เอเชียกลางปึ้ก!! ปธน.คาซัคสถานประกาศจุดยืน ยืนหยัดข้างรัสเซียและจีน ปูตินทุ่มยกระดับกองกำลังสันติภาพCSTO

0

พันธมิตรเอเชียกลาง เป็นข้อต่อสำคัญทางยุทธศาสตร์ทั้งการเมืองและการทหารของรัสเซียที่ปธน.ปูตินให้ความเอาใจใส่อย่างมาก ทางด้านสหรัฐฯพยายามหนุนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่สนับสนุนรัสเซียตลอดมา แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ หลังการประชุม CSTO เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะมีวาระที่ต้องเคลียร์กันมากเกี่ยวกับปัญหาในอาร์เมเนียกับอาร์เซอร์ไบจัน แต่ปูตินก็สามารถประสานรอยร้าวของคู่ขัดแย้งด้วยตนเองได้ ด้านหนึ่งสะท้อนว่า ตัวองค์กรพันธมิตรยังไม่เติบโตแข็งแกร่งพึ่งตนเองได้เพียงพอ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในกลุ่มพันธมิตร รัสเซียจึงต้องปรับท่าทีใหม่ ไม่ต้องเกรงใจว่าจะแทรกแซง ในการประชุมครั้งนี้ปูตินย้ำชัดพร้อมสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์นำสมัย และกำลังพลประจำกองกำลังสันติภาพของCSTO อย่างเป็นรูปธรรม

 

ล่าสุดเชิญหนึ่งในสมาชิกCSTO คนสำคัญอย่างปธน.โตคาแยฟแห่งคาซัคสถานที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งอีกครั้งอย่างถล่มทลาย ทำให้เมกาและตะวันตกผิดหวังไม่น้อยเพราะผู้นำคนนี้สนิททั้งปูตินและสี จิ้นผิง

 

วันที่ ๒๘ พ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า คาสซิม โจมาร์ต โตคาเยฟ(Kassym-Jomart Tokayev) ประธานาธิบิดีคาซัคสถาน ที่เพิ่งได้รับเลือกใหม่ได้กำหนดวาระนโยบายต่างประเทศของอัสตานาในการกล่าวสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งของเขา

ประธานาธิบดีโตคาเยฟประกาศจะให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับรัสเซียและจีน รวมทั้งมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด 

โตคาเยฟเพิ่งได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยไปหมาดๆ กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในการกล่าวสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งประเทศเขากล่าวเสริมว่าจะดำเนิน นโยบายต่างประเทศ ซึ่งชี้นำโดยผลประโยชน์ของตนเอง 

 

เขาย้ำว่า “เราจะมุ่งความสนใจไปที่ ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับมอสโกว์และปักกิ่ง และประเทศพี่น้องของเอเชียกลาง”

ประธานาธิบดีระบุว่า “ประเทศจะยังคงยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ นอกจากนี้ จะไม่ละทิ้งความร่วมมือแบบหลายฝ่ายกับรัฐอื่นๆ อัสตานาจะยังคงทำงานร่วมกับสหรัฐฯ สหภาพยุโรป ประเทศในตะวันออกกลาง ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ทั้งหมดต่อไป”

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกใหม่ได้ประกาศชุดการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนแปลงสถาบันการปกครองที่สำคัญของประเทศ โตคาเยฟเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง สาธารณรัฐที่มี “อำนาจเหนือประธานาธิบดี”ให้เป็นสาธารณรัฐที่มีความสมดุลมากขึ้น และเสนอให้จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไว้ที่ ๗ ปี

โตคาเยฟได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับคะแนนเสียงมากกว่า๘๐% เขาขึ้นสู่อำนาจครั้งแรกในปี ๒๕๒๖ หลังการปกครองยาวนานหลายทศวรรษของประธานาธิบดีคนแรกของคาซัคสถาน นูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีมีการประกาศในเดือนกันยายน หลายเดือนหลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในประเทศ เกิดจลาจลปฏิวัติสีในเดือนมกราคมแต่แก้ไขได้ด้วยการเข้าช่วยสยบความรุนแรงจากกลุ่มอำนาจภายนอกด้วย กองกำลังพันธมิตรCSTO  ต่อมามีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน และในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ประเทศจะจัดให้มีการเลือกตั้งรัฐสภาต่อไป

