เตรียมรับศึก!? รัสเซียส่งทัพยานเกราะซ้อมรบกองทัพลาว ลงนามศก.โครงการนิวเคลียร์พม่า รับมือเมกาดันขัดแย้ง

0

ขณะที่แนวรบสงครามตัวแทนที่ยูเครนยังเดือดระอุ สหรัฐฯได้รุกคืบเข้ามาสู่เอเชีย-แปซิฟิกด้วยแผนยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ที่ตั้งเป้าสร้างแนวร่วมต้านอิทธิพลจีนอย่างโจ่งแจ้ง ขณะที่จีนยังคงมีท่าทีประณีประนอมทางการทูตต่อสหรัฐและพันธมิตรในย่านนี้ แต่ได้สะท้อนภาพขัดแย้งของความต้องการที่แท้จริงในพื้นที่ กับความเห็นแก่ตัวและเป้าหมายของสหรัฐที่ต้องการเข้ามาควบคุมและยึดกุมทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ ด้วยการโหมความขัดแย้งที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเจรจา ให้คุกรุ่นกลายเป็นการปะทะทางทหารโดยมีสหรัฐเป็นตัวหนุนหลังมีกลุ่มตัวแทนผลประโยชน์ในพื้นที่แสดงบทหน้าฉาก

การขับเคี่ยวที่แหลมคมบ่งบอกสถานการณ์ต่อไปข้างหน้าว่า ดินแดนในเอเชีย-แปซิฟิกจะไม่สงบสุขเหมือนเดิมอีกต่อไปท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ด้วยวิกฤติเงินเฟ้อและสงครามค่าเงินจากการดิ้นรนรักษาอำนาจของสหรัฐ

สภาวะเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซี่ยนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง รัสเซียได้เข้ามาใกล้ชิดพันธมิตรในอาเซี่ยนมากขึ้นทั้งลาว เมียนมาและเวียตนาม ล่าสุดได้จัดซ้อมรบร่วมกับลาวหลังจากช่วยทางการลาวกู้ระเบิดตกค้างที่สหรัฐทิ้งไว้อย่างโหดร้ายในสงครามอินโดจีน ลงนามหนุนช่วยเมียนมาเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ถูกตะวันตกโถมทำลายอย่างต่อเนื่องหวังให้กลุ่มต้านที่สหรัฐหนุนมีชัยให้ได้ ส่อเค้าอาจส่งอาวุธให้ฝ่ายต่อต้านเหมือนที่ทำในยูเครน หากกลุ่มอาเซี่ยนปราการสุดท้ายแตกหันมาร่วมบีบเมียนมาตามวาระวอชิงตันหนักขึ้น

วันที่ ๒ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวทาซซ์และลาวเทียน รายงานว่าภารกิจซ้อมรบร่วมลาว-รัสเซียในชื่อลารอส-๒๐๒๒ (LAROS-2022) ได้เริ่มอย่างเป็นทางการเป็นเวลา ๑๑ วัน ภายใต้คำขวัญ ‘เคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อสันติภาพและความมั่นคง’”

พล.ท.พันเส่ง บุนพัน รองเสนาธิการทหารลาว (Deputy Chief of the Lao General Staff Lieutenant-General Phanseng Bunphan)กล่าวว่า  “เป้าหมายของการซ้อมรบร่วม Laros 2022 คือการพัฒนามิตรภาพระหว่างประชาชนสองพี่น้องและกองกำลังติดอาวุธของทั้งสองรัฐ ความร่วมมือทางทหารช่วยปรับปรุงศักยภาพการป้องกันของทั้งสองประเทศ” 

กองพันรถถัง-ยานเกราะ 661 ของลาว นำหน่วยรถถัง T-72 จัดรูปขบวนเคลื่อนทัพร่วมกับหน่วยยานเกราะรัสเซีย เพื่อยึดฐานที่มั่นลับ ในการซ้อมรบร่วมระหว่างกองทัพประชาชนลาวและกองทัพรัสเซีย เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๕ ที่ผ่านมา ที่แขวงเชียงขวาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของลาว โดยฝ่ายรัสเซียได้ส่งทหารจากกองทัพภาค ๑๑ เขตตะวันออกเข้าร่วม

