พูดจริงทำจริง!! ปูตินยันจะไม่คุกคามโลกด้วยนิวเคลียร์ ถ้าไม่ถูกกระทำ มั่นใจกองกำลังนิวเคลียร์รัสเซียล้ำพร้อมซัดศัตรู

0

สถานการณ์สู้รบในยูเครนยังคงดุเดือดเพิ่มขึ้น เมื่อรัสเซียบุกหนักทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของยูเครนย่อยยับ ชัยชนะในพื้นที่แนวหน้าหลายจุดยิ่งสร้างความฮึกเหิมแก่หน่วยรบพิเศษ และกองกำลังป้องกันตนเองของทุกภูมิภาคใหม่ที่รวมกับรัสเซียแล้ว ด้านขวัญกำลังใจของกองกำลังยูเครนเป็นตรงกันข้ามแม้แต่ทหารรับจ้างที่ทยอยทิ้งสนามรบ และออกมาเปิดโปงความฉ้อฉลและไร้ความสามารถของกองทัพยูเครนอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดปธน.ปูตินได้ออกมาพูดตอบโต้ เรื่องที่สหรัฐและตะวันตกกล่าวหาว่ารัสเซียข่มขู่โลกด้วยอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องเท็จ เพราะคนที่พูดก่อนคืออังกฤษรัสเซียแค่ตอบโต้การข่มขู่แต่ถูกบิดเบือน รัสเซียมีสติแต่พร้อมปกป้องตนเองหากถูกกระทำและยังยืนยันว่า รัสเซียมีกองกำลังนิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์ที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคนี้ จะไม่ใช้ถ้าไม่จำเป็น

ขณะเดียวกันสหรัฐฯกำลังเตรียมการส่งแพ็คเกจความช่วยเหลือด้านการทหารรอบใหม่มูลค่า ๒๗๕ ล้านดอลลาร์แก่ยูเครนอีก หวังเปลี่ยนเกมในสนามรบให้สามารถเอาชนะโดรนและยกระดับการป้องกันภัยทางอากาศสู้รัสเซียได้ แต่ถึงกระนั้นสหรัฐและตะวันตกก็เริ่มวิตกและยอมรับการสูญเสียทหารจำนวนมากของยูเครนอย่างปิดไม่อยู่ รู้แล้วว่ายังไงก็แพ้แต่ยอมไปได้ต้องดันทุรังต่อไป เพราะตีเช๊คปล่าวให้ยูเครนมีเงินทอนให้หลายคนรวย จริงหรือไม่ต้องติดตาม???

วันที่ ๙ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวทาซซ์รายงานว่า ปธน.ปูตินแห่งรัสเซียกล่าวในการประชุมกับสมาชิกสภาเพื่อการพัฒนาประชาสังคมและสิทธิมนุษยชน (HRC) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ปูตินกล่าวว่า “พูดตามตรง ภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์กำลังเพิ่มขึ้น แต่รัสเซียจะไม่สุ่มเสี่ยงที่จะคุกคามโลกด้วยนิวเคลียร์ เพราะตระหนักถึงอันตรายและผลที่ตามมาจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์”“เรามีสติดีและรู้ว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นอย่างไร”

ประมุขแห่งรัสเซียย้ำว่า “ไม่ใช่รัสเซียที่เริ่มพูดถึงการใช้อาวุธปรมาณู อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ลิซ ทรัส เป็นคนพูดต่อหน้าสาธารณชนทันทีว่าเธอพร้อมที่จะใช้นิวเคลียร์ต่อรัสเซีย  ฉันจึงต้องเน้นย้ำบางสิ่งเพื่อตอบโต้เช่นกัน ฉันต้องเน้นหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อตอบสนองต่อคำกล่าวของเธอ”

ปูตินกล่าวต่อไปว่า “ไม่มีใครให้ความสนใจแม้แต่น้อยกับสิ่งที่อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษลิซ ทรัสพูดในเวลานั้น แต่ทุกสิ่งที่เราพูดในถ้อยแถลงของเราถูกบิดเบือนในทันที กลายเป็นว่ารัสเซียข่มขู่นิวเคลียร์และทั้งโลกก็ตื่นตระหนกกับคำพูดดังกล่าว”

เขายืนยันว่ารัสเซียจะไม่สุ่มเสี่ยงที่จะคุกคามโลกด้วยนิวเคลียร์ “เราจะไม่โบกอาวุธเหล่านี้ไปทั่วโลกเหมือนใบมีดโกน แต่แน่นอน เราดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่ว่าพวกมันมีอยู่จริง เราถือว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นวิธีการป้องกัน รัสเซียจะไม่ใช้อันแรก แต่ถ้าไม่ใช้อันแรกก็หมายความว่าจะไม่ใช้อันที่สองเช่นกัน”

ปูตินย้ำว่า “รัสเซียไม่เพียงแต่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น แต่ยังมี “นิวเคลียร์” ที่ล้ำสมัยและทันสมัยกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อื่นใดในโลก นี่คือข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ณ วันนี้” “อาวุธนิวเคลียร์ที่มีอยู่ใช้เป็นสิ่งป้องกันและขัดขวางศัตรู ไม่ใช่เป็นเครื่องมือขยายความขัดแย้ง ซึ่งเป็นจุดยืนของเราและหวังว่าผู้อื่นจะเข้าใจตามนี้”

