เคยสงบสุขหลังสหรัฐอ้างถล่มก่อการร้ายแล้วยึดครองมากว่า ๒๐ ปี ในเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่กรุงคาบูล อัฟกานิสถาน เกิดเหตุรถยนต์บรรทุกน้ำมันระเบิดภายในอุโมงค์ซาลัง(Salang) ทางตอนเหนือของกรุงคาบูล ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๑๙ คน บาดเจ็บ ๓๒ คน

เดิมทีอุโมงค์ Salang ตั้งอยู่ห่างจากกรุงคาบูลประมาณ ๑๒๘ กิโลเมตร ในอดีตถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากสหภาพโซเวียต แต่ปัจจุบันเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของอัฟกานิสถาน เรื่องนี้ นายมอลวี ฮามิดุลเลาะห์ มิสบา(Molvi Hamidullah Misbah) โฆษกกระทรวงโยธาธิการของอาฟกานิสถานระบุว่า สถานการณ์เพลิงไหม้ภายในอุโมงค์สงบลงแล้วแต่เจ้าหน้าที่ยังคงเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อพิสูจน์ทราบสาเหตุการระเบิดที่แท้จริง

พอวันอาทิตย์ กลุ่มก่อการร้ายในปากีสถานได้โจมตีสถานีตำรวจทำให้มีตำรวจเสียชีวิตทันที ๔ นาย

กลุมผู้ก่อการร้ายบุกเข้าโจมตีสถานีตำรวจในเขตลักกีมาร์หวัต (Lakki Marwat) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานใกล้กับอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ๔ นาย บาดเจ็บสาหัสอีก ๔ นาย ส่วนผู้ก่อเหตุสามารถหลบหนีไปได้ ทั้งนี้ ยังไม่มีแถงลการณ์แสดงความรับผิดชอบจากกลุ่มก่อการร้าย แต่ที่ผ่านมาบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานมักถูกกลุ่มเตห์รีค-อี-ตาลิบันแห่งปากีสถาน (Tehreek-e-Taliban Pakistan)หรือกลุ่มTTP ที่แอนตี้รัฐบาลอาฟกานิสถานในปัจจุบันด้วย  ซึ่งเป็นกลุ่มโจมตีต่อปากีสถานบ่อยครั้ง โดยเมื่อ เดือนพ.ย.ที่ผ่านมากลุ่ม TTPนี้เคยก่อเหตุซุ่มโจมตีตำรวจสายตรวจและสามารถสังหารตำรวจได้ ๖ นาย รวมทั้งเคยใช้วิธีการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

ดูเหมือนว่า เราจะได้ข่าวการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายน้อยลงในระหว่างปี ๒๕๖๔ แต่ดัชนีการก่อการร้ายทั่วโลก (Global Terrorism Index: GTI) ประจำปี ๒๕๖๕ ได้เปิดเผยให้เห็นว่า แม้ว่าการโจมตีของผู้ก่อการร้ายจะเพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบจากการก่อการร้ายกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๖๔ จำนวนผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายลดลง ๑.๒% แตะ ๗,๑๔๒ ราย แม้ว่าการโจมตีจะเพิ่มขึ้น ๑๗% ก็ตาม 

ซึ่งตอกย้ำว่าการก่อการร้ายมีความรุนแรงถึงชีวิตน้อยลง ขณะเดียวกัน ๒ ใน ๓ ของประเทศทั่วโลกรายงานว่า ไม่มีการโจมตีหรือไม่มีผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้าย ซึ่งนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ และ ๘๖ ประเทศมีสถานการณ์ดีขึ้น ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมา

ดัชนีการก่อการร้ายทั่วโลกตอกย้ำว่าการก่อการร้ายยังคงเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง โดยภูมิภาคแอฟริกาใต้ สะฮารามีผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายคิดเป็น ๔๘% ของยอดผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายทั่วโลก ขณะที่ ๔ จาก ๑๐ ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายเพิ่มขึ้นมากที่สุดก็อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารา ได้แก่ ไนเจอร์ มาลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และบูร์กินาฟาโซ

หลังจากพ่ายแพ้ในสมรภูมิซีเรียและอิรัก กลุ่มไอเอสได้หันเหความสนใจไปที่ซาเฮล ในแอฟริกา จนยอดผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายในพื้นที่นี้เพิ่มขึ้นถึง ๑๐ เท่าส่งผลให้ซาเฮลกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของการก่อการร้าย นอกจากนี้ การก่อการร้ายในพื้นที่ยังเพิ่มมากขึ้นเพราะจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก การขาดแคลนน้ำและอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความอ่อนแอของรัฐบาล ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ยังมีความซับซ้อนมากขึ้นเพราะมีองค์กรอาชญากรรมอีกหลายกลุ่มที่อ้างเป็นกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ว่าแต่ทำไมจึงหวนกลับมาอาละวาดย่านตะวันออกกลางได้อีก!!??