เลือกตั้งท้องถิ่นฮ่องกง เมื่อฝ่ายปชต.ชนะ!?!ส่งผลอะไรแผ่นดินใหญ่???

0

ยังคงเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามกับม็อบฮ่องกง ที่ยังไม่ยอมยุติความรุนแรง แม้ว่าจะได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งท่าทีของรัฐบาลจีน ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมถูกนำไปสู่การตีความในเชิงนัยยะทางการเมืองอย่างสนใจ โดยเฉพาะอคำถามที่ดังออกมาประการแรกคือ ผลเลือกตั้งส่งภาพสะท้อนอะไรและจะนำไปสู่อะไรต่อไป??? นี่เป็นประเด็นที่ต้องมาพิจารณาร่วมกันนับจากบรรทัดนี้!!!

 

25 พ.ย.2562 ผลเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตฮ่องกง โดยผู้สมัครฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยฮ่องกงได้ที่นั่งในสภาท้องถิ่นมากกว่าผู้สมัครฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจีนกลาง ซึ่งเรื่องนี้สวนทางกับการคาดการณ์ของรัฐบาลฮ่องกงและจีน ที่หวังจะได้เห็นคะแนนเสียงจากกลุ่มพลังเงียบ หรือประชาชนที่ไม่พอใจการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่มีเหตุรุนแรงและยืดเยื้อหลายเดือน

 

การเลือกตั้งมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่า 2.94 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 71.2 ของผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดประมาณ 4.1 ล้านคน ถือเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อ 4 ปีก่อนถึงร้อยละ 25

 

ต่อมานายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นของฮ่องกง ที่พันธมิตรแนวร่วมพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและต่อต้านขั้วอำนาจเก่า จับมือกันคว้าชัยชนะแบบถล่มทลายว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฮ่องกงยังคงมีสถานะเป็นเขตบริหารพิเศษที่เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่

 

ขณะคณาจารย์สถาบันทิศทางไทยอย่าง ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ ได้ให้ความเห็นในเชิงข้อมูลไว้ โดยระบุว่าผลเลือกตั้งท้องถิ่นฮ่องกง “ชนวนตัวแรก” ที่อาจนำไปสู่  ประชามติปกครองตนเองภายหลัง

 

การเลือกตั้งท้องถิ่นในฮ่องกง พรรคฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกงชนะเลือกตั้งถล่มทลาย เป็นชัยชนะที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งยังเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เยอะเป็นประวัติการณ์โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่เกือบทั้งหมดเป็นแนวร่วมกับม็อบฮ่องกง

 

ผลเลือกตั้งท้องถิ่นส่งผลให้กลุ่มม็อบฮ่องกงมีความฮึกเหิมมากขึ้น น่าจะส่งผลต่ออนาคตในการเรียกร้องทำประชามติปกครองตนเองรวมถึงแบ่งแยกดินแดนออกจากแผ่นดินใหญ่ในอนาคตอันใกล้

 

ในขณะที่ทางการจีนออกมาระบุว่า ผลเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นการบริหารจัดการท้องถิ่นในฮ่องกง ซึ่งไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงดินแดนใดๆ ฮ่องกงยังคงเป็นส่วนหนึ่งของจีนดังเดิม

 

หลังจากนี้ รัฐบาลปักกิ่งน่าจะมีโจทย์ใหญ่ว่าทำอย่างไรที่จะชนะในสงครามข้อมูลข่าวสารในยุคนี้ได้ ในเมื่อสื่อและเครือข่ายครูเกือบทั้งหมดเป็นคนของฝ่ายตรงข้าม

 

ก่อนที่คณาจารย์สถาบันทิศทางไทยคนดังกล่าว จะให้ความเห็นที่บอกว่าเป็นมุมมองส่วนตัวอีกว่า ถ้าพิจารณาดูจากนโยบายของจีนในเวลานี้ จีนน่าจะใช้โมเดลการพัฒนาพื้นที่รอบฮ่องกงเพื่อดึงดูดให้เยาวชนเหล่านี้ เริ่มหันกลับมามองจีนในมุมที่พวกเขาไม่เคยรับรู้

 

หรืออาจจะหาช่องดึงดูดคนฮ่องกงเหล่านี้ ให้หันมาทำงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอย่าง เซินเจิ้น ที่กำลังเป็น Silicon Valley ของเอเชีย หรือมาเก๊า เซี่ยงไฮ้ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและมีระดับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าฮ่องกงในปัจจุบัน

 