พล.ตรี.วราดิเมียร์ กูลิคอฟ รองผู้บัญชาการกองทัพภาค ๑๑ (Major General Vladimir Kulikov) ,เป็นตัวแทนนายทหารฝ่ายรัสเซียนำกำลังพลร่วมการซ้อมรบ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๕ ธันวาคมที่จะถึงนี้

พ.อ.บุนปอน ลมพะจัน หัวหน้าการทหาร กองพันใหญ่๖๖๑ ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ “กองทัพ” ถึงการซ้อมรบครั้งนี้ว่า หน่วยรถถังที-๗๒ (T-72) ได้รับมอบหมายภารกิจให้เข้ายึดสนามปิดลับแห่งหนึ่ง จึงได้มีการจัดรูปขบวนเคลื่อนพลร่วมกับหน่วยยานเกราะของรัสเซีย และการซ้อมรบครั้งนี้ทำให้กำลังพลของหน่วยได้โอกาสสร้างความคล่องตัวในการบังคับรถถัง รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ประจำรถด้วย

“LAROS-2022” เป็นกิจกรรมหนึ่งที่กองทัพประชาชนลาวทำร่วมกับกองทัพรัสเซียมาอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการส่งทหารเป็นตัวแทนนักกีฬาจากกองทัพ เข้าร่วมการแข่งขัน International Army Games ที่กองทัพรัสเซียจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ก่อนหน้านี้รัสเซียได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยลาวเก็บกู้ระเบิดตกค้าง “มรดกบาป” ที่กองทัพอเมริกาทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยสงครามอินโดจีน ชี้แม้สงครามยุติไปแล้วหลายปี แต่ทุกวันนี้ยังมีคนลาวต้องตายและบาดเจ็บจากระเบิดที่ซุกอยู่ในดินอีกนับล้านลูก

พล.ต.จันทอง สอนตะอาด รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ กล่าวว่า ลาวเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากระเบิดซึ่งตกค้างมาตั้งแต่สมัยสงครามอินโดจีน

โดยระหว่างปี ๒๕๐๗-๒๕๑๖ กองทัพสหรัฐอเมริกา ได้นำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดลงในพื้นที่ของลาวมากกว่า๕๘๐,๐๐๐ เที่ยว มีระเบิดชนิดต่างๆ ที่ถูกทิ้งลงมาในลาวคิดเป็นน้ำหนักรวมกว่า ๓ ล้านตัน ในนี้เป็นระเบิดลูกปราย (Cluster Bomb) จำนวน ๒๗๐ ล้านลูก และเป็นระเบิดขนาดใหญ่อีกประมาณ ๔ ล้านลูก

จากการสำรวจโดยนักวิชาการพบว่า ปัจจุบันยังคงมีระเบิดตกค้างอยู่ใต้ผิวดินของลาวอีกประมาณ ๘๐ ล้านลูก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ ๓๐% ของระเบิดที่ถูกสหรัฐอเมริกาทิ้งลงมาทั้งหมดในช่วงสงคราม พื้นที่ซึ่งมีระเบิดตกค้างอยู่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ ๒ ใน ๓ ของเนื้อที่ทั้งหมดของประเทศลาว และที่สำคัญที่สุด คือ ระเบิดตกค้างเหล่านี้ยังทำงานได้และยังไม่ระเบิด

ด้านบทบาทของรัสเซียในพันธมิตรย่านนี้ทั้งต่อเวียดนามและเมียนมาเป็นไปอย่างสม่ำเสมอในด้านการหนุนช่วยทางเศรษฐกิจ,สาธารณสุข และความมั่นคง 

ไม่นานมานี้รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมียนมา ได้ลงนามข้อตกลงกับ โรซาตอม(ROSATOM) ของรัสเซีย ร่วมสร้างศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในกรุงย่างกุ้ง ซึ่งรัฐบาลเปิดเผยว่า จะมีความร่วมมือในการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ ในหลายด้าน เช่น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การผลิตยารักษาโรค อาหาร รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ด้วย!!!