เมกาตาแหก!? หน่วยอวกาศสหรัฐนั่งไม่ติด ต้านจีนตั้งฐานนิวเคลียร์ดวงจันทร์ ระแวงปักกิ่งซุ่มตุนทองเทดอลลาร์ถี่

0

กองกำลังอวกาศของสหรัฐอเมริกาถูกกำหนดให้สร้างกองบัญชาการส่วนแรกในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้ให้เห็นมากขึ้นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับจีนและเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันสื่อญี่ปุ่นขี้สงสัยแพร่ข่าวจีนซุ่มตุนทองคำมหาศาล คาดว่ามีเป้าหมายเทดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุนี้สว.เมกาโดยเฉพาะพรรครีพับลิกันจึงได้โวยวายว่า สหรัฐต้องเร่งสปีดขัดขวางจีนอย่างเร็วที่สูด เพราะจีนก้าวนำหน้าไปหลายขั้นแล้วโดยเฉพาะเทคโนโลยีอวกาศ

วันที่ ๒๔ พ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า US Space Force ประกาศเคลื่อนไหวต่อต้านจีนครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่เพนตากอนกล่าวว่า คำสั่งใหม่จะตอบโต้ภัยคุกคามอย่างรวดเร็วที่เกิดจากปักกิ่ง

กองบัญชาการภาคพื้นอินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ หรือชื่อย่อว่าอินโดแพคคอม (INDOPACOM) ประกาศความเคลื่อนไหวเมื่อวันจันทร์ โดยระบุว่า หน่วย INDOPACOM เป็นหน่วยบัญชาการรบที่รับผิดชอบพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกและอนุทวีปอินเดีย และจะเป็นหน่วยแรกที่เป็๋นส่วนหนึ่งภายใต้การดูแลของ Space Force 

Space Force จะช่วยปรับปรุงขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในการตรวจจับและสกัดกั้นขีปนาวุธและขีปนาวุธร่อนที่ยิงจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ทั้งนี้ทางกองทัพให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับหน้าที่ที่แน่นอน 

พล.ท. บี. แชนซ์ ซอลต์ซแมน (Lt. Gen. B. Chance Saltzman)หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการอวกาศที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ของสาขา ก่อนหน้านี้เคยเสนอแนะว่าหน่วยนี้จะมุ่งเน้นไปที่ปักกิ่งเป็นส่วนใหญ่

ซอลต์ซแมน  กล่าวระหว่างงานเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วว่า  “เราแค่คิดว่าพื้นที่มีความสำคัญมากในตอนนี้ เนื่องจากจีนเป็นภัยคุกคามด้านความเร็ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องยืนหยัดในองค์ประกอบบริการของอินโดแพคคอม” 

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างวอชิงตันและคู่แข่งในภูมิภาคหลายแห่ง เช่น จีนและเกาหลีเหนือ โดยเห็นว่ากองทัพสหรัฐฯ เพิ่มบทบาทของตนในอินโดแปซิฟิกอย่างแข็งกร้าวตั้งเป้าต้านอิทธิพลจีนอย่างโจ่งแจ้ง  การซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้เกิดการทดสอบขีปนาวุธตอบโต้อย่างวุ่นวายโดยเปียงยาง รวมถึงการเปิดตัว ICBM สอง ครั้งในเดือนนี้เดือนเดียว 

สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐฯ ยังคงเดินทางเยือนไต้หวันเป็นระยะๆ สร้างความเดือดดาลแก่ปักกิ่ง ซึ่งถือว่าเกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอธิปไตย ขณะที่เรือรบของสหรัฐฯยั่วยุซ้ำซาก โดยเคลื่อนผ่านช่องแคบไต้หวันเป็นประจำทุกเดือน

พล.อ.เดวิด ทอมสัน  รองหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการอวกาศ(Vice Chief of Space Operations Gen. David Thompson) กล่าวว่า ในขณะที่กองทัพทำงานเพื่อ”บูรณาการความสามารถด้านอวกาศอย่างมีประสิทธิภาพ”คนอื่นๆ จะทำตามอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น”รวมถึงหน่วยต่างๆ ภายใต้กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ – และกองบัญชาการยุโรปของสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในการแบ่งปันข่าวกรองกับยูเครนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนท่ามกลางความขัดแย้งกับรัสเซีย

ข้อมูลล่าสุดของจีนที่กำลังพัฒนาระบบนิวเคลียร์ใหม่เพื่อขับเคลื่อนฐานดวงจันทร์ คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในปี ๒๕๗๑ ทำให้วันนี้สหรัฐฯทั้งเสียหน้าทั้งหวาดหวั่นว่าจะตามจีนไม่ทันหลายช่วงตัว 

หัวหน้าผู้ออกแบบโปรแกรมสำหรับดวงจันทร์ หรือ ลูน่าสเตชั่น(Lunar Station)กล่าวว่า จีนกำลังทำงานเกี่ยวกับระบบเพื่อตอบสนอง ‘ความต้องการพลังงานสูงสุดในระยะยาว บนสถานีดวงจันทร์

การกำหนดค่าพื้นฐานของสถานีจะรวมถึงแลนเดอร์ ฮอปเปอร์ ออร์บิทเทอร์ และโรเวอร์แบบนั่งขับที่จะชาร์จด้วยพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมด

วู เว่ยเหริน หัวหน้านักออกแบบโครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีเมื่อวันจันทร์ ย้ำว่า สถานีของจีนที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์จะใช้พลังงานนิวเคลียร์ “ เขาไม่ได้ให้รายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่กำลังสร้าง แต่รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอที่จะจ่ายไฟให้กับบ้านหลายร้อยหลังต่อปี

วูกล่าวว่า พื้นที่ขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์กลายเป็นเป้าหมายยอดนิยมสำหรับสร้างฐานดวงจันทร์ ซึ่งประเทศต่างๆทั้งจีน สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย กำลังพิจารณาสร้างด่านอวกาศที่นั่น แต่จีนกลับเป็นประเทศแรกที่พร้อมสร้างสถานีวิจัยดังกล่าว”   สถานีจะตั้งที่ละติจูดประมาณ 89 องศาใต้ อาจมีแสงสว่างติดต่อกัน 180 วันเพื่อให้เครื่องมือและนักบินอวกาศใช้งานได้ยาวนาน

นอกจากจีนจะมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางวิทยาศาสตร์อวกาศ เมื่อเร็วๆนี้สำนักข่าวนิกเกอิ แห่งญี่ปุ่น ตั้งข้อสงสัยว่าจีนกำลังกว้านซื้อกักตุนทองคำในปริมาณมหาศาล และเชื่อว่าเป้าหมายของปักกิ่งเป็นไปเพื่อลดพึ่งพิงดอลลาร์ของสหรัฐฯ แถมโลหะมีค่าดังกล่าวน่าจะเป็นของรัสเซีย คู่อริของอเมริกาอีกด้วย ข่าวนี้ยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงแก่สหรัฐฯอย่างมาก

รายงานข่าวของนิกเกอิ มีขึ้นตามหลังผลการศึกษาหนึ่งที่เผยแพร่โดยสภาทองคำโลก (WGC) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่พบว่าธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกได้มีการจัดซื้อทองคำปริมาณมากในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา และเน้นว่ามีผู้ซื้อลึกลับรายหนึ่งที่จัดซื้อโลหะมีค่าชนิดนี้ในปริมาณมหาศาลและเป็นการจัดซื้อที่ไม่รายงาน 

ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนซื้อทองคำอย่างลับๆ เนื่องจากจีนไม่กระตือรือร้นรายงานการถือครองและการจัดซื้อทองคำมาตั้งแต่ปี ๒๐๑๙ ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารประชาชนจีน (ธนาคารกลางจีน) ยังสร้างความประหลาดใจแก่ทั่วโลกในปี ๒๐๑๕ โดยพบว่าจีนเริ่มกักตุนทองคำหลายตันอย่างลับๆ มาตั้งแต่ปี ๒๐๐๙แล้ว พวกนักเศรษฐศาสตร์มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับแนวทางที่รัสเซียกับจีนอาจพัฒนาสกุลเงินที่มีทองคำสนับสนุน และอาจบ่อนทำลายอำนาจของดอลลาร์สหรัฐในที่สุด!!??