กระหึ่มโลก!! APEC ไทยปัง ผู้นำ ๒๑ ประทับใจ Soft Powerเปรี้ยง ลงนามการค้าการลงทุนกว่า ๖ แสนล้าน

0

โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งการเมืองมหาอำนาจ เศรษฐกิจระส่ำระสายและสงครามตัวแทนในหลายจุดวาบไฟ เงินเฟ้อ การขาดแคลนพลังงาน และอาหาร การถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และการระบาดของไวรัสที่ยังไม่จบ หลายประเทศดิ้นรนเอาตัวรอดท่ามกลางการแข่งขันเลือกข้างระหว่างกลุ่มมหาอำนาจเก่า กับกลุ่มโลกหลายขั้ว และการจับขั้วมหาอำนาจโลกใหม่กำลังเกิดขึ้น ตะวันตกไปอีกทาง ตะวันออกไปอีกทาง โดยไม่สามารถจะประนีประนอมกันได้

จากการประชุมอาเซียน สู่การประชุมจี-๒๐ สหรัฐและพวกแย่งซีนเจ้าภาพ ผลักดันต้านรัสเซียอย่างเข้มข้น แม้พยายามสร้างภาพว่าสัมพันธ์สหรัฐยังไปต่อได้แต่ก็ไม่เนียน เพราะยังเข่นเรื่องไต้หวัน และโถมกำลังบีบเกาหลีเหนือ ถึงขนาดเอ่ยปากให้จีนช่วยกดดันเกาหลีเหนือด้วย ทุกอย่างที่แอ็คชั่น ทุกอย่างที่นำเสนอเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจเก่าแองโกลแซกซอนอย่างโจ่งแจ้งป่วนจนประชุมจี-๒๐ ต้องงดถ่ายภาพรวม งดแถลงการณ์ร่วม

แต่การประชุมเอเปคของไทยแตกต่าง สหรัฐและพวกไม่สามารถแย่งซีนเจ้าภาพอย่างพลเอกประยุทธ์ฯและประเทศไทยได้อย่างผิดคาด แอนโทนี่ บลิงเคนใช้เวทีเอเปคประณามรัสเซียและชวนให้ใครต่อใครร่วมด้วยแต่ข้อเรียกร้องนี้ก็เงียบงันไปเมื่อไม่มีท่าทีตอบสนอง นอกจากสื่อเชียร์วาระวอชิงตันเท่านั้นที่พยายามตีข่าว

เมื่อเอเปคถูกสหรัฐด้อยค่าเพราะคิดว่าเป็นของตาย เจ้าชาย โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรซาอุดิอาราเบียและปธน.สี จิ้นผิงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ทำให้บรรยากาศคึกคักและแน่นแฟ้นไปด้วยมิตรภาพจากผู้นำอื่นๆ ทำให้เป้าหมายเชิงบวกของแนวคิดAPEC 2022 ของไทยทะลุเป้า  ทำเอาลุงตู่ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อวันสุดท้ายและทริปสุดท้ายที่ไปส่งผู้นำขึ้นเครื่องกลับประเทศ

สรุปโดยภาพรวมคือ APEC ประเทศไทยประสบความสำเร็จล้นหลามด้วยความร่วมแรงร่วมใจของ รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หน่วยงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและทีมงานแกร่ง ตลอดจนคนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดิน ได้สร้างความประทับใจกับผู้นำทั้ง ๒๑ ประเทศ 

ไทยสามารถผลักดันเป้าหมายAPECกรุงเทพสำเร็จ จุดพลุ BCG ได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมในเวทีเอเปคตามเป้าหมาย ด้านภาคเอกชนยินดีและฟันธงว่ามีการลงทุนตามมามากกว่า ๖ แสนล้านบาท 

วันที่ ๒๑ พ.ย.๒๕๖๕ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยได้ผลักดันให้เกิดการรับรอง “เป้าหมายกรุงเทพฯ” ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bangkok Goals on BCG Model) ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ค.ศ. ๒๐๒๒ ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปีนี้ ถือเป็นกรอบการดำเนินการกำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อให้ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก เจริญเติบโตอย่างเข้มแข็ง สมดุล มั่นคง และยั่งยืน โดยผ่านความร่วมมือ ๔ ด้าน คือ 

๑) การจัดการผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ๒) การส่งเสริมการค้าและการลงทุนที่ยั่งยืนและครอบคลุม ๓) การอนุรักษ์บริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยังยืน และ๔) การบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ผลจากการจัดประชุมเอเปคครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสแสดงศักยภาพของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG และสร้างความตื่นตัวแก่คนในสังคมถึงทิศทางการเดินหน้าของประเทศ ในส่วนของภาคเอกชนได้มีการขยายการลงทุนใน BCG ไปแล้ว ทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ อาทิ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการใช้นวัตกรรม การใช้พลังงานสะอาด การแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นสินค้ามูลค่าสูง อาทิ อาหารเพื่อสุขภาพ ยาสมุนไพร เครื่องสำอางค์ พลังงาน เป็นต้น ความสำเร็จดังกล่าว บางส่วนได้นำมาเผยแพร่ในงานประชุมเอเปค ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ BCG ควบคู่ไปกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจ EEC 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ภาคเอกชนชื่นชมและพอใจกับความสำเร็จในการผลักดัน BCG ของรัฐบาล และรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนในการเดินหน้าต่อไปให้เกิดผลสำเร็จอย่างกว้างวาง ทั้งนี้ มีการประเมินจาก ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่า ผลจากการประชุมเอเปคจะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยขยายตัว โดยเฉพาะการลงทุนที่จะเกิดขึ้นตามมา ภายใต้นโยบาย BCG  มากกว่า ๖ แสนล้านบาท ครอบคลุมทุกกิจกรรมการผลิต เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ป่าไม้ ปศุสัตว์ เหมืองแร่ ก๊าซธรรมชาติ ขนส่ง บริการธุรกิจ ค้าส่งค้าปลีก และโรงแรมที่พัก 

นางสาวรัชดา กล่าวว่า “รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันความร่วมมือผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในประเทศและในกลุ่มเอเปค สำหรับการขับเคลื่อนภายในประเทศ รัฐบาลมีคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจ -หมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน BCG และติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานต่าง ๆ พร้อมพิจารณาข้อเสนอแนะจากภาพส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ BCG นำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุมอย่างแท้จริง”