สหรัฐสิ้นท่า!? MBS พบสี จิ้นผิงที่ริยาด จัดซัมมิตกลุ่มอ่าวผนึกจีน เดินหน้าลงนามพลังงาน-ลงทุน-ความมั่นคง

0

โลกต่างจับตาดูการเยือนซาอุดีอาระเบียของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กำลังจะมาถึงในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้  การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างจีนและราชอาณาจักร  ที่ผ่านมาจีนค่อยๆ พัฒนาผลประโยชน์และความสัมพันธ์ระหว่างจีนและประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับและภูมิภาคตะวันออกกลางที่กว้างขึ้นอย่างช้าๆ และระมัดระวัง 

วันนี้จีนได้กลายเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของ ทั้งอิหร่านและซาอุดีอาระเบีย ในขณะที่ทั้งสองประเทศนี้มีจุดต่างที่ยากประสานยังมองหน้ากันไม่ติด นอกจากนี้จีนยังแสวงหาโอกาสที่จะวางตำแหน่งตัวเองเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยการจัดหาระบบอาวุธทันสมัย ที่อเมริกาปฏิเสธที่จะจัดหาให้กับพันธมิตรในอ่าวอาหรับ งานแอร์โชว์ของจีนที่เพิ่งจบไปไม่นานมีลูกค้าเป็นประเทศตะวันออกกลางมาช็อปกันคึกคัก  ด้วยการพัฒนาและกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม  ส่งผลให้จีนได้ทำลายสถานะทางภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯในย่านนี้ และในฐานะผู้ค้าส่งอาวุธรายใหญ่ในระดับภูมิภาค ทำให้สหรัฐโกรธเกรี้ยวหนักขึ้น และหันมาเร่งกดดันต้านจีนในเอเชีย-แปซิฟิคหนักขึ้น

วันที่ ๑ ธ.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวอัลอะราบิญาและยูเอสนิวส์รายงานว่า ทางการซาอุดีอาระเบียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดความร่วมมือจีนกับสันนิบาตอาหรับ ในวันที่ ๙ ธ.ค.๒๕๖๕ นี้ โดยมีประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง แห่งจีนเข้าร่วมระหว่างการเยือนราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าการเยือนซาอุดิอาระเบียของผู้นำจีนในครั้งนี้ จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ ครอบคลุมด้านพลังงาน ความมั่นคงและการลงทุน 

การเยือนตะวันออกกลางในครั้งนี้ของจีน หลังความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบียย่ำแย่ลง รวมถึงการที่กลุ่มโอเปคพลัส (OPEC+) ไม่ยอมทำตามคำเรียกร้องของสหรัฐให้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเมื่อเดือน ต.ค.65 เพื่อสหรัฐและยุโรปไม้ต้องควักน้ำมันสำรองออกมาใช้แก้ปัญหาวิกฤตพลังงานในประเทศ

ปธน.สี จิ้นผิงมีกำหนดเดินทางถึงกรุงริยาดในวันที่ ๗ ธันวาคม แหล่งข่าวนักการทูต กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้มาในช่วงเวลาที่อ่อนไหวสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐฯ ซึ่งตึงเครียดจากข้อพิพาทเรื่อง แหล่งพลังงานและความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง

การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีการเชิญไปยังผู้นำในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเพื่อเข้าร่วมการชุมนุมระหว่างจีนกับกลุ่มอ่าวอาหรับด้วย

คณะผู้แทนจีนคาดว่าจะลงนามในข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจหลายสิบฉบับกับชาติอ่าวและรัฐอาหรับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ความมั่นคง และการลงทุน นักการทูตกล่าวโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา อเดล อัล-จูเบียร์ (Adel Al-Jubeir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดิอาระเบียกล่าวกับรอยเตอร์ว่า การกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและความมั่นคงในภูมิภาคจะมีความสำคัญเป็นอันดับแรกในการเยือน ของสี จิ้นผิง ซึ่งคาดว่าจะรวมถึงการประชุมสุดยอดจีน-อ่าวควบคู่ไปกับการพบปะชุมนุมของชาวอาหรับในวงกว้าง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐอ่าวอาหรับได้กระชับความสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียในช่วงเวลาที่สหรัฐไล่บี้มากขึ้นในสมัยของปธน.ไบเดน และมากขึ้นหลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน สหรัฐเรียกร้องให้พันธมิตรคว่ำบาตรรัสเซีย อย่างหนัก  แต่ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้แสดงจุดยืนต่อต้านการกดดันของสหรัฐให้ “เลือกข้าง” และยืดถือความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ และรัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันโอเปคพลัส (OPEC+)เป็นสำคัญ เมื่อบีบให้เลือกก็เลือกรัสเซียและจีนซะเลย ทำเมกาจุกไปไม่เป็น

นอกจากนี้คณะบริหารของปธน.ไบเดนของสหรัฐฯ รู้สึกโกรธเกรี้ยวต่อการตัดสินใจของ OPEC+ ในเดือนตุลาคมที่จะลดเป้าหมายการผลิตลง แม้ว่าจะมีการคัดค้านจากสหรัฐฯ ก็ตาม ความสัมพันธ์อันยาวนานกับซาอุดีอาระเบียที่ไบเดนพยายามแก้ไขระหว่างการเยือนสหราชอาณาจักรในเดือนกรกฎาคมก็ไร้ผล

หลี่ ซูหัง กงสุลใหญ่ของจีนในดูไบกล่าวว่า “การประชุมสุดยอดจีน-อาหรับครั้งแรกจะจัดขึ้นที่ซาอุดีอาระเบียในต้นเดือนธันวาคม ถือเป็น เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์จีน-อาหรับ”

นักการทูตจีนย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เข้าสู่การพัฒนาอย่างรวดเร็ว

เมื่อต้นเดือนนี้ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบียได้เดินสายทัวร์เอเชียในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และไทยเปิดหน้าใหม่สู่ตะวันออกไปพร้อมๆที่หลีกห่างตะวันตกมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เอเชียเป็นตลาดส่งออกอันดับต้น ๆ สำหรับน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย หลังจากงานเอเปค๒๐๐๐ ผ่านไป ประเทศไทยมีแนวโน้มอาจเป็นลูกค้าพลังงานของซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้น นอกเหนือไปจากธุรกิจการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวที่ลงนามไปแล้วหลายหมื่นล้านบาท!!!