ด้านสถานการณ์สู้รบในยูเครนล่าสุด โฆษกกลาโหมรัสเซียรายงานผลการโจมตีของกองกำลังการบินและอวกาศของรัสเซียทำลายเครื่องยิงจรวดของยูเครน ๕ เครื่องในแคว้นซาปอริซเซีย

โฆษก กห. กล่าวว่า “ผลจากการโจมตีด้วยอาวุธความแม่นยำสูง เครื่องยิงจรวด MLRS ที่ผลิตในอเมริกา และ MARS II ที่ผลิตในเยอรมัน จำนวน ๕ เครื่อง ถูกทำลายในพื้นที่เมืองเชฟเชนรอฟสกอย (Shevchenkovskoye) และ เมือง กริโกรอฟสกอย(Grigorovskoye) ในเขตซาโปริชเชีย)

MARS II เป็นอาวุธแบบ ๑๒ ท่อยิง เป็นสำเนาของระบบ M142 HIMARS แบบ ๖ ท่อยิง ของระบบ MLRS เยอรมัน อังกฤษ นอร์เวย์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่ได้จัดหาเครื่องยิงจรวด MLRS และ MARS II อย่างน้อย 16 เครื่อง ให้แก่กองกำลังเคียฟ  โดยระบบแรกส่งมอบกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน กห.รัสเซียกล่าวว่า เครื่องยิง MLRS ๒ เครื่อง ถูกทำลายในการโจมตีที่แม่นยำ ซึ่งมีเป้าหมายที่โรงงานอาร์เซลลอร์มิททัล (ArcelorMittal) ในภูมิภาคคริวอยร็อก (Krivoi Rog)

กห.รัสเซียกล่าวสรุปว่า ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง (MLRS) จำนวน ๙๒๐ ลูกของกองกำลังเคียฟ ถูกทำลายและมีการใช้กระสุนเพลิง 9M22S ในเขตพื้นที่สู้รบแอฟดีฟกา (Avdiivka)

อีกด้านของคู่ขัดแย้ง ทั้งสหรัฐและนาโต้ตลอดจนสหภาพยุโรป ยังคงไล่บี้รัสเซียทั้งทางเศรษฐกิจ และการทหาร หนุนยูเครนทั้งเงินและอาวุธให้รบกับรัสเซียอย่างถึงที่สุด ไม่ได้มีท่าทีต้องการสันติภาพและยุติศึก อย่างที่สื่อหลักทั้งหลายพากันโหมประโคมข่าวกันตลอดหลายวันที่ผ่านมา

สหภาพยุโรปประกาศจะเพิ่มเงินสนับสนุนการจัดหาอาวุธของยูเครน โดยอียูมีมติภายหลังการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม เมื่อ ๕ ธ.ค.ให้เพิ่มเงินสนับสนุนการจัดหาอาวุธของยูเครนอีก ๒,๐๐๐ ล้านยูโร หรือเท่ากับ ๒,๑๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน European Peace Facility (EPF) ซึ่งเป็นโครงการใช้จ่ายนอกงบประมาณในด้านการสนับสนุนความปลอดภัยทั่วโลกของ อียู ยูเครนได้รับการสนับสนุนเงินจากโครงการดังกล่าวเพื่อจัดหาอาวุธแล้วอย่างน้อย ๘,๐๐๐ ล้านยูโร ตั้งแต่เกิดการสู้รบ

ด้านนาโต้ยืนยันชัดเจนว่า การยุติสงครามในยูเครนไม่ได้หมายถึงการกลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนาโต้กับรัสเซีย 

เลขาธิการนาโต้ เจนส์ สโตลเตนเบิร์ก กล่าวว่า “ผมบอกได้เลยว่าผลของสงครามครั้งนี้อยู่ที่สนามรบ หากเราต้องการให้ยูเครนได้รับชัยชนะในฐานะประเทศเอกราช เราต้องให้ความช่วยเหลือทางทหารมากขึ้นต่อไป”

กลุ่มแองโกลแซกซอนที่นำโดยสหรัฐฯได้ประกาศตัดขาดกับรัสเซียในทางยุทธศาสตร์อย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก และรัสเซียคงไม่ยินดีกลับไปคืนดีกับคนที่พยายามล้างบางชาวรัสเซียและกำจัดประเทศรัสเซียจากสังคมโลกอย่างสหรัฐและนาโต้ ตลอดจนพันธมิตรยุโรปที่มืดบอดทั้งหลายอย่างแน่นอน แต่รัสเซียแข็งแกร่งเกินต้านทำให้สหรัฐรีบหัวหัวนาโต้และอียูไปเข่นจีนแทน ซึ่งก็ไม่น่าจะสำเร็จเพราะวันนี้โลกกำลังพลิกขั้วหลีกหนีมหาอำนาจเดี่ยวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน!!??