ปูตินเย้ยเจ็บ!? เมกากำหนดเพดานน้ำมันรัสเซียล่ม อียูแหกซื้อมอสโกว์มากสุด ทำรวยจัดเกินดุล ๑.๓๘ แสนล้าน$

0

คำพูดสะเทือนโลกของปธน.ปูตินล่าสุด ที่ว่า “อียูทำตัวเป็นพรมเช็ดเท้าเมกา”และย้ำว่า วิกฤตเศรษฐกิจของยุโรปตะวันตกเป็นผลมาจากการที่บรัสเซลส์ยอมจำนนต่อ “เจ้าเหนือหัวอเมริกัน” อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำแสบเข้าไปถึงทรวงอย่างยิ่ง

แต่สถานการณ์ล่าสุดหลังประกาศคว่ำบาตรรัสเซียรอบที่ ๙ กำหนดเพดานราคาน้ำมันห้ามใครซื้อเกินที่สั่ง ปูตินก็ยิ้มอ่อนลงนามกฎหมายไม่ขายให้ประเทศที่ทำตามมาตรการนี้ ส่งผลให้ยุโรปเป็นใบ้อ้ำอึ้งและเพิกเฉยทำไม้รู้ไม่ชี้ บางประเทศอย่างฮังการีออกมาค้านอย่างเปิดเผย สำหรับประเทศนอกสหภาพยุโรปไม่ต้องพูดถึง ทั้งอาฟริกา อาหรับและเอเชียตลอดจนลูกค้ารายใหญ่อย่างอินเดียและจีนต่างประสานเสียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันว่า จะซื้อพลังงานรัสเซียต่อไปตามข้อตกลงที่รัสเซียเห็นชอบ

เป็นภาพสะท้อนของการหมดบารมีและไร้เกียรติศักดิ์ศรีของมหาอำนาจเก่าสหรัฐฯอย่างชัดเจน ซ้ำร้ายที่ผ่านมาอียูปากบอกคว่ำบาตร แต่กลับซื้อพลังงานรัสเซียมากที่สุดอ้างเพื่อเตรียมการละทิ้งพลังงานของรัสเซีย และสหรัฐฯตีฆ้องร้องป่าวว่าต่อไปนี้ยุโรปจะเป็นลูกค้าพลังงานของสหรัฐฯตลอดไป อนาคตข้างหน้าไม่รู้แต่วันนี้ยังสาละวนแอบซื้อสินค้ารัสเซียในรูปแบบพลิกแพลงผ่านยี่ปั๊วกันคึกคัก

วันที่ ๑๖ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและรัสเซียทูเดย์รายงานว่า สหภาพยุโรปไม่มีแผนที่จะกำหนดเพดานราคาก๊าซของรัสเซียในอนาคตอันใกล้นี้ และไม่ได้หารือเกี่ยวกับประเด็นนี้ในระดับประเทศด้วยซ้ำ

แหล่งข่าวจากสหภาพยุโรปกล่าวว่า “การห้ามนำเข้าก๊าซของรัสเซียในรูปแบบเดียวกับการห้ามส่งน้ำมันของสหภาพยุโรปซึ่งกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ ที่เข้มงวดกับรัสเซียนั้นไม่เป็นคำถาม” 

แม้ว่าประเทศสมาชิกบางประเทศกำลังหารือเกี่ยวกับราคาสูงสุดสำหรับการนำเข้าก๊าซของรัสเซีย แต่ก็ไม่มีการเจรจาดังกล่าวในระดับสหภาพยุโรปอย่างใด“คณะกรรมาธิการยุโรป ไม่มีความตั้งใจที่จะผลักดันให้มีการตัดสินใจเช่นนี้ในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นการพูดคุยเหล่านั้นจึงเป็นเพียงการเจรจาเชิงสำรวจเท่านั้นในขั้นตอนนี้”

ก่อนหน้านี้สหภาพยุโรปได้กำหนดราคาสูงสุดที่ ๖๐ ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรลสำหรับน้ำมันดิบของรัสเซียกำหนดเริ่มเมื่อวันที่ ๕ ธ.ค.ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้รัสเซียตอบโต้ทันที ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของเครมลินให้รายละเอียดว่าปธน.ปูตินจะลงนามในกฤษฎีกาเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ ไม่ขายสินค้าพลังงานทุกชนิดให้ประเทศที่ยึดตามมาตรการคว่ำบาตรใหม่กำหนดเพดานราคาน้ำมันตามการร้องขอของสหรัฐฯ

