ล้างแค้น!? ตุรกีโจมตีถิ่นก่อการร้าย ๘๙ แห่งชายแดนซีเรีย-อิรัก รัสเซียไฟเขียวเมกาเงียบ นาโต้สะกิดฟินแลนด์-สวีเดน

0

สถานการณ์ในตะวันออกกลางเดือดระอุยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในซีเรียและอิรัก โดยครั้งนี้ตุรกีได้เปิดฉากถล่มเป้าหมาย ‘ผู้ก่อการร้าย’ ในซีเรียและอิรัก ด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างหนัก ตอบโต้การทิ้งระเบิดในอิสตันบูลเมื่อไม่นานมานี้ โดยรัสเซียไฟเขียว  ทางการซีเรียไม่ต่อต้าน ขณะที่เมกาเงียบกริบ แต่แอบวิตกว่าอาจจะสะเทือนแหล่งกบดานแก๊งขโมยน้ำมันในซีเรีย ที่ขนมาพักไว้ในชายแดนอิรักและทางการอิรัก ที่ผ่านมาทำตาบอดไม่รู้ไม่เห็นเพราะกลัวเมกา ขณะเดียวกันเลขาธิการนาโต้ออกมาสะกิดฟินแลนด์และสวีเดนให้เร่งจัดการปัญหากลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัวตามชายแดนของสองประเทศ เพื่อลดความโกรธแค้นของตุรกีอย่างจริงจัง เพราะมีแววเสียพันธมิตรคนสำคัญ ที่มีกองทัพนาโต้ใหญ่เป็นที่สองรองจากสหรัฐ  อย่างไรก็ตามตุรกีได้ออกมาอย่างชัดเจนว่า กลุ่มก่อการร้ายที่ปฏิบัติการในคาบูลได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ นี่เป็นประเด็นร้าวลึกที่อาจไม่สามารถประสานกลับคืนให้เหมือนเดิมได้อย่างง่ายๆ

วันที่ ๒๑ พ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และอัลจาซิรา รายงานว่า รัฐมนตรีกลาโหมของตุรกี ฮูลูซี อคาร์ (Hulusi Akar) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า กองทัพอากาศตุรกีได้โจมตีเป้าหมายจำนวนหนึ่งที่เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายชาวเคิร์ดทางตอนเหนือของซีเรียและอิรัก  การจู่โจมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในใจกลางเมืองอิสตันบูล ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของตุร์กี

อคาร์กล่าวเสริมว่า“ที่พักพิง หลุมหลบภัย ถ้ำ อุโมงค์ และโกดังของผู้ก่อการร้ายถูกทำลายสำเร็จ”“สิ่งที่เรียกว่าสำนักงานใหญ่ขององค์กรก่อการร้ายก็ถูกโจมตีและถูกทำลายเช่นกัน”

รมว.กลาโหมเน้นว่า “โดยรวมแล้ว การโจมตีดังกล่าวทำลายเป้าหมายเกือบ ๙๐ แห่งซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน หรือ PKK และหน่วยป้องกันประชาชนชาวเคิร์ด ในนามหน่วย YPG

เขาสรุปว่า “เป้าหมายของเราคือรับรองความปลอดภัยของพลเมือง ๘๕ ล้านคนและพรมแดนของเรา และเพื่อตอบสนองต่อการโจมตีที่ทรยศต่อประเทศของเรา”

ทางการตุรกีกล่าวโทษ PKK สำหรับเหตุการณ์ การระเบิดบนถนนท่องเที่ยวยอดนิยมในอิสตันบูลเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต ๖ คนและบาดเจ็บกว่า ๘๐ คน ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายคน เป็นสปายรวมทั้งผู้หญิงชาวซีเรียที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางระเบิด

PKK ถูกระบุว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายโดยรัฐบาลตุรกีซัดว่าเมกาเป็นผู้บงการ แน่นอน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ปฏิเสธความเกี่ยวข้องในการโจมตีดังกล่าว รมว.กลาโหมกล่าวว่าการโจมตีข้ามพรมแดนของตุรกี เรียกว่า ‘ปฏิบัติการกรงเล็บดาบ'(Claw-Sword) ดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิของประเทศในการป้องกันตัวเองภายใต้มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

