รบเดือด!? กองทัพรัสเซียกวาดล้างฐานทหารยูเครน ๒๓๐ แห่งเละ สกัดบินรบนอร์เวย์เหนือทะเลแบเร้นท์

0

ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในสงครามตัวแทนยูเครน ได้กลายเป็นการสู้รบทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และอาจให้กำเนิดเครื่องบินรบทางอากาศรุ่นใหม่ของรัสเซียที่สรุปบทเรียนจากการต่อสู้ของนับรบมือฉกาจ

กว่าเก้าเดือนในปฏิบัติการกระทรวงกลาโหมรัสเซียหรือที่เรียกสั้นๆว่า ม้อด(MoD) รายงานว่าได้ทำลายเครื่องบินทหารของยูเครน ๕๒๖ ลำ โดยเป็นเครื่องบินปีกตรึง ๓๔๓ ลำ และเฮลิคอปเตอร์ ๑๘๓ ลำ

รายงานรายวันของกระทรวงกลาโหมมีรายละเอียดต่างๆ เช่น วันที่ ประเภทเครื่องบิน สถานที่ และวิธีการทำลาย ทำให้กองทัพรัสเซียสามารถสรุปตัวเลขได้จากการปฏิบัติงานจริง ได้บทเรียนทั้งจุดแข็งจุดอ่อนของอาวุธยุทโธปกรณ็ ตลอดจนยุทธิวีธีและธรรมชาติแห่งการสู้รบระหว่างศัตรูและกองทัพของรัสเซียและพันธมิตร

สถานการณ์ล่าสุดทำให้เห็นว่าจุดแข็งของรัสเซียเหนือท้องฟ้า เป็นที่เกรงขามของสหรัฐและนาโต้ไม่น้อย แม้ว่าสหรัฐยังมีโดรนสังหารและเครื่องบินล่าสุดที่อ้างว่าล้ำสมัยยังไม่กล้านำมาให้ยูเครนใช้เพราะกลัวรัสเซียสอย ที่ส่งมาเป็นของเก่าและยุโรปต่างโอดโอยว่าอาวุธหมดคลัง แน่นอนต้องเร่งของบฯทหารเพิ่มเพื่อสั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐเข้าทางพ่อค้าสงครามอีกตามเคย

สงครามยังคงดำเนินต่อไป รัสเซียบุกไม่ยั้งในพื้นที่สู้รบและรุกไล่กองกำลังผสมเคียฟและนาโต้ออกจากพื้นที่ ๔ ภูมิภาคอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมทั้งทำลายกองหนุนแนวหลังของเคียฟอย่างเป็นฝ่ายกระทำ ด้านสหรัฐยังคงทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายรัสเซีย แต่ยิ่งนานวันรัสเซียกลับยิ่งแข็งแกร่งขยายพันธมิตรกว้างขวางขึ้น

วันที่ ๑๓ ธ.ค.๒๕๖๕  สำนักข่าวทาซซ์รายงานว่า พลโทอิกอร์ โคนาเชนคอฟ (Igor Konashenkov)โฆษกกระทรวงกลาโหมรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ยิงเครื่องบินขับไล่มิก-๒๙ (MiG-29) จำนวน ๒ ลำและเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ-๘(Mi-8) จำนวน ๒ ลำของยูเครนตกในสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์เมื่อวานนี้

ทำลายมิก-๒๙ ในพื้นที่ใกล้กับที่ตั้งถิ่นฐานของโรดินสกอย (Rodinskoye) และ พาฟลอฟกา(Pavlovka) ยิงเฮลิคอปเตอร์เอ็มไอ-๘ สองลำตกในพื้นที่ชุมชนของ คูราโคโว(Kurakhovo) และคอนสแตนตินอฟกา (Konstantinovka)

นอกจากนี้ได้โจมตีที่ตั้งของกองทัพยูเครนกว่า ๒๓๐ แห่งพังราบ “ได้ทำลายเครื่องบินปฏิบัติการทางยุทธวิธี กองทหารขีปนาวุธ และใช้ปืนใหญ่ทำลายหน่วยปืนใหญ่ยูเครน ๘๓ หน่วยที่ตำแหน่งยิง รวมทั้งกำลังคนและยุทโธปกรณ์ทางทหารในพื้นที่ ๑๕๖ แห่ง” 