สหรัฐและสหภาพยุโรปได้อนุมัติมาตรการคว่ำบาตร ๘ ชุดต่อมอสโกว์แล้ว และล่าสุดนี้เป็นข้อตกลงในหลักการชุดที่ ๙ นอกเหนือจากการจำกัดราคาน้ำมันดิบของรัสเซียที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๕ ธันวาคมแล้ว แพ็คเกจที่ ๘ ยังกำหนดเพดานสูงสุดสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๐๒๓

ปธน.ปูตินเย้ยเจ็บแสบว่า “วันนี้สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหุ้นส่วนหลักของสหภาพยุโรปกำลังดำเนินนโยบายที่นำไปสู่การทำลายอุตสาหกรรมของยุโรปโดยตรง พวกเขายังพยายามที่จะบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้กับผู้บังคับบัญชาชาวอเมริกันของพวกเขา บางครั้งด้วยความขุ่นเคือง พวกเขาถามว่า ‘ทำไมคุณทำกับเราแบบนี้’ ฉันต้องการถามว่า ‘คุณคาดหวังอะไร’ น่าจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ยอมให้เช็ดเท้า” 

ปูตินกล่าวว่า “ยุโรปเองบรรลุผลสำเร็จอะไรจากการคว่ำบาตร? ประการแรก มีเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในยูโรโซนบ้านเกิดของพวกเขาเอง ในเดือนพย.เงินเฟ้อยูโรโซนโดยรวมอยู่ที่ ๑๐% บางประเทศมากเกินกว่า ๒๐% แม้กระทั่ง ๒๕%ก็มี”

ปูติฟาดซ้ำอีกว่า “กลุ่มประเทศตะวันตก ยังคงพยายามกอบโกยทรัพยากรจากผู้อื่นสำหรับตนเอง เหมือนเวลาหนาวแล้วดึงผ้าห่มให้ตัวเองอย่างไร้ยางอาย ตรงช้ามกันรัสเซียช่วยเหลือรัฐที่ยากจนที่สุดในแอฟริกา เอเชีย และภูมิภาคอื่นๆ โดยส่งอาหารและสินค้าอื่นๆให้อย่างไม่รีรอ ทำไมพวกเขาไม่ทำ”

นอกจากนี้ปธน.ปูติน ยังกล่าวอีกว่า สหภาพยุโรปซื้อสินค้ารัสเซียมากขึ้นแม้ประกาศคว่ำบาตร

ในระหว่างการประชุมกับสภาเพื่อการพัฒนาเชิงกลยุทธ์และโครงการระดับชาติ ปูตินโต้แย้งว่า สหภาพยุโรปยังคงบริโภคสินค้ารัสเซียต่อเนื่อง แต่ระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์ของตนเองไปยังรัสเซีย สถานการณ์นี้ไม่สามารถ ปล่อยให้ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีกำหนดดังนั้น รัสเซียจึงต้องมองหาพันธมิตรใหม่

ปูตินย้ำว่า “เป็นเรื่องน่าสนใจที่จะสังเกตว่า แม้ว่าจะมีการคว่ำบาตรในช่วง ๙ เดือนแรกของปีนี้ การส่งมอบสินค้าพื้นฐานของรัสเซียไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น ๑.๕ เท่า โดยรวมแล้ว การส่งออกเพิ่มขึ้น ๔๒% ขณะที่เกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น๒.๓ เท่า เป็น ๑.๓๘ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ”

การส่งออกธัญพืชโดยรวมของประเทศ คาดการณ์ว่าจะมีประมาณ ๕๐ ล้านตันในปี ๒๕๖๕ นี้ รัสเซียมีแผนที่จะจัดหาธัญพืชอีก ๔-๕ ล้านตันภายในสิ้นปีนี้ พร้อมระบุว่าการส่งออกแร่และปุ๋ยมีเกิน ๒๕ ล้านตันแล้ว

ทำไมทำมาสหรัฐฯและพันธมิตรยิ่งคว่ำบาตรรัสเซียยิ่งทำให้รัสเซียรวยอู้ฟู่ถึงขนาดเกินดุลการค้า ในขณะที่ประเทศคู่อริกลับขาดดุลการค้ากับรัสเซียมหาศาล ผลสรุปเบื้องต้นสำหรับสงครามเศรษฐกิจปีนี้ รัสเซียชนะขาด!!!!