ปธน.ตุรกี เรเซป ตัยยิบ แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdogan) ได้ออกคำสั่งให้โจมตีทางอากาศในขณะที่เขากำลังเดินทางกลับจากการประชุมผู้นำโลก จี-๒๐ ที่อินโดนีเซียในวันพฤหัสบดี ต่อมาในวันอาทิตย์ ผู้นำตุรกี พร้อมเจ้าหน้าที่หลายคนรวมถึงรมว.กลาโหม ได้เดินทางออกจากตุรกีเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาตาร์

หลังเกิดเหตุถล่มรังก่อการร้ายในมุมมองของตุรกี เลขาธิการนาโต้ออกมาเคลื่อนไหวทันทีในขณะที่สหรัฐเงียบกริบ

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก(Jens Stoltenberg) เลขาธิการนาโต้ เรียกร้องให้สวีเดนและฟินแลนด์ขยายความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายกับตุรกีอย่างเอาจริงเอาจัง

เขากล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่การให้สัตยาบันในคำขอความร่วมมือและปฏิบัติการในพื้นที่ของสวีเดนและฟินแลนด์ต้องใช้เวลา” เขาได้ให้สัมภาษณ์กับทีวีสาธารณะ SVT ของสวีเดนว่า “เป็นเรื่องสำคัญสำหรับตุรกี เนื่องจากตุรกีเป็นประเทศในกลุ่มนาโต้ที่เผชิญกับการโจมตีของผู้ก่อการร้ายมากที่สุด ดังนั้นจึงต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจะต้องมีสัดส่วนการจัดการที่เหมาะสม แต่ตุรกีก็มีสิทธิ์ที่จะป้องกันตัวเองจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย” พวกเดียวกันทำอะไรก็ไม่ผิดไม่สมควรถูกประณาม

ฟินแลนด์และสวีเดนสมัครเข้าร่วมนาโต้ เมื่อวันที่ ๑๘ พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ตุรกีขัดขวางการเข้าร่วมกลุ่มที่นำโดยสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้กลุ่มประเทศนอร์ดิกประกาศให้องค์กรชาวเคิร์ดเป็นกลุ่มก่อการร้าย ให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าก่อการร้ายหรือสมรู้ร่วมคิดในความพยายามก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวในปี ๒๐๑๖ ครั้งนั้นสหรัฐก็มีเอี่ยว เพราะปูตินส่งซิกช่วยแอร์โดอันรอดมาได้ ทำให้ความสัมพันธ์กับรัสเซียใกล้ชิดมากขึ้นนับแต่นั้นมา 

เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีตุรกีได้พูดคุยกับเซาลี นิอินนิสโต (Sauli Niinisto) รัฐมนตรีช่วยว่าการฟินแลนด์ และนายกรัฐมนตรีแมคดาเลนา แอนเดอร์สัน (Magdalena Andersson) ของสวีเดนในขณะนั้น รวมทั้งสโตลเทนเบอร์กจาก นาโต้  ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกเพื่อปูทางให้สตอกโฮล์มและเฮลซิงกิเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางทหาร โดยผู้นำตุรกีเปิดทางให้ เพราะสวีเดนให้คำมั่นว่าจะส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกว่า ๗๐ คนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการก่อการร้ายและรัฐประหาร จนกระทั่งวันนี้ไม่ทำตามคำพูด ทำให้อังการาออกมาขวางไม่ลงนามหนุนฟินด์แลนด์และสวีเดนเป็นสมาชิกนาโต้อีกรอบ ทำสองประเทศแห้วไป แต่ก็เริ่มแสดงจุดยืนช่วยนาโต้ทางทหารอย่างเอาการเอางาน

สงครามใหญ่คืบคลานเข้ามา แม่จะปรากฎแนวโน้มที่เมกา-นาโต้-อียูเคลื่อนไหวไปกดดันจีนอีกฟากหนึ่งของโลกในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ความร้อนแรงของความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลางลดลงแต่อย่างใด ท่ามกลางการดิ้นรนฝ่าวิกฤตซ้ำซ้อน ทางเศรษฐกิจการเมือง การทหารและ โรคระบาดผ่อนคลายแต่ยังไม่จบ !!??