โฆษกกลาโหมกล่าวว่า “กองกำลังรัสเซียสร้างความเสียหายให้กับกองทัพยูเครนด้วยอำนาจการยิงในพื้นที่ คูเปี้ยนสค์(Kupyansk) และแครสนี ลิมาน (Krasny Liman) โดยสามารถทำลายกลุ่มติดอาวุธได้ประมาณ ๗๐ คน ยานเกราะต่อสู้ ๓ คัน และยานยนต์ ๕ คันถูกกำจัด และปฏิบัติการรุกในพื้นที่โดเนตสค์ ประสบความสำเร็จ

“กองทหารรัสเซียยังคงปฏิบัติการโจมตีแบบยึดครองได้ขัดขวางความพยายามของศัตรูโดยทำลายกองพลทหารราบที่ ๕๙ ของกองทัพยูเครน ใกล้กับที่ตั้งถิ่นฐานของเปสกีในภูมิภาคโดเนตสค์ ทำให้ยูเครนสูญเสียจำนวนถึง ๓๐ นาย ยานรบทหารราบ ๒ คัน และรถปิกอัพ ๓ คัน”

แอร์โรฟอร์ซของรัสเซียสกัดขีปนาวุธโทคา-ยู (Tochka-U )ของยูเครน ๒ ลูกและจรวด HIMARS ๒ ลูกในเขตเคอร์ซอน (Kherson) ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในบริเวณที่ตั้งถิ่นฐานของยูบีเลียนอย (Yubilyeinoye) 

นอกจากนี้ ยังทำลายยานพาหนะทางอากาศไร้คนขับของยูเครน ๖ ลำในพื้นที่ใกล้ เมืองโกลิโคโว(Golikovo),โปลชันกา (Ploshchanka), เมโลวัตกา(Melovatka) และโปปาสนายา (Popasnaya) ในสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ , เทอร์นี (Terny) ในภูมิภาคคาร์คอฟ (Kharkov) และเมืองโดเนตสค์ 

ทำลายคลังกระสุนของกองพลป้องกันดินแดนที่ ๑๐๒ ของกองทัพยูเครนในเขต ซาโปริชเชีย(Zaporozhye)

โดยรวมแล้วตั้งแต่เปิดปฏิบัติการ กองทัพรัสเซียได้ทำลายเครื่องบินรบยูเครน ๓๔๓ ลำ เฮลิคอปเตอร์ ๑๘๓ ลำ ยานพาหนะไร้คนขับ ๒,๖๕๓ ลำ ระบบขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ ๓๙๖ ลำ รถถังและยานเกราะต่อสู้อื่นๆ ๗,๐๗๖ คัน เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ๙๒๘ กระบอก ปืนใหญ่สนามและปืนครก ๓,๖๗๘ กระบอก และ ยานยนต์ทางทหารพิเศษ ๗,๕๖๘ คัน

สถานการณ์ล่าสุดในวันเดียวกัน เครื่องบินรบมิก-๓๑ (MiG-31) ของรัสเซียได้สกัดกั้นเครื่องบินสอดแนมของนอร์เวย์พี-๓ซี ออเรียน(P-3C Orion)เหนือทะเลแบเร้นท์ส (Barents) โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันประเทศของรัสเซียแถลงว่า “ไม่อนุญาตให้มีการละเมิดพรมแดนรัฐของสหพันธรัฐรัสเซีย” 

ความสามารถในการควบคุมน่านฟ้าของรัสเซียตรวจพบเป้าหมายที่เข้าใกล้พรมแดนของรัฐเหนือน่านน้ำที่เป็นกลางของทะเลแบเรนต์ส ได้ส่งสัญญาณเตือนให้ออกจากเขต จากนั้นเครื่องบินสอดแนม P-3C Orion ของนอร์เวย์จึงกลับลำออกจากชายแดนรัฐของรัสเซีย 

แถลงการณ์ระบุว่า “การบินของเครื่องบินขับไล่รัสเซียดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามข้อกำหนดการใช้น่านฟ้าสากลเหนือน่านน้ำที่เป็นกลาง โดยไม่ข้ามเส้นทางบินหรือบินเข้าใกล้เครื่องบินต่างประเทศที่เป็นอันตราย”