เอเชียเฮลั่น! ได้ใช้น้ำมันถูกจากรัสเซีย หลังกลุ่ม G7-EU ยอมตามก้นสหรัฐฯ ดิ้นรับเงื่อนไขน้ำมันแพง

0

ถือเป็นข่าวดีของประเทศโซนเอเชีย ที่ได้รับอานิสงส์จากจากรบของรัสเซีย-ยูเครน ในด้านพลังงาน เพราะจะได้ใช้น้ำมันถูกรัสเซีย เมื่อกลุ่ม G7 และ EU ได้เตรียมเดินตามก้นสหรัฐฯ ไปใช้น้ำมันแพงแบบเกินรับมือไหว

ทวีปเอเชีย ทวีปแห่งความหลากหลาย และเรื่องที่เด็ก ๆ ควรรู้

โดยในเพจเฟซบุ๊ก World Update ได้รายงานว่า เอเซีย ส้มหล่น! ได้ใช้น้ำมันถูกรัสเซีย เหตุกลุ่ม G7 และ EU จองใช้น้ำมันแพงสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย.2022 ราคาน้ำมันดิบอังกฤษ (เบรนท์) แพงสุดราว 87 ดอลลาร์/บาร์เรล , รองมาคือน้ำมันดิบสหรัฐฯ (เวสต์เท็กซัส) ราว 81 ดอลลาร์/บาร์เรล , ส่วนน้ำมันดิบรัสเซีย (อูราล) ราคาถูกสุดราว 69 ดอลลาร์/บาร์เรล การคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียที่ผ่านมาไม่ได้ผล เพราะยังมีชาติยุโรป แอบซื้อน้ำมันรัสเซียราคาถูกจากยี่ปั้วอยู่แทบทั้งทวีป ล่าสุดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม G7 คือ สหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี แคนาดา และญี่ปุ่น ฝ่ายระเบียบโลกเก่า ต้องการจะเอาเปรียบรัสเซีย ฝ่ายจัดระเบียบโลกใหม่ จึงมามุกใหม่ ชาติทั้ง 7 นี้ จึงกำหนดเพดานนำเข้าราคาน้ำมันรัสเซียสูงสุดที่ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล อีก 5 ชาติ ยินดีเต็มใจจะนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ อังกฤษ ที่แพงกว่ารัสเซีย 12 – 17 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือแพงกว่าราว 25% ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้

ราคานี้ใช้กับชาติในสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 27 ชาติด้วย ที่ประสงค์จะนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงจากสหรัฐฯ มาให้ชาวยุโรปใช้ คาดว่าต้นปีหน้า 2023 ยุโรป และญี่ปุ่นจะถูกสหรัฐ ขูดเลือดนำเข้าน้ำมันราคาพุ่งโด่งไปถึง 115 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นขอให้พลเมืองเตรียมรับมือวิกฤติพลังงานไฟฟ้าแล้ว นับแต่นี้คาดว่าจะส่งผลให้ยุโรปเกิดวิฤติพลังงานหนักขึ้นกว่านี้ไปอีก ราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน เติมรถยนต์จะแพง และขาดแคลน อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น ค่าไฟฟ้าเพิ่ม ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอีก ดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตีค่าแล้วรายได้จะตาลปัตรผกผันลดลง ม็อบประท้วงใหญ่จะหนักขึ้นกว่าปัจจุบันไปอีก

เป็นเรื่องของสังคมส่วนน้อยราว 30 ชาติ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับชาวโลกอีกกว่า 170 ชาติแต่อย่างใด โดยสังคมโลกส่วนใหญ่สามารถมีสิทธิเลือกได้ว่าจะใช้น้ำมันราคาถูก หรือแพง ด้วยสหรัฐฯ ฝรั่งเศส ประกาศทาบทามขอเปิดเจรจากับรัสเซีย หวังแสร้งหน่วงเวลาให้พ้นศึกยูเครนฤดูหนาวไปก่อน แต่รัสเซีย ที่กำลังได้เปรียบรู้ทัน ยื่นเงื่อนไขกลับว่า ชาติตะวันตกต้องยอมรับการประกาศผนวก 4 ดินแดนใหม่ ของรัสเซีย ก่อนที่จะมีการเจรจาใดๆ กับประธานาธิบดีปูติน กลยุทธ์รัสเซียนี้คือการปฏิเสธเจรจายุติสงครามช่วงฤดูหนาว โดยโยนเผือกร้อนให้ชาติตะวันตก จากนั้นรัสเซียก็จะยิ่งโจมตีรุนแรงและรุกหนักขึ้น เพื่อให้ฝ่ายกองกำลังผสมสูญเสียทรัพยากรและกำลังพลในหล่มสงครามให้มากที่สุด บีบคั้นหัวใจชาวตะวันตกให้ปวดร้าว กดดันทางเศรษฐกิจให้ถดถอยตกต่ำย่ำแย่ เป็นคนป่วยทางเศรษฐกิจโลก

รัสเซีย ได้ออกกฎหมาย ห้ามไม่ให้บริษัท และผู้ค้าน้ำมันของรัสเซีย ขาย หรือขนถ่ายน้ำมัน ให้กับประเทศ หรือบริษัทในประเทศใดๆ ที่ร่วมในการกำหนดเพดานราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันรัสเซียอีกด้วย โดยน้ำมันราคาถูกของรัสเซีย จะเปลี่ยนทิศทางไปยังแอฟริกา ตะวันออกกลาง และมายังเอเซีย ยกเว้นญี่ปุ่น

เดือน ก.ย.ที่ผ่านมาจีน นำเข้าพลังงานรัสเซีย ทั้งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 2.10 ล้านล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วราว 1.25 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 71% สอดคล้องเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ระบุว่า ในปีนี้รัสเซียได้ส่งออกด้านพลังงานไปยังจีนเพิ่มขึ้นในปริมาณราว 10% และเพิ่มขึ้นในทางมูลค่าเงิน 64% ทำให้รัสเซีย กลายเป็นประเทศศูนย์กลางการซื้อขายด้วยเงินหยวนขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก นี่ยังไม่นับรวมมูลค่าสินค้าน้ำมันรัสเซียส่งออกไปให้อินเดีย เอเซีย ตะวันออกกลาง ฯลฯ อีกนับไม่ถ้วน ยิ่งชาติตะวันตกกีดกันน้ำมันรัสเซียเท่าใด ก็จะบ่อนทำลายเศรษฐกิจยุโรปเองเท่านั้น ทิศทางพลังงานเหล่านี้ชาวเอเซีย จะส้มหล่นจากราคาน้ำมันดิบรัสเซีย ที่ถูกกว่าสหรัฐฯ กีดกันน้ำมันราคาถูกรัสเซียต่อไป ชาวโลกเฮ ชนะแน่นอน

ต้องประหยัดพลังงานรับน้ำมันแพง

ลุ้นกบน.เคาะราคาขายดีเซล