ยูเครนหมดทางรอดของจริง อีกไม่กี่วันอุณหภูมิติดลบ หิมะลงหนัก ต้องอยู่แบบมืดมน EU จำใจส่งเครื่องปั่นไฟมาช่วย ให้พอประทังชีวิต

0

หลังจากที่ชาวยูเครนเฉลิมฉลอง กรณีที่กองทัพรัสเซียถอยทัพจากเมืองเคอร์ซอนและพื้นที่โดยรอบ ทำให้ยูเครนกลับมาควบคุมเคอร์ซอนได้อีกครั้งในรอบ 8 เดือน “เมืองเคอร์ซอน” เป็นเมืองหลักเมืองแรกของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครองไว้ได้ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงแรก ๆ เลยของ “ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน” แต่ท่ามกลาง การฉลองดีใจ ยูเครนก็ยังต้องเผชิญกับความมืดมน ที่ไร้ไฟฟ้าใช้ และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อากาศจะเริ่มหนาวเหน็บมากขึ้น ประชากรเดือดร้อนอย่างหนักในหลายแคว้น แต่เซเลนสกีได้ประกาศว่าเขาจะเดินหน้าสู้ต่อ เพื่อทวงดินแดนอื่นอีกครั้ง แม้ว่าจะสู้กับความมืดมิด และหนาวