รัสเซียอาละวาดหนัก! รัวขีปนาวุธ 50 ลูก ถล่มทั่วยูเครน! แก้แค้น โจมตีโรงพยาบาล-ทำร้ายพลเมืองใหม่รัสเซีย

0

รัสเซียอาละวาดหนัก! รัวขีปนาวุธ 50 ลูก ถล่มทั่วยูเครน! แก้แค้น โจมตีโรงพยาบาล-ทำร้ายพลเมืองใหม่รัสเซีย

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (17 พฤศจิกายน 2565) มีรายงานว่า กองกำลังยูเครน ได้โจมตีหอพักของมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการค้าแห่งชาติโดเนตสค์ โรงเรียนอนุบาล และร้านทำผมได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ ทางด้านของ Ivan Filiponenko โฆษกกองกำลังอาสาสมัครของสาธารณรัฐประชาชนลูกานสค์ (LPR) ได้เปิดเผยว่า กองทัพยูเครนกำลังเตรียมการยั่วยุที่เกี่ยวข้องกับการระดมยิงโรงพยาบาลในหมู่บ้าน Velykyi Burluk ในภูมิภาค Kharkov เพื่อใส่ร้ายรัสเซีย

ต่อมาทาง Blockdit World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่รัสเซียโจมตีตอบโต้ หลังยูเครนยิงอาวุธตะวันตกใส่สถานศึกษาและโรงพยาบาล โดยอ้างอิงจาก สื่ออิสระยูเครนและรัสเซีย ระบุว่า กองกำลังผสมตะวันตกในยูเครน ใช้จรวด HIMARS จากสหรัฐฯ โจมตีหอพักของมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการค้าแห่งชาติโดเนตสค์ , โรงเรียนอนุบาล และธุรกิจร้านค้าพลเรือนในโดเนตสก์ ได้รับความเสียหาย และใช้จรวดโจมตีโรงสถานพยาบาลในท้องถิ่น ในเมือง Skadovsk แคว้นเคอร์ซอน อันเป็นการกระทำที่โหดร้าย

เหตุแบบนี้ยูเครนทำมา 8 ปี แล้วชาวบ้านต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาณ โดยไม่มีสื่อตะวันตกไหนเผยแพร่ข่าว
พื้นที่เหล่านี้ปัจจุบันอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก เนื่องจากเป็นดินแดนที่ทำประชามติแยกเอกราชออกจากยูเครนไปแล้ว และอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญรัสเซีย พลเมืองอดีตชาวยูเครนเหล่านี้จึงขอสัญชาติรัสเซีย หวังจะได้รับการคุ้มครองตนเองและลูกหลาน

ทำให้กองทัพรัสเซียไม่อาจนิ่งเฉยต่อพลเมืองใหม่ จึงสั่งยิงขีปนาวุธกว่า 50 ลูก โจมตีตอบโต้ไปยังพื้นที่ยูเครนทั่วประเทศ ให้รุนแรงมากที่สุด อาละวาดทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ทางทหาร ระบบสื่อสาร ระบบคมนาคมขนส่ง โดยรัสเซียจะไม่มีเป้าหมายทำร้ายพลเรือนเหมือนสิ่งที่ทางการยูเครนทำ

ชาวบ้านในเมืองเคอร์ซอนที่เคยมองโลกแง่ดีไม่ได้อพยพข้ามแม่น้ำดนีเปอร์ฝั่งตะวันออกไปพร้อมกับพลเรือนชุดก่อนหน้าราว 115,000 ราย ไปยังพื้นที่ 80% ในแคว้นเคอร์ซอนที่ทหารรัสเซียคุ้มครอง ตั้งมั่นรับภัยหนาวสุดขั้วที่จะมาเยือน ที่สถิติบางปีหนาวจัดติดลบ -30 องศา ก็เคยมีมาแล้ว ไม่พร้อมจริงอยู่ไม่ได้

ชาวบ้านพวกนี้เพิ่งมีภาพร้องรำทำเพลงร่วมกับทหารยูเครน ทางสื่อตะวันตกไม่กี่วันก่อนหน้า ทั้งเมืองเคอร์ซอนเหลืออยู่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็นญาติทหารเหล่านั้นจึงไม่ถูกทำร้าย ส่วนชาวบ้านทั่วไปถูกทหารกองกำลังผสมต่างชาติหวาดระแวง ทุบตีทำร้ายร่างกาย และจับมัดกับเสาริมถนนให้ตากภัยหนาว เป็นภาพข่าวทางสื่อตะวันตก จนทางการยูเครน ประกาศสั่งถอนใบอนุญาตสื่อ CNN และ Sky news ในเวลาต่อมา