และแน่นอนว่าม็อบฮ่องกงรวมถึงแกนนำและมหาอำนาจตะวันตกที่หนุนหลังย่อมต้องรู้ในแผนการนี้ ดังนั้นพวกเขาต้องเร่งปิดเกมส์ด้วยการกดดันในเกิดประชามติในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

 

ทีนี้ก็ต้องลองดูกันต่อไปว่าจีนจะรับมืออย่างไร…

 

อ้างอิง:

– Hong Kong’s democracy forces rebuke China with huge election win

https://www.hindustantimes.com/…/story-SGRfV6Q58bP0SdqgfC5i…

 

– Hong Kong election: Early lead for pro-democracy candidates

https://www.washingtonpost.com/…/ef7b1dbc-0f29-11ea-924c-b3…

 

– Chinese foreign minister says Hong Kong is part of China ‘no matter what’ after shock election result

https://www.scmp.com/…/chinese-foreign-minister-says-hong-k…

 

อย่างไรก็ตามผลเลือกตั้งสภาท้องถิ่นฮ่องกงยังถูกนำมาเป็นมาตรวัดถึงการสนับสนุนรัฐบาลภายใต้การนำของแคร์รี หล่ำ ผู้สนับสนุนรัฐบาลปักกิ่งอีกด้วย เพราะเรื่องนี้ถูกแปลความว่า เป็นการส่งสารอย่างชัดเจนว่าประชาชนสนับสนุนข้อเรียกร้องของม็อบที่ยืดเยื้อกันมาหลายเดือน

 

ซึ่งหากแจกแจงผลการเลือกตั้งในจำนวน 452 ที่นั่งใน 18 เขต จะพบว่า ผู้สมัครฝ่ายประชาธิปไตยได้ 388 ที่นั่งเพิ่มขึ้น 263 ที่นั่ง ขณะที่นักการเมืองหน้าเก่าได้เพียง 59 ที่นั่ง ผู้สมัครอิสระได้ 5 ที่นั่ง ผู้มีสิทธิิเลือกตั้ง 4.13 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 7.4 ล้านคน ออกไปใช้สิทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 71% พรรคการเมืองสนับสนุนปักกิ่งเจ็บหนัก แพ้เลือกตั้ง 155 คน จาก 182 คน

 

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “ไม่ว่าจะอย่างไร ฮ่องกงก็เป็นส่วนหนึ่งของจีน เป็นเขตบริหารพิเศษแห่งหนึ่งของจีน ความพยายามป่วนหรือทำลายความมั่งคั่งและเสถียรภาพของฮ่องกง จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ”

 

ส่วนที่ปักกิ่ง เกิ้ง ฉวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศ แถลง รัฐบาลจีนสนับสนุนแคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะบริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงอย่างเต็มที่ รวมทั้งสนับสนุนตำรวจและกระบวนการยุติธรรมฮ่องกง ที่ลงโทษพฤติกรรมรุนแรงผิดกฎหมาย

 

การแก้ปัญหาของรัฐบาลจีนก็เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ป้องกันไม่ให้ความมั่นคงและผลประโยชน์จากการพัฒนาดำเนิน รวมถึงตัวแบบหนึ่งประเทศ สองระบบต้องสะดุดลง”

.

ตลอดเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ขบวนการประชาธิปไตยฮ่องยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อจากรัฐบาล หนึ่งในนั้นคือขอให้จัดเลือกตั้งผู้บริหารโดยตรง และเปิดสอบสวนที่ตำรวจทำร้ายประชาชน แต่แคร์รี หล่ำ ปฏิเสธข้อเรียกร้องโดยบอกว่าได้ใคร่ครวญอย่างรอบคอบแล้ว

 

พร้อมระบุอีกว่า ผลเลือกตั้งจะชี้ให้เห็นว่าชาวฮ่องกงส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาลของเธอและยุติการประท้วง แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาว่าฝ่ายประชาธิปไตยชนะทั้งหมด 18 เขต ที่แต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ของผู้สมัครฝ่ายสนับสนุนจีน ทางหล่ำจึงแถลงว่า รัฐบาลเคารพผลเลือกตั้ง ยอมรับความจริงที่ว่าประชาชนไม่พอใจกับสภาพสังคมในปัจจุบัน และปัญหาที่ฝังรากลึกอื่นๆ

 

แอนโธนี เจิ้ง ปิง เหลียง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและเคหะ เผยว่า ปักกิ่งควรหาแนวทางใหม่ยุติความวุ่นวายในฮ่องกง หลังจากนักการเมืองค่ายหนุนปักกิ่งแพ้ยับ ทางเลือกหนึ่งที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจังคือสอบสวนหาความเสียหายทั้งหมดจากเหตุไม่สงบ

 

