รุกกระหน่ำ!?รัสเซียตะลุยแนวหน้าซาโปริชเชีย ขยี้เคียฟ-นาโต้กระเจิง ซัดยูเครนเสียทหารกว่า ๘,๐๐๐ นายใน ๑ เดือน

0

การศึกในสนามตัวแทนยูเครนนับวันระอุเดือด ท่ามกลางท่าทีของสหรัฐที่เสแสร้งว่าต้องการให้สงบศึก ล่าสุดแอนโทนี บลิงเคนทำเป็นออกมาทักท้วงยูเครนว่าอย่าล้ำเส้นรัสเซีย หลังเคียฟส่งโดรนถล่มฐานทัพอากาศรัสเซียติดๆกัน ฟังแล้วไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาวุธที่ใช้ยิงไปที่แผ่นดินรัสเซียคืออาวุธของอเมริกา การเคลื่อนไหวต่างๆในยูเครนก็เป็นคำบัญชาของวอชิงตัน แค่ปัดสวะไม่อยากปะทะซึ่งหน้ากับรัสเซียเท่านั้น เป็นธรรมชาติของพวกชอบลอบกัด แต่กลายเป็นผลดีกับรัสเซียที่ทำให้รู้ว่า จุดไหนมีรูรั้ว

กลาโหมรัสเซียออกประมาณการการสูญเสียการสู้รบของยูเครนครั้งใหม่ในที่ประชุมล่าสุดว่า เมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา กองกำลังเคียฟสูญเสียทหารกว่า 8,300 นาย และตลอดเวลา ๑๐ เดือนของการสู้รบ รัสเซียสูญเสียทหารประมาณกว่า ๖,๐๐๐ นาย ฝ่ายทหารเคียฟ-นาโต้ดับและบาดเจ็บมากกว่ากองกำลังรัสเซีย ๑๐ เท่า  แม้ฝ่ายทหารไม่ระบุตัวเลขที่ชัดเจน แต่สอดคล้องกับการที่ เลขาธิการสหภาพยุโรปหลุดปากว่า ยูเครนสูญเสียทหารนับแสนคนตลอดการศึกทำเซเลนสกี้เต้น ตวาดอียูให้หุบปากเป็นความลับทางทหาร แล้วหันมาปั้นน้ำเป็นตัวต่อไปว่า รัสเซียต่างหากที่สูญเสียเป็นแสน สื่อตะวันตกรีบรับลูกแต่ก็สายเกินไปเพราะคำพูดของเลขาธิการอียู เขารับรู้กันทั้งโลกลบไปแล้วก็มีคนแคปไว้ทันอยู่ดี

วันที่ ๗ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวทาซซ์และรัสเซียทูเดย์ รายงานว่า พลเอก เซอร์เก ชอบกู รมว.กลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า “ในเดือนพฤศจิกายน ความสูญเสียของเคียฟมีจำนวนบุคลากรทางทหารมากกว่า ๘,๓๐๐ คน เครื่องบิน ๕ ลำ เฮลิคอปเตอร์ ๑๐ ลำ รถถัง ๑๔๙ คัน และยานเกราะต่อสู้มากกว่า ๓๐๐ คัน กองกำลังของรัสเซียได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อศักยภาพทางทหารของเคียฟโดยใช้อาวุธที่มีความแม่นยำระยะไกล เพื่อทำการโจมตีครั้งใหญ่ต่อศูนย์บัญชาการทางทหารของยูเครนและศูนย์อุตสาหกรรมทางทหาร”

ปลายเดือนกันยายน ชอยกูรายงานว่ากองกำลังยูเครนประสบความสูญเสียจากการสู้รบรวมกว่า ๖๑,๐๐๐ ครั้ง นับตั้งแต่มอสโกว์เปิดปฏิบัติการทางทหารต่อเคียฟในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการสูญเสียของรัสเซียมีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บประมาณ ๖,๐๐๐ นายขณะที่เคียฟสูญเสียมากกว่ารัสเซียถึง ๑๐ เท่า 