อีกทั้งเมืองเคอร์ซอนเมื่อไร้รัสเซียดูแลแล้ว จึงขาดแคลนไฟฟ้า ประปา อาหาร ชาวบ้านต้องถือถังน้ำเดินลงไปตักน้ำกินในแม่น้ำดนีเปอร์ที่ไม่สะอาดไปต้ม โดยมีทหารต่างชาติข่มขู่บุกรุก รื้อค้นไปตามบ้านเรือนทำลายข้าวของ ตอนนี้พวกเขาจึงอยู่ไม่ไหวแล้ว ขืนอยู่คงไม่รอดฤดูหนาวนี่แน่ จึงตัดสินใจทิ้งเมืองร้างเคอร์ซอน จับกลุ่มลักลอบอพยพหาเรือด้วยตนเองข้ามแม่น้ำดนีเปอร์ บากหน้าหนีร้อนมาพึ่งเย็นตามทหารรัสเซียมาอีกหลายร้อยคน เพราะอยู่กับทหารรัสเซียหลายเดือน พวกเขาไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย และดินแดนในอารักขารัสเซีย ยังมีปัจจัย 4 อาหาร น้ำดื่มสะอาด เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ไฟฟ้า ประปา อุปกรณ์ มีความพร้อมผจญภัยหนาวได้มากกว่า

ส่วนบรรดาชาวยูเครน ที่มีอาชีพเป็นชาวประมงและครอบครัว ในแคว้นโอเดสซา ก็ก่อม็อบแสดงความไม่พอใจที่ทหาร ตำรวจ ยูเครน ที่ไม่ยอมให้พวกเขานำเรือออกไปหาอาหารทะเลอาชีพที่เคยทำมาขายเลี้ยงครอบครัว แต่จ้องจับผู้ชายบังคับเกณฑ์ให้ไปเป็นทหาร ทำให้ครอบครัวลูกเมียพวกเขาลำบาก ไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว ไปเป็นทหารแล้วก็แทบไม่มีใครได้กลับมา ครอบครัวก็ติดต่อไม่ได้ กลายเป็นบุคคลสูญหายไป สภาพสังคมในดินแดนยูเครนตอนนี้ อาจจะเรียกว่าล่มสลาย และสิ้นหวัง หาทางออกไม่เจอก็คงไม่ผิดนัก เพราะตราบใดที่กองกำลังผสมต่างชาติ ยังโจมตีดินแดน และพลเรือนรัสเซียอยู่แบบนี้

กองทัพรัสเซีย ก็จำเป็นต้องตอบโต้กลับที่รุนแรงมากกว่าหลายเท่าไปอีกนานไม่มีกำหนด เพื่อดึงทรัพยากรชาวยุโรปมาละลายในยูเครนอ่อนแรงให้มากที่สุด ในสงครามไฮบริดแทรกแซงจากต่างชาติ ช่วงหลังตั้งแต่ไฟฟ้าดับแทบทั้งประเทศ ผู้นำยูเครนก็ไม่ค่อยประกาศชัยชนะรายวันเหมือนก่อน ช่วงนี้เกิดปัญหาซ้ำปมกองทัพยูเครน ยิงจรวดข้ามแดนไปตกในโปแลนด์อีก แม้รัฐบาลโปแลนด์จะยอมเสียเหลี่ยมไม่กล้ายิงสวนกลับไป

แต่สำหรับความรู้สึกชาวโปแลนด์ต่อยูเครนได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะการมีอาวุธจรวดร้ายแรงจำนวนมากตั้งอยู่ข้างบ้าน พิสูจน์แล้วว่าวันดีคืนดีก็หันมายิงข้ามชายแดนโจมตีจนมีชาวโปแลนด์เสียชีวิต..จึงน่ากลัวกว่ารัสเซียที่อยู่ไกลเสียอีกส่วนไทยนั้น เป็นกลางรักทุกคน ไม่คว่ำบาตรใคร ไม่ขัดแย้งใคร งดออกเสียงลูกเดียว รัฐบาลไทยกำลังเป็นเจ้าภาพจัดประชุม APEC 2022 มีผู้นำและคณะทำงานต่างชาติชั้นนำเดินทางมาเยือนไทย เกิดข้อตกลงการค้าการขาย การลงทุน ภาพลักษณ์วัฒนธรรมไทยทางสื่อเผยแพร่ไปทั้งโลก ภาคธุรกิจ และประชาชน จะมีผลพลอยได้ประโยชน์ มากมาย มีเม็ดเงินเข้าไทยมาทันทีกว่า 20,000 ล้านบาท