จัดมาเลย!! รัสเซียท้าเย้ยเมกาส่งแพทริออต เป็นเป้าไฮเปอร์ฯคินซาลถล่มเละ แพ้มาแล้วสงครามอ่าว-เหลวที่ญี่ปุ่น

0

สื่อต่างๆ ของสหรัฐฯ รายงานว่าเพนตากอนกำลังเตรียมส่งระบบขีปนาวุธพื้นผิวสู่อากาศเอ็มไอเอ็ม-๑๐๔ แพตริออต (MIM-104 Patriot) ไปยังยูเครน สื่อพากันโหมโฆษณาจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสงคราม แต่นอกเหนือจากปัญหาด้านลอจิสติกส์และการฝึกอบรมการใช้ที่ชัดเจนแล้ว ยังมีคำถามอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ยังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับการปรับใช้ที่เป็นไปได้ของระบบนี้ในสนามรบจริงเพราะประวัติศาสตร์พ่ายแพ้มาแล้วทั้งในสงครามอ่าว และญี่ปุ่นในสงครามขัดแย้งกับเกาหลี

แพตริออต เป็นระบบรถเคลื่อนที่ตามท้องถนน และสามารถติดตั้งและเตรียมยิงได้ในเวลาประมาณ ๓๐ นาที ไม่เหมือนกับระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้แบบเคลื่อนที่ หรือปืนใหญ่เคลื่อนที่แบบสแตนด์อโลน ซึ่งสามารถยิงส่วนเสริมของขีปนาวุธหรือจรวดได้ใน ๑-๓ นาทีและอพยพ เป็นกลยุทธ์ที่รัสเซียใช้บ่อยเรียกว่า“ยิงแล้วหนี”  แต่แพตริออตไม่ว่องไวขนาดนั้น ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากการรวมกันเป็นกลุ่มของยานพาหนะ ระบบสามารถจับได้อย่างง่ายดายโดยดาวเทียมของรัสเซีย  ทำให้พวกมันกลายเป็นเป้าหมายสำหรับขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิค ที่สามารถหลบเลี่ยงการป้องกันขีปนาวุธธรรมดา อย่าง “คินซาล”ของรัสเซีย ส่งมาเมื่อไหร่ก็เละเมื่อนั้น

ดังนั้น หากสหรัฐฯเดินหน้าส่งมอบแพทริออตไปยังยูเครน มันอาจกลายเป็นโอกาสอย่างรวดเร็วสำหรับรัสเซียในการทดสอบประสิทธิภาพของขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงคินซาล (Kinzhal) กับระบบป้องกันขีปนาวุธในความเป็นจริง และนี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเพนตากอนในการใช้สนามรบยูเครนทดสอบ

วันที่ ๑๕ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวทาซซ์และสปุ๊ตนิกรายงานว่า ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินกล่าวเมื่อวันพุธว่า รัสเซียจะกำหนดเป้าหมายระบบขีปนาวุธแพทริออตของสหรัฐฯ MIM-104 ในยูเครนอย่างแน่นอน หากอาวุธดังกล่าวถูกนำไปใช้ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ 

คำพูดของเปสคอฟเป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับวิธีที่รัสเซียจะตอบสนองต่อการส่งมอบระบบที่สหรัฐฯ สร้างขึ้นซึ่งขณะนี้เคียฟยังไม่มี อดีตปธน.รัสเซีย ดมิตรี เมดเวเดฟ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า อาวุธดังกล่าวและทหารผู้ใช้อาวุธนั้นจะเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมายหากสมาชิกนาโต้ส่งมอบ

สำหรับสถานการณ์ในสนามรบล่าสุด พลโทอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรายงานเมื่อวันพุธที่ ๑๔ ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า กองกำลังรัสเซียกำจัดหน่วยบ่อนทำลายและสอดแนมของยูเครน ๕ กลุ่มในสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์และโดเนตสค์ในวันที่ผ่านมา สามารถปลดปล่อยพื้นที่ส่วนหลักของโวเดียเยเน (Vodyane) ได้แล้ว การปลดปล่อยครั้งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้กองกำลังรัสเซีย เปิดปฏิบัติการเชิงรุกในทิศทางของโตเนนเก (Tonenke) เพื่อขัดขวางเส้นทางการลำเลียงสู่เมืองแอฟเดียฟกา(Avdiivka) ของกองทัพยูเครนได้

