เด็ดขาด!! เมดเวเดฟแหกอกนาโต้ ศัตรูของรัสเซียคือเมกาและพวก มอสโกว์มีอาวุธทรงพลังยังไม่โชว์แต่มีไว้ลุย

0

เมดเวเดฟซัดเดือดว่า วันนี้รัสเซียเห็นชัดเจนแล้วว่าใครบ้างเป็นศัตรู ผู้ซึ่งภักดีกับวอชิงตันมีอยู่มากมาย  ทำให้รัสเซียต้องส่งเสริมการผลิตอาวุธที่ทรงพลัง คำพูดเขาส่งสัญญาณไปที่เลขาธิการสภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติของยูเครน และนาโต้ ซึ่งกล่าวว่าศัตรูของเคียฟ คือพวกที่อยู่ในดินแดนตั้งแต่สาธารณรัฐดอนบาสที่อยู่ติดกัน ไปจนถึงวลาดิวอสตอค นั่นก็คือหมายถึงรัสเซียนั่นเอง

ขณะเดียวกัน เลขาธิการนาโต้ได้แสดงความกังวลว่าการสู้รบในยูเครนอาจลุกลามจนเกินควบคุมและกลายเป็นสงครามระหว่างรัสเซียและนาโต้ ตามคำสัมภาษณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เจนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการนาโต้กล่าวในคำปราศรัยต่อสถานีโทรทัศน์เอ็นอาร์เคของนอร์เวย์ว่า “หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ก็อาจผิดพลาดอย่างมหันต์ได้” “มันเป็นสงครามที่เลวร้ายในยูเครน นอกจากนี้ ยังเป็นสงครามที่อาจกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบที่ลุกลามเป็นสงครามใหญ่ระหว่างนาโต้และรัสเซีย”

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ตามสำนวนไทย รัสเซียจับได้หลายครั้งและพบว่ากำลังพลของกองทหารนานาชาติที่เข้าร่วมกับกองทัพเคียฟมาจากสมาชิกนาโต้ตัวแรงทั้งนั้น ทั้งโปแลนด์อังกฤษและอเมริกา ใครจะเชื่อว่าสหรัฐฯและนาโต้พยายามไม่ให้ลุกลาม การโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียนอกเหนือจากภูมิภาคใหม่ที่เพิ่งรวมกับรัสเซียมันบ่งบอกชัดว่า ต้องการยั่วยุให้รัสเซียออกไม้แรงใช้นิวเคลียร์ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายเมกาและพวก

สถานการณ์ในพื้นที่สู้รบบ่งบอกชัดว่า รัสเซียใช้อาวุธระดับกลางก็สามารถปราบเคียฟ-นาโต้อยู่หมัด ยังไม่จำเป็นต้องใช้ตัวแรงสุดแต่อย่างใด สหรัฐเองยังไม่กล้าส่งของแรงให้ยูเครนเพราะกลัวโดนล้วงตับ เมดเวเดฟเลยออกมาซัดเรียงหน้าทั้งเคียฟและนาโต้ว่า วอชิงตันได้สร้างศัตรูให้รัสเซียมากมาย รัสเซียย่อมต้องเตรียมพร้อมสร้างอาวุธชั้นสูงไว้ลุยกับศัตรูอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เอามาใช้ นอกเสียจากว่าจำเป็น

วันที่ ๑๒ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวทาซซ์และรัสเซียทูเดย์รายงานว่า รองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งรัสเซีย ดมิตรี เมดเวเดฟ เขียนในช่องเทเลแกรมของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “ศัตรูของเราตั้งมั่นอยู่ในยุโรป อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอีกหลายแห่งที่สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อนิโอฯในปัจจุบัน นั่นคือเหตุผลที่เราส่งเสริมการผลิตอาวุธทำลายล้างที่ทรงพลังที่สุด รวมถึงหลักการใหม่ที่จะรับมือกับศัตรูด้วย” 

