แกร่งพร้อมลุย!! ปูตินฟันธงศึกยูเครนยาวไม่ระดมพลเพิ่ม ช่วยดอนบาสสำเร็จคือชัยชนะ พร้อมชนศัตรูทุกรูปแบบ

0

ท่ามกลางกระแสข่าวป้่นของตะวันตกว่ารัสเซียเพี่ยงพล้ำจะต้องระดมพลอีกนับล้าน ปธน.ปูตินได้ออกมาพูดในการประชุมสภาฯชัดเจนว่า ไม่มีการระดมเพิ่มแต่อย่างใดที่ระดมมาก่อนหน้านี้ ๓ แสนนายเพียงพอแล้ว ทั้งประเมินว่า ปฏิบัติการพิเศษในยูเครนอาจใช้เวลานาน แต่รัสเซียได้รับชัยชนะครั้งสำคัญแล้วในปลดปล่อยดอนบาสจากการปราบปรามทำลายล้างของระบบปกครองเคียฟ และประกาศจะปกป้องประชาชนที่ลงประชามติขอร่วมกับรัสเซียทั้ง ๔ ภูมิภาคอย่างถึงที่สุด

วันที่ ๘ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ปธน.ปูตินฟันธงชัดว่าปฏิบัติการทางทหารในยูเครนอาจดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง  เขากล่าวในการประชุมกับสภาประชาสังคมและสิทธิมนุษยชน ในวันพุธที่ผ่านมา ตอบคำถามเกี่ยวกับระยะเวลาของการสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ปูตินกล่าวว่า “การบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดนั้นต้องใช้เวลา แต่เราได้รับชัยชนะครั้งใหญ่หลายรายการแล้ว”

เขายืนยันว่าความขัดแย้งเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๐๑๔/๒๕๕๗ เมื่อสหรัฐฯสนับสนุนการรัฐประหารในเคียฟ มอสโกว์ไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากการเข้าแทรกแซงในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อปกป้องสาธารณรัฐ Donbass ซึ่งประกอบไปด้วยโดเนตสค์และลูฮันสค์ (Donetsk, Lugansk) ซึ่งได้ลงมติให้เข้าร่วมกับรัสเซียพร้อมกับภูมิภาคเคอร์ซอนและซาโปริชเชียส่วนใหญ่ (Kherson, Zaporozhye) 

From left, Moscow-appointed head of Kherson Region Vladimir Saldo, Moscow-appointed head of Zaporizhzhia region Yevgeny Balitsky, Russian President Vladimir Putin, Denis Pushilin, leader of self-proclaimed Donetsk People’s Republic and Leonid Pasechnik, leader of self-proclaimed Luhansk People’s Republic pose for a photo during a ceremony to sign the treaties for four regions of Ukraine to join Russia, at the Kremlin in Moscow, Friday, Sept. 30, 2022.

ประธานาธิบดีกล่าวว่า “แน่นอนว่าดินแดนใหม่เหล่านี้เป็นผลประโยชน์ที่สำคัญสำหรับรัสเซียที่ทำให้เข้าถึงทะเลอะซอฟ ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นทะเลภายในของสหพันธรัฐรัสเซียแล้ว” “ที่สำคัญที่สุด ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นแสดงในการลงประชามติว่าพวกเขาต้องการอยู่ในรัสเซียและรู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเรา”

ปูตินกล่าวย้ำว่า “ตอนนี้พวกเขาอยู่กับเราหลายล้านคน และนั่นคือผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” 

ผู้นำรัสเซียยังกล่าวด้วยว่า มีผู้นำยุโรปตะวันตกที่คัดค้านปฏิบัติการทางทหาร“เงียบ”ที่เกิดขี้นในปี ๒๐๑๔ เมื่อเขาย้ำเตือนว่ารัสเซียควรรับประกันกระบวนการสันติภาพในยูเครนตั้งแต่ปีนั้น ทำให้ผู้นำสหภาพยุโรป ได้เข้าร่วมเจรจายุติความวุ่นวายในไมดาน (Maidan) อย่างสันติ ก่อนที่กลุ่มลัทธิสุดโต่งที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯจะยึดอำนาจอย่างรุนแรงในเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกันนั้น ซึ่งต่อมาฝรั่งเศสและเยอรมนีได้เจรจาหยุดยิงระหว่างเคียฟและสาธารณรัฐดอนบาสในมินสค์ เมืองหลวงของเบลารุส แต่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อสนับสนุนหรือส่งเสริมจริงจัง เป็นเพียงการซื้อเวลาที่ปัญหาที่แท้จริงยังไม่ได้รับการแก้ไข

เรื่องนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดียูเครนในช่วงเวลานั้นคือ ปยอตร์ โปโรเชนโก (Pyotr Poroshenko) ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าการยอมหยุดยิงเป็นกลยุทธ์เพื่อซื้อเวลา เพื่อให้เคียฟสามารถสร้างกองทัพขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาทางทหารได้นั่นคือตั้งใจทำลายชาวรัสเซียในดอนบาสต่อไปนั่นเอง ทั้งดอนบาสและพลเมืองยูเครนที่มีเชื้อสายรัสเซียทนมาถึง ๘ ปีกับการปราบปรามทำลายล้างจากกลุ่มสุดโต่งเคียฟ จนไม่นานนี้ครั้งที่ปธน.ปูตินพบปะบรรดาแม่ของทหารในวันแม่แห่งชาติ ถึงกับเอ่ยปากว่าตัดสินใจช่วยดอนบาสช้าเกินไปทำให้ดอนบาสบอบช้ำ และยืนยันว่านับแต่นี้จะดูแลปกป้องประชาชนทั้ง ๔ ภูมิภาคที่ลงประชามติรวมกับรัสเซียให้ดีที่สุดเท่าเทียมกับประชาชนรัสเซียทั่วประเทศ

ด้านกำลังพลที่สื่อตะวันตกโหมกระแสว่า รัสเซียจะระดมทหารนับล้าน ปั่นกระแสต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ก่อนการประชุมสภาฯของรัสเซีย เรื่องนี้ปธน.ปูตินกล่าวว่ากำลังพล ๓๐๐,๐๐๐ นายที่ระดมเมื่อเร็วๆนี้เพียงพอแล้ว ครึ่งหนึ่งยังคงอยู่ในกองหนุน ครึ่งหนึ่งยังฝึกอยู่ ที่รบอยู่ในแนวหน้าเป็นกองกำลังอาสาสมัครร่วมกับท้องถิ่นที่สู้เพื่อแผ่นดินบ้านเกิดตัวเองอย่างห้าวหาญ

ปูตินกล่าวว่า “ในบรรดา ๑๕๐,๐๐๐ คนในกลุ่มการสู้รบนั้น มีเพียงครึ่งเดียว นั่นคือ ๗๗,๐๐๐ ที่เป็นหน่วยแนวหน้า ส่วนที่เหลืออยู่ในแนวที่สองหรือสาม โดยหลักแล้วปฏิบัติหน้าที่ของกองทหารรักษาดินแดน หรืออยู่ระหว่างการฝึกเพิ่มเติม” ในความเป็นจริง นักเรียน Donbass บางคนที่ต่อสู้มาหลายปีกำลังอยู่ในกระบวนการรวบรวมรายชื่อ เพื่อที่พวกเขาจะได้เรียนต่อให้จบให้หยุดพักเข้าร่วมการสู้รบไปก่อน

ก่อนหน้านี้ โฆษกเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) เรียกร้องให้ประชาชนอย่าเชื่อคำกล่าวอ้างที่ว่าจะมีการเรียกตัวกองหนุนเป็นครั้งที่สอง เป็นข่าวเท็จที่ต้องการปั่นกระแสความตื่นตระหนกกับประชาชน ขอให้ฟังข่าวจากทางการรัสเซียเท่านั้น

ด้านภาคสนามรบในพื้นที่ สหรัฐได้อนุมัติจัดส่งขีปนาวุธไฮมาร์(ส) ให้ยูเครนจำนวนมาก แต่กองทัพได้อัพเกรดซอฟแวร์ใหม่ที่สามารถทำลายขีปนาวุธตัวนี้ได้อย่างง่ายดาย จึงเห็นว่ากองกำลังรัสเซียสามารถทำสถิติทำลายไฮมาร์(ส) ในทุกพื้นที่สู้รบและมีการรายงานของกลาโหมในที่ประชุมอย่างต่อเนื่อง

สหรัฐฯ ได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากให้กับยูเครน คิดเป็นมูลค่าประมาณ ๑.๙ หมื่นล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ณ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน วอชิงตันให้คำมั่นที่จะสนับสนุนเคียฟด้วย HIMARS จำนวน ๓๘ กระบอกและเครื่องกระสุนที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่แล้ว  เพนตากอนได้ทำสัญญามูลค่า ๔๓๑ ล้านดอลลาร์สำหรับการผลิตเครื่องยิงจรวด HIMARS ให้กับบริษัทล็อคฮีท มาร์ติน (Lockheed Martin) เพื่อ”ตอบสนองความต้องการเร่งด่วนในการสนับสนุน”กองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรต่างประเทศของวอชิงตัน ข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี ๒๕๖๘ และแน่นอนรัสเซียไม่หวั่น ส่งมาเท่าไหร่ก็ทำลายให้สิ้นซากอีกนั่นเอง!!