เขากล่าวว่า “ในพื้นที่การตั้งถิ่นฐานของสเตลมาคอฟก้า (Stelmakhovka) ในภูมิภาคลูฮันสค์  ยิงปืนใหญ่ทำลายกองหนุนของกองทัพยูเครน นอกจากนี้ กลุ่มลาดตระเวนของข้าศึก ๕ กลุ่มถูกกำจัดในพื้นที่ใกล้กับการตั้งถิ่นฐานของเมืองเชอร์โวนายา ดิบรอฟวา (Chervonaya Dibrova) ในลูฮันสค์และ เมืองตอร์สกอย(Torskoye) ในโดเนตสค์” 

กองกำลังรัสเซียทำลายกองทหารยูเครนประมาณกว่า ๑๐๐ นายในชุมชน ๔ แห่งในภูมิภาคคาร์คอฟ และชุมชน ๑ แห่งในลูฮันสค์เมื่อวันก่อน 

มีรายละเอียดคือ กลุ่มจู่โจมยูเครนได้รุกเข้าไปยังชุมชน ๒ แห่งในเมือง ปลอชชันก้า(Ploshchanka) และ ครีเมนายา(Kremennaya) ในลูฮันสค์ กองทหารรัสเซียได้ขัดขวางการโจมตีและตอบโต้กลับ ๓ ครั้ง 

“ในทิศทางคริชนี ลิมาน (Krasny Liman) การยิงปืนใหญ่และการปฏิบัติการเชิงรุกของกองทหารรัสเซียขัดขวางการโจมตี และตอบโต้กลุ่มจู่โจมยูเครน ๓ กลุ่มล่าถอยกลับ” ในช่วง ๒๔  ชั่วโมงที่ผ่านมา ข้าศึกสูญเสียทหารกว่า ๖๐ นายที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ พาหนะต่อสู้ของทหารราบ ๑ คัน และรถกระบะ ๒ คันในบริเวณนั้นรวมทั้งฐานบัญชาการของกลุ่มรบยุทธวิธีและปฏิบัติการของกองทัพยูเครนถูกทะลายราบ

“ในทิศทางของโดเนตสค์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของการตั้งถิ่นฐานของโวเดียเยเน อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์ ทหารยูเครนสูญเสียประมาณ ๕๐ นาย ทำลายรถถัง ๑ คัน รถหุ้มเกราะ ๓ คัน และรถกระบะ ๔ คัน” 

กองกำลังรัสเซียทำลายเรดาร์ต่อต้านแบตเตอรี่ AN/TPQ-37 ที่ผลิตในสหรัฐฯของกองทัพยูเครน ๒ ลำในเมืองยัมโปลอฟก้า(Yampolovka) และ คาลินนินา(Kalinina) สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ และทำลายคลังเก็บอาวุธนำวิถีและปืนใหญ่ของกองทัพยูเครนในพื้นที่ชุมชนคาเมนสกอย (Kamenskoye) ในเขตซาโปริชเชีย

โฆษกกล่าวว่า “ได้ทำลายคลังกระสุนของกองพลเคลื่อนที่ทางอากาศที่ ๘๑ ของกองทัพยูเครนซึ่งเก็บจรวดประมาณ ๒,๐๐๐ ลูกของระบบแกรด (Grad) และกระสุนปืนใหญ่หลายลำกล้องกว่า ๓,๐๐๐ ลูกในชุมชนครามาตอร์(Kramatorsk) เขตโดเนตสค์” 

เรียกว่าการรายงานของโฆษกกระทรวงกลาโหมเป็นไปอย่างต่อเนื่องทุกวัน พบจุดแข็งจุดอ่อนทั้งของกองทัพรัสเซียเองและของข้าศึกอย่างเปิดเผย และโดยภาพรวมคือ กองกำลังผสมของเคียฟ-นาโต้พ่ายแพ้แม้พยายามบุกในเมืองยุทธศาสตร์ตลอดแนวทั้ง ๔ ภูมิภาคแต่กลับต้องล่าถอยไปอย่างสะบักสะบอม พร้อมสูญเสียกำลังพลต่อเนื่องอย่างปิดไม่มิด แม้ว่าเซเลนสกี้จะออกมาไลฟ์สดทุกวันว่าทำลายกองทัพรัสเซียอย่างหนักและยูเครนใกล้ชนะแล้ว

ล่าสุดกระทรวงกลาโหมยูเครน ออกมาระบุว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะต้องประกาศการระดมพลครั้งใหม่เพื่อเติมเต็มกำลังพลที่สูญเสีย และไม่รู้ว่าสงครามจะสงบเมื่อใด  ประเด็นนี้รัฐมนตรีช่วยกลาโหมของยูเครน แอนนา มับยาร์ (Anna Malyar) ออกมายอมรับและขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก พลเรือนจะเหลือให้เกณฑ์ทหารเพิ่มแค่ไหนไม่รู้เพราะอพยพหนีหนาวออกไปจากยูเครนอย่างต่อเนื่อง!!??