เรย์ ยิป คิน แมน อาจารย์คณะรัฐศาสตร์จากซิตี้ยูนิเวอร์ซิตี้ กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งต้องตัดสินใจว่า จะปลดแคร์รี หล่ำหรือไม่

 

หลี เสี่ยวปิง ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายปักกิ่งต่อฮ่องกง จากมหาวิทยาลัยหนานไค่ เมืองเทียนจิน เห็นด้วยว่ารัฐบาลกลางจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ในฮ่องกงเสียใหม่ คำนึงถึงการปฏิบัติได้จริงมากขึ้น ปักกิ่งต้องพยายามมากกว่าเดิมเอาชนะใจชาวฮ่องกง แต่การตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาสอบสวนไม่ได้น่าจะปลดชนวนวิกฤติฮ่องกงได้

 

การที่ฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยได้คะแนนเสียงท่วมท้น น่าจับตาถึงพลังที่มากขึ้นในการเลือกตั้งหัวหน้าคณะบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงครั้งต่อไปใน 3 ปีข้างหน้า ด้วยคะแนนเสียงที่ได้จากสภาท้องถิ่น ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้ 117 ที่นั่งจาก 1,200 ที่นั่งในคณะกรรมการเลือกผู้บริหารฮ่องกง

 

ถือว่าเป็นตัวเลขไม่น้อยเมื่อไปรวมกับ 325 เสียงที่ได้อยู่แล้ว ฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยจึงอาจเป็นตัวตัดสินการเลือกตั้งผู้นำฮ่องกงครั้งหน้าก็ได้

(https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/855950)

 

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตที่เป็นข้อมูลนำมาประกอบการพิจารณาถึงจังหวะก้าวย่างต่อไปของทั้งฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกง ผู้บริหารและรัฐบาลจีน โดยปกตินั้นคนฮ่องกงไม่ค่อยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นกันมากนักที่ผ่านมา มีเพียง 30-40% ไม่เคยถึง 50% แต่ครั้งนี้กลับออกมาถึง 4,000,000 กว่าคน

 

เช่นนั้นเองที่การเลือกตั้งครั้งนี้ ถูกจับตาว่าจะส่งผลอะไรกับการเมืองระดับชาติ ซึ่งนั่นคือ การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาฮ่องกง ที่สมาชิกสภาท้องถิ่นมีสิทธิคัดเลือกตัวแทน 6 คนไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในการเลือกตั้งทั่วไป

 

โดย 6 ที่นั่งในรัฐสภา จากทั้งหมด 70 ที่นั่ง  (35 ที่เป็น ส.ส. เขต อีก 30 เป็นโควตา ส.ส. จากกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆภายในฮ่องกง ขณะที่ผู้นำรัฐบาลฮ่องกงนั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่มาจากการเลือกกันเองในคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 1,200 คน

 

และใน 1,200 คน ก็มาจากการเลือกกันเองในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ 4 กลุ่มใหญ่ๆภายในเกาะฮ่องกง ส่วนตัวแทนที่เลือกมาจากสภาท้องถิ่นทั้งหมด 450 กว่าคนในครั้งนี้นั้นจะมีสิทธิเข้าไปนั่งในคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มีสิทธิเลือกรัฐบาลจากจำนวน 1,200 คนนั่นได้เพียงประมาณ 117 เสียง

 

ถามว่าแบบนี้แล้วฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยในฮ่องกงจะเป็นอย่างไร??? เพราะเรื่องนี้ถูกมองว่า อย่างไงเสียบรรดาตัวแทนอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆภายในฮ่องกง ก็คงจะเลือกผู้นำที่เป็นฝั่งเดียวกับรัฐบาลจีนอยู่ดี เพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจและอำนาจทางการเมือง???

 

ดังนั้นต่อให้เลือกตั้งสภาท้องถิ่นชนะสักกี่ครั้ง ก็เปลี่ยนฮ่องกงไม่ได้ แต่ได้แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อผู้บริหารและรัฐบาลจีน  ซึ่งที่น่าเป็นห่วงชวนวิตกก็คือ ความเกลียดกลัว รัฐบาลจีนของคนฮ่องกงจะก่อตัวสูงขึ้นเรื่อยๆหรือไม่??? จะนำไปสู่แรงเขย่าครั้งใหญ่ต่อระบบ 1 ประเทศ 2 ระบบหรือไม่ นี่จึงน่าสนใจ!!! แม้จะต้องใช้เวลาที่ยาวนานก็พึงอย่าลืมว่า กำแพงเมืองจีนก็ไม่ได้สร้างเสร็จเพียงวันเดียว!?!