แม้ว่าเคียฟจะละเว้นจากการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการของกองกำลังของตน และโต้แย้งตัวเลขที่จัดทำโดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียมาโดยตลอด ปธน.เซเลนสกี กล่าวในเดือนกันยายนว่า กองทัพยูเครนกำลังสูญเสียกำลังราว ๕๐ คนต่อวัน แต่”น้อยกว่า”ผู้เสียชีวิตจากรัสเซีย ถึง ๕ เท่า

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเออร์ซูล่า ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปหรือ อียู เผยแพร่สุนทรพจน์ที่เธออ้างว่า“เจ้าหน้าที่ทหารยูเครนมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ นาย”ถูกสังหารในระหว่างความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม วิดีโอดังกล่าวถูกลบในภายหลังและอัปโหลดใหม่โดยไม่มีการประมาณการผู้เสียชีวิต หลังจากสร้างกระแสความไม่พอใจในเคียฟ โดยอ้างว่าเป็น”ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน”ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนควรเผยแพร่เท่านั้น

ด้านสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ ดุเดือดหลายจุด ที่บัคมุทหน่วยพิเศษของกองทัพรัสเซียคุมอยู่ด้วยการรบดุเดือด ที่สำคัญกองกำลังรัสเซียได้ปฏิบัติการเชิงรุกในภูมิภาค Zaporozhye หลังจากเป็นฝ่ายตั้งรับการก่อกวนของเคียฟมาโดยตลอดเนื่องจากระมัดระวังอันตรายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

จากข้อมูลของ วลาดิเมียร์ โรกอฟ(Vladimir Rogov) ผู้รับผิดชอบพื้นที่ เปิดเผยว่า กองกำลังยูเครนได้รับบาดเจ็บสาหัสในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งบ่อยครั้งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากกองกำลังรัสเซียโจมตีล่วงหน้าก่อนในตำแหน่งศัตรู แทนที่จะตอบโต้อย่างเดียว 

วลาดิเมียร์ โรกอฟ หัวหน้าขบวนการ “We are Together with Russia” ซึ่งเป็นหน่วยอาสาสมัครในพื้นที่กล่าวว่า “ถ้าเราดูที่สายการติดต่อของ Zaporozhye ตอนนี้เรามักจะดำเนินการนำหน้าศัตรู กลยุทธ์นี้เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อประมาณสองเดือนก่อน และตอนนี้ได้กลายเป็นความสำคัญอันดับแรก ที่กำลังดำเนินการอยู่” 

จากข้อมูลของโรกอฟ การโจมตีที่ประสบความสำเร็จได้ดำเนินการกับกองกำลังยูเครนในภูมิภาค ดนีโปรเปตรอฟสค์ (Dnepropetrovsk) และพื้นที่ติดต่อในภูมิภาคซาโปริเชีย

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร พลโทอิกอร์ โคนาเชนคอฟ (Igor Konashenkov) โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า กองกำลังรัสเซียได้กำจัดคลังกระสุนปืนใหญ่จรวดของยูเครน ๓ แห่งในเขตซาโปริชเชีย (Zaporozhye) โฆษกระบุว่า กองกำลังรัสเซียได้โจมตีฐานบัญชาการในเมืองสเต็ปโนเยด้วย นอกจากนี้ คลังกระสุนยังถูกกำจัดใกล้กับการตั้งถิ่นฐานของเมืองคาเมนสกอย (Kamenskoye) ใน ภูมิภาคซาโปริชเชีย

นอกจากนี้ รมว.กลาโหมของรัสเซียยังกล่าวเน้นย้ำด้วยว่า กองทัพรัสเซียได้รับทั้งเครื่องบินใหม่และเครื่องบินที่ได้รับการอัพเกรดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญของเราประสบความสำเร็จในการเรียนรู้วิธีการใช้เครื่อง อย่างดีเยี่ยม ทำให้มีความปลอดภัยในการบินสูง และประสบความสำเร็จในทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย”