เพนตากอนตาแหก!! จีนผงาดกองเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดICBM ยิงได้ครั้งละ ๑๒ ลูกวิถียิง ๑๒,๐๐๐ กม.ถึงสหรัฐ

0

อาการปั่นต่อต้านจีนของสหรัฐและบริวารในเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน แม้สงครามในยูเครนยังไม่ยุติ เมื่อเร็วๆนี้ กองทัพเรือกองทัพปลดแอกประชาชนจีนสร้างความฮือฮาในสื่อตะวันตกอย่างมาก หลังจากที่กองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จีนได้ติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปรุ่นใหม่ที่มีพิสัยไกลกว่าเดิมให้กับเรือดำน้ำบูมเมอร์ ความสามารถด้านนิวเคลียร์ในทะเลของจีน ทำให้สหรัฐฯวิตกกังวลและแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อจีนมากขึ้น 

กองทัพสหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการติดตั้ง ICBM ชนิดใหม่ของจีน – JL-3 ซึ่งเป็นขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งที่ติดตั้งบนเรือดำน้ำ Type 094 ตามชื่อรายงานของ NATOเรียกว่า Jin-class ระบุว่า  JL-3 มีพิสัยทำการโดยประมาณระหว่าง ๑๐,๐๐๐ ถึง ๑๒,๐๐๐ กม. หมายความว่าหากอาวุธทางยุทธศาสตร์จะถูกยิงโดยตรงจากชายฝั่งของจีน มันก็สามารถโจมตีเมืองใหญ่ ๆ ของสหรัฐตามชายฝั่งตะวันตกได้ ICBM รุ่นล่าสุดนี้สามารถทำลายครอบคลุมทั่วทั้งภาคพื้นทวีปของสหรัฐอเมริกา

วันที่ ๖ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกรายงานว่า พลเรือเอกแซม ปาปาโร ผู้บัญชาการกองเรือภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ(US Pacific Fleet chief Admiral Sam Paparo)กล่าวในการแถลงข่าวว่า“ขีปนาวุธ เจแอล-๓ พวกมันถูกสร้างขึ้นเพื่อคุกคามสหรัฐฯ และเรากำลังติดตามเรือดำน้ำเหล่านั้นอย่างใกล้ชิด”

ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในหัวข้อ “การพัฒนาทางทหารและความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี ๒๐๒๒” กระทรวงกลาโหมได้เพิ่มความตื่นเต้น โดยแนะนำว่าจีนสามารถเพิ่มขนาดของคลังแสงนิวเคลียร์ได้เกือบสามเท่าภายในเวลาไม่ถึงทศวรรษ จากหัวรบ ๓๕๐ หัวในวันนี้เป็นมากกว่า ๑,๐๐๐ ภายในปี ๒๕๗๓

เครื่องยับยั้งนิวเคลียร์ทางทะเลของจีนมีขนาดใหญ่ ปัจจุบันจีนมีเรือดำน้ำติดขีปนาวุธ Type 094 (SSBN) ๖ ลำในคลังแสง และกำลังสร้างอีกอย่างน้อย ๒ ลำ เรือดำน้ำขนาด ๑๑,๐๐๐ ตันมีความยาว ๑๓๕ เมตร มีลำแสงยาว ๑๒.๕เมตร และมีระยะยิงไม่จำกัด เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนเรือ สามารถบรรทุกขีปนาวุธได้ถึง ๑๒ ลูก

นอกจากนี้ขีปนาวุธนิวเคลียร์ของจีนที่ยิงในทะเลมีอานุภาพสูง ควบคู่ไปกับ JL-3 ใหม่ซึ่งมียานเกราะประจำการอิสระหลายลำกล้อง(MIRV) จำนวน ๕-๗ ลำ เรือย่อย Type 094 บรรทุก JL-2 ซึ่งมีพิสัยไกล ๗,๒๐๐ กม.จำนวน ๑ ลำ และที่หัวรบขนาด ๑ เมกะตันหัวเดียวหรือ MIRV ที่ทรงพลังมีมากถึง ๓ ลำ

กองทัพจีนหรือ PLA ไม่ได้เปิดเผยพื้นที่ปฏิบัติการในทะเล อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ DoD ขีปนาวุธ Type 094 ที่ติดตั้ง JL-2 จะต้องเข้าใกล้พื้นที่ทางเหนือหรือตะวันออกของฮาวาย เพื่อกำหนดเป้าหมายเมืองต่างๆ บนชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในทางกลับกัน JL-3 ช่วยให้ปักกิ่งมีความสามารถในการปฏิบัติการใกล้กับชายฝั่งบ้านเกิดของจีนมากขึ้น โดยเพนตากอนถือว่าทะเลจีนใต้และอ่าวโป๋ไห่ เป็น “ตัวเลือกที่ต้องการ”ของแผนสำหรับการติดตั้งของจีน เพื่อเพิ่มความสามารถในปฏิบัติการทางทะเล

นอกจากเรือดำน้ำยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์แล้ว จีนยังมีเรือ ดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ Type 093 โดยชื่อตามรายงานของนาโต้คือฉางคลาส(Shang-class)

จำนวน ๖ ลำ ติดตอร์ปิโด Yu-3, Yu-4 และ Yu-6 และเรือต่อต้านเรือ subsonic YJ-82 ขีปนาวุธล่องเรือ มีรายงานว่าขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดิน Type 093B ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยของฉางอยู่ในระหว่างดำเนินการและคาดว่าจะส่งเข้าประจำการในปี ๒๕๖๘

จีนกำลังดำเนินการกับ Type 096 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก Type 094 boomer submarine โดยกองทัพสหรัฐฯ คาดว่าเรือจะเริ่มก่อสร้างในช่วงทศวรรษนี้ และอาจมีขีปนาวุธพิสัยไกลแบบยิงในทะเลชนิดใหม่เพิ่มเติมจาก JL -3. เพนตากอนคาดว่าขีดความสามารถ SSBN ของจีนทั้งหมดในการใช้งานโจมตี มีจำนวน๘ ลำ ภายในปี ๒๕๗๓

จีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ทั้งทางบกทางน้ำทางอากาศรวมสามกลุ่ม แม้จะประเทศจะมีอำนาจทางเศรษฐกิจ อาจนับอันดับหนึ่งของโลกแล้วในปัจจุบัน มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และเติบโตในระดับโลก แต่ขนาดคลังอาวุธนิวเคลียร์ยังตามหลังสหรัฐฯ อยู่มาก เพราะสหรัฐฯมีหัวรบนิวเคลียร์ ๕,๕๕๐ หัวรบ และมีคลังแสง ใหญ่ขึ้นเกือบ ๑๖ เท่า

จีนยังเป็นหนึ่งในสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่มีนโยบายไม่ใช้ก่อนซึ่งหมายถึงคำสัญญาที่จะไม่หันไปใช้อาวุธนิวเคลียร์เว้นแต่จะถูกโจมตีโดยใช้อาวุธดังกล่าวก่อน อีกประเทศหนึ่งคืออินเดีย และรวมถึงรัสเซียด้วย 

แนวทางของจีนต่ออาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นการป้องปรามในความหมายที่แท้จริงของคำนี้ โดยพื้นฐานแล้วหมายถึง “อย่ามานิวเคลียร์กับเรา และเราจะไม่ยอมถูกบังคับให้ตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน” “

เมื่อเทียบกับจีน กองเรือ SSBN ของอเมริกามีขนาดใหญ่มาก โดยเรือ ดำน้ำขีปนาวุธนิวเคลียร์ ชั้นโอไฮโอมีถึง ๑๔ ลำประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ 

นอกจากนี้จีนยังคงรับรู้ถึงขนาดที่มากเกินไปของคลังแสงนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของพวกเขาเอง และต่อมาได้แสดงความนิ่งเฉยต่อความพยายามของวอชิงตันที่จะดึงพวกเขาเข้าสู่การเจรจาด้านอาวุธทางยุทธศาสตร์ เรียกว่าสหรัฐจะมีสะสมแค่ไหนก็ได้ ห้ามประเทศอื่นมี

อาจเป็นด้วยภาพรวมตามข้อมูลที่เปิดเผยนี้ทำให้สหรัฐฯมองว่า ศักยภาพทางทะเลในระดับนิวเคลียร์ของจีนยังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่าสหรัฐฯ แต่น่าวิตกว่าถ้าปล่อยไว้จะเกินต้าน จึงเปิดฉากยุทธการต้านจีนอย่างเอาการเอางาน หลังส่อเค้าแพ้ยับกับรัสเซียในสนามสงครามตัวแทนยูเครน ต้องเลี้ยงไข้เพราะกดรัสเซียไม่ลง จุดวาบไฟประเด็นไต้หวันและเกาหลีเหนือจึงถูกเขย่าอย่างเข้มข้นในช่วงนี้ ต้องจับตาการจับมือของสองกองทัพพันธมิตรจีนและรัสเซีย เมื่อเปิดเผยการลาดตระเวนร่วมเป็นประจำในท้องน้ำย่านเอเชียแปซิฟิก อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปอีกนับจากนี้!!!??