รัสเซียกำลังส่งเสริมการผลิตอาวุธที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งรวมถึงหลักการทางกายภาพใหม่ เพื่อตอบโต้ประเทศตะวันตกที่สนับสนุนระบอบการปกครองนิโอฯของเคียฟ คำวิจารณ์นี้เป็นการตอบโต้ เลขาธิการสภาความมั่นคงและป้องกันแห่งชาติของยูเครน อเล็กซีย์ ดานิลอฟ ซึ่งกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ศัตรูของเคียฟอยู่ในดินแดนตั้งแต่สาธารณรัฐดอนบาสที่อยู่ติดกันไปจนถึงวลาดิวอสตอค และเลขาธิการนาโต้ที่แย้มว่าสงครามอาจลามเป็นการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับนาโต้

เรื่องของอาวุธทรงพลังนี่ เมกาและนาโต้ก็ยังไม่ชัดว่าที่เปิดเผยมาแล้วยังมีทีปิดไว้อยู่หรือไม่เพราะรัสเซียยังไม่เปิดทั้งหมดยั่วยุอย่างไรก็ไม่ยอมกดปุ่ม

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเพนตากอนอยู่ในภาวะจนมุมเรื่องการส่งโดรนพรีเดเตอร์ไปยังยูเครนแม้จะเป็นรุ่นเก่าก็ตาม ไม่ต้องพูดถึง เครื่องบินรบ เสต๊ลท์ล่าสุดหรือโดรนสังหารตัวใหม่สหรัฐฯก็ไม่กล้า กลัวรัสเซียยึดได้แล้วล้วงความลับทางวิศวกรรมเนื่องจากที่ผ่านมา ส่งอะไรไปให้ยูเครนใช้รัสเซียทุบเรียบ

ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศสหรัฐฯ วางแผนที่จะจัดหาโดรนเอ็มคิว- ๙ รีปเปอร์หรือที่เรียกว่ารุ่น พรีเดเตอร์-บี (MQ-9 Reaper (Predator B) รุ่นเก่าให้ยูเครน แต่ปัญหาดังกล่าวต้องหยุดชะงักเป็นเวลานานเนื่องจากความกังวลของเพนตากอน สื่อสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว

เพนตากอนยังชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่า โดรน Reaper ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนกองกำลังสหรัฐฯ ในสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน ซึ่งไม่มีอันตรายจากการถูกยิงตก อาจจะถูกยิงตกในยูเครนได้ 

รัฐสภาสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอของกองทัพอากาศหลายข้อเกี่ยวกับการทิ้งโดรน Reaper รุ่นเก่า ข้อเสนอล่าสุดอยู่ในพระราชบัญญัติการอนุญาตการป้องกันประเทศปีงบประมาณ ๒๐๒๓ ขอให้โอนโดรน Reaper ๑๐๐ ลำไปยังหน่วยงานรัฐบาลอื่นที่เป็นพันธมิตรแต่ไม่ใช่ยูเครน

ก่อนหน้านี้ ปูตินกล่าวว่า มอสโกว์หวังว่า อาจจะมีการทำข้อตกลงเหนือยูเครนหรือมินส์๒ในสักวันหนึ่ง แต่การที่รัสเซียสูญเสียความไว้วางใจในชาติตะวันตกไปจนเกือบหมดสิ้นคงจะทำให้การได้ข้อตกลงที่เหมาะสมเป็นไปได้ยากในเวลานี้

ปูตินกล่าวในการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีกลาโหมจากองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้และกลุ่มอดีตสหภาพโซเวียตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “พวกตะวันตกจงใจก่อความปั่นป่วนและทำให้สถานการณ์ระหว่างประเทศแย่ลงในขอบเขตทั่วโลก”

นอกจากนี้เขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของตะวันตกเกี่ยวกับการใช้แสนยานุภาพด้วยอาวุธนิวเคลียร์คุกคามโลก

ปธน.ปูตินกล่าวถึงคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศว่าเป็น “ปัจจัยหนึ่งในการป้องปราม” ในช่วงสงครามในยูเครน แต่ปฏิเสธที่จะออกกฎยกเลิกการโจมตีก่อน

เขาย้ำว่า “รัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เมื่อเผชิญกับการโจมตีที่ใกล้เข้ามา และจำเป็นต้องเน้นย้ำถึงความพร้อมในการปกป้องรัสเซียด้วยทุกวิถีทางที่มีอยู่ อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียจะเป็นตัวยับยั้งมากกว่าที่จะเป็นปัจจัยในการ “กระตุ้นความขัดแย้งให้ทวีความรุนแรงขึ้น”