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ปธน.ปูติน ได้แสดงความยินดีกับโตคาเยฟในผลการเลือกตั้งครั้งใหม่ โดยระบุว่าเขาได้รับความไว้วางใจจากชาวคาซัคสถานล้นหลาม ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เขาพัฒนาวิสัยทัศน์เพื่อการพัฒนาประเทศได้อย่างราบรื่น

ปูตินเสริมว่าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และพันธมิตรระหว่างรัสเซียและคาซัคสถาน ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก“ประเพณีแห่งมิตรภาพ ความเคารพซึ่งกันและกัน และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี”กำลังพัฒนาและประสบความสำเร็จอย่างมาก”

ในวันนี้ (๒๘ พ.ย.)  ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถานจะเดินทางเยือนรัสเซียตามคำเชิญของปธน.ปูติน ซึ่งจะเป็นการเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขา หลังจากได้รับเลือกเป็นประมุขแห่งรัฐหลังการเลือกตั้งก่อนหน้าวันที่ ๒๐ พ.ย.ที่ผ่านมา 

ในระหว่างการพูดคุย ผู้นำทั้งสองคาดว่าจะหารือเกี่ยวกับการพัฒนาเพิ่มเติมของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและคาซัคสถาน ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และพันธมิตร ตลอดจนโอกาสสำหรับความร่วมมือภายในกรอบการบูรณาการพันธมิตรอวกาศยูเรเซีย

 

ปูตินและโตคาเยฟจะหารือเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะของฟอรัมความร่วมมือระหว่างภูมิภาครัสเซีย-คาซัคสถานครั้งที่ ๑๘ ที่จะจัดขึ้นที่เมือง โอเรนเบิร์ก (Orenburg) โดยการประชุมทางวิดีโอลิงค์

และจะมีการลงนามในเอกสารทวิภาคีจำนวนหนึ่ง รวมถึงคำประกาศระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและสาธารณรัฐคาซัคสถานในโอกาสครบรอบ ๓๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ

ก่อนหน้านี้ปธน. สี จิ้นผิง ได้แสดงความยินดีกับผู้นำคาซัคสถานหลังเลือกตั้ง และชื่นชมว่า ผลการเลือกตั้งสะท้อนถึงความไว้วางใจและการสนับสนุนของชาวคาซัคที่มีต่อโทคาเยฟอย่างเต็มที่  สีกล่าวว่าเขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-คาซัคสถาน และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับโทกาเยฟ โดยถือเอาวันครบรอบ ๓๐ ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและคาซัคสถานเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาต่อไปของยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมอย่างถาวรระหว่างจีน-คาซัคสถาน ร่วมกันสร้างชุมชนจีน-คาซัคสถานที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนประเทศทั้งสองอย่างยั่งยืน

จะสังเกตุว่าโอกาสครบรอบ ๓๐ ปีระหว่างคาซัคสถานกับรัสเซียและจีนนั้นไล่เลี่ยกันเพราะเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มพันธมิตรเซี่ยงไฮ้ (SCO)ด้วยกันนั่นเอง การยืนยันล่าสุดของผู้นำคาซัคสถานว่าจะยืนหยัดแนบแน่นกับรัสเซียและจีน สวนทางกับสื่อตะวันตกที่พยายามหาจุดไม่ลงรอยของสมาชิกเอเชียกลางเหล่านี้ และพยายามแทรกเข้ามาเป็นทางเลือกทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ และยังแพ้จีนที่กำลังเป็นที่โปรดปรานของคาซัคสถานในด้านเศรษฐกิจอย่างมาก สรุปว่าเอเชียกลางยังไม่ถูกล้วงตับจากเมกาและพันธมิตรกลุ่มแองโกลแซกซอนนั่นเอง!!??