พร้อมดูแลปชช.!! คลังเป๋าตุงเก็บรายได้เดือนแรกงบ’66 รีดภาษีพุ่ง ๑.๓๕ แสนล. บัตรสวัสดิการทะลุ ๒๑ ล้านคน

0

กระทรวงการคลังเปิดผลงาน จัดเก็บรายได้เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ทะยานแตะ ๒.๓๒ แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย ๓.๓๖ หมื่นล้านบาท เงินคงคลังเต็มปี๊บ ๓.๗๕ แสนล้านบาท “สรรพากร” ฟอร์มเจ๋งจัดเก็บรายได้สุดปัง ๑.๓๕ แสนล้านบาท อานิสงส์เศรษฐกิจทยอยฟื้น หนุนรีดภาษีนิติบุคคล-มนุษย์เงินเดือนพุ่ง ขณะจำนวนผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการสรุปแล้วได้รับสิทธิ์ ๒๑ ล้านคน

วันที่ ๒๘ พ.ย.๒๕๖๔ นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้สุทธิเดือน ต.ค.๒๕๖๕ ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน ๒๓๒,๒๐๗ ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๓๓,๖๑๑ ล้านบาท หรือ ๑๖.๙% และสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ๑๙.๕%

ทั้งนี้ ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในเดือน ต.ค. ๒๕๖๕ ของ ๓ กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร รวมอยู่ที่ ๑๘๘,๕๔๒ ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๑๐,๕๘๑ ล้านบาท หรือ ๕.๙% และสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ๒๒,๘๓๘ ล้านบาท หรือ ๑๓.๘% โดยกรมสรรพากร สามารถจัดเก็บรายได้รวม อยู่ที่ ๑๓๕,๒๕๖ ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๘,๗๑๗ ล้านบาท หรือ ๖.๙% และสูงกว่าเดือนเดียวกันปีก่อน ๑๔,๖๓๒ ล้านบาท หรือ ๑๒.๑% เนื่องจากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงกว่าประมาณการตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ขณะที่ กรมสรรพสามิต สามารถจัดเก็บรายได้รวมในเดือน ต.ค. ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๓๖,๓๑๖ ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ๖,๓๐๖ ล้านบาท หรือ ๑๔.๘% และต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีก่อน ๘๒๗ ล้านบาท หรือ ๒.๒% เนื่องจากมีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเป็นการชั่วคราว จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง ด้านกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวมอยู่ที่ ๑๖,๙๗๐ ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๘,๑๗๐ ล้านบาท หรือ ๙๒.๘% และสูงกว่าเดือนเดียวกันปีก่อน ๙,๐๓๓ ล้านบาท หรือ ๑๑๓%

สำหรับฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในเดือน ต.ค. ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นั้น พบว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน ๒๐๗,๘๗๔ ล้านบาท เนื่องจากการนำส่งรายได้ของกรมสรรพากรสูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบการมีรายได้พิเศษจากการนำส่งทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนเข้าเป็นรายได้แผ่นดินและมีการชำระอากรขาเข้าย้อนหลังตามคำพิพากษาคดี

อย่างไรก็ดี ในส่วนของการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน ๔๘๗,๖๘๖ ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว จำนวน ๒๒,๕๔๗ ล้านบาท หรือ ๔.๔% โดยเป็นรายจ่ายปีปัจจุบัน จำนวน ๔๗๓,๔๓๘ ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็น ๔.๑% และการเบิกจ่ายเงินจากงบประมาณปีก่อน จำนวน ๑๔,๒๔๘ ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว คิดเป็น ๑๔.๘% โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน ๕๐,๓๙๔ ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน ต.ค. ๒๕๖๕ มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๗๕,๖๙๓ ล้านบาท

โดยการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่สำคัญในเดือนนี้ ได้แก่ งบรายจ่ายอื่นของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน ๗๙,๘๔๑ ล้านบาท งบรายจ่ายอื่นของกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน จำนวน ๖๙,๕๗๐ ล้านบาท เงินอุดหนุนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน ๔๒,๒๕๖ ล้านบาท เงินอุดหนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน ๓๘,๗๓๖ ล้านบาท เงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๒๕,๙๗๔ ล้านบาท เงินอุดหนุนของสำนักงานประกันสังคม จำนวน ๒๔,๒๕๗ ล้านบาท และเงินอุดหนุนของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๑๐,๘๙๕ ล้านบาท

ผลการจัดเก็บรายได้ดีย่อมไม่มีอุปสรรคสำหรับรัฐบาลในการดูแลประชาชนผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐล่าสุดการประกาศผล “สถานะการลงทะเบียน” ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งสุดท้าย โดยเป็นข้อมูลผู้ที่ลงทะเบียนและมีการแก้ไขข้อมูลในระหว่างวันที่ ๕ กันยายน – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ซึ่งผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th 

ทั้งนี้ พบว่า ผู้ที่ลงทะเบียนที่มีสถานะแสดงข้อความว่า “กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านครบถ้วนแล้ว” มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๑,๐๑๖,๗๗๐ ราย และเมื่อตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครองแล้ว พบว่า มีผู้ผ่านการตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครองมีจำนวนทั้งสิ้น ๑๙,๖๓๐,๓๔๗ ราย (คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๔๐ ของผู้ลงทะเบียนที่มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว) โดยผู้ลงทะเบียนกลุ่มดังกล่าวเมื่อตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนจะพบข้อความว่า “สถานะการลงทะเบียนสมบูรณ์” สำหรับผู้ลงทะเบียนที่มีสถานะแสดงข้อความว่า “สถานะการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์” เนื่องจากข้อมูลของผู้ลงทะเบียนไม่ตรงตามฐานข้อมูลของกรมการปกครองมีจำนวนทั้งสิ้น ๑,๓๘๖,๔๒๓ ราย คิดเป็นร้อยละ ๖.๖๐ ของผู้ลงทะเบียนที่มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว) ซึ่งปัจจุบันได้สิ้นสุดระยะเวลาในการแก้ไขข้อมูลแล้ว