พร้อมใจกันเชียร์!! IMF-ธนาคารโลก-ADB ฟันเปรี้ยงไทยฮับลงทุนภูมิภาค ปี’๖๖ โอกาสทองท่องเที่ยวพุ่ง

0

“ธนกร” ชี้ ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปค-EEC-ท่องเที่ยวฟื้นตัว ปัจจัยสำคัญดึงลงทุนไหลเข้าประเทศ มั่นใจปี ๒๕๖๖ จะเป็นปีทองเศรษฐกิจไทย หลังนานาชาติชี้เป็นเสียงเดียว ไทยจะโตสวนทางเศรษฐกิจโลก โวผลงานรัฐบาลเริ่มผลิดอกออกผล เป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของนายกฯ ต่อการแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน

วันที่ ๗ ธ.ค.๒๕๖๕ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มั่นใจว่าปี ๒๕๖๖ จะเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ภายใต้การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม  ที่วางยุทธศาสตร์ชาติ และเดินหน้ามาตรการต่างๆ ให้ประเทศไทยมีความพร้อม ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัล ๕จี  แรงงานที่มีทักษะสูง และส่งเสริมภาคบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข การท่องเที่ยว และ softpower รวมถึงความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ๒๐๒๒ ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพและความพร้อมสำหรับการเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค ทั้งนี้ IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะขยายตัวร้อยละ ๓.๗ ขณะที่ World Bank และ ADB คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตถึง ๔.๑% และ ๔.๒%  ซึ่งโตสวนทางเศรษฐกิจโลกที่ IMF คาดว่าจะโตเพียงร้อยละ ๒.๗%

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนนั้น มีกลุ่มเป้าหมายทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ ภายใต้การเดินหน้าโครงการ EEC ซึ่งเป็นทั้งการสร้างพื้นที่และโอกาสใหม่ของการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ จากความสำเร็จของอีอีซี  

ในการลงทุนระยะที่ ๑ (๒๕๖๑ – ๒๕๖๕) มีการอนุมัติงบลงทุนสูงถึง ๑.๘ ล้านล้านบาท โดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรัฐร่วมเอกชน หรือ PPP ได้เอกชนผู้ลงทุนทั้ง ๔ โครงการหลัก มูลค่ารวมประมาณ ๖๕๕,๘๒๑ ล้านบาท และตั้งเป้าแผนการลงทุนใน ๕ ปี (ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๙) จำนวน ๒.๒ ล้านล้านบาท นอกจากนี้ ภาคเกษตรของไทยในปีหน้าคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากอุปสงค์ความต้องการอาหารของโลกที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงเดินหน้านโยบาย BCG / เกษตรอัจฉริยะ ด้วยการใช้เทคโนโลยีและพลังงานหมุนเวียน เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น

นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนภาคบริการ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว กลายเป็นอุตสาหกรรมที่กลับมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 คลี่คลาย โดย ลตั้งแต่วันที่  ๑ มกราคม – ๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมแล้ว ๙.๖ ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวสะสมมากกว่า  ๒.๘ แสนล้านบาท  เชื่อว่าภายในช่วงกลางเดีอนธันวาคม นี้ ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวปี ๖๕ จะเกินเป้าหมาย ๑๐ ล้านคนอย่างแน่นอน สำหรับด้านการต่างประเทศ จากความสำเร็จในการเป็นประธานการประชุมเอเปค ๒๐๒๒ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดิอาระเบียในรอบ ๓๐ ปี เป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้มีความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว แรงงาน การค้า และการลงทุน

นายธนกร กล่าวว่า “วันนี้ประเทศไทยกลายเป็นโมเดลความสำเร็จที่หลายประเทศต่างให้ความสนใจ แม้ว่าจะมีการประเมินเศรษฐกิจโลกในปีหน้าว่ายังคงมีภาวะถดถอย แต่ประเทศไทยกลับยังได้รับความไว้วางใจจากต่างประเทศ โดยถูกมองว่าเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในปี ๒๕๖๖ ที่เศรษฐกิจจะมีอัตราเติบโตที่สูงขึ้น และเป็นการเติบโตสวนทางเศรษฐกิจโลก โดยส่วนหนึ่งเป็นผลสำเร็จจากความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายของท่านนายกฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่วันนี้เริ่มทยอยผลิดอกออกผลให้เห็น และที่ผ่านมาได้กำชับรัฐมนตรีทุกท่านให้ทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เชื่อว่าผลงานที่ทยอยออกมานั้น จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของท่านนายกฯ ในการแก้ปัญหาให้กับประเทศและประชาชนได้เป็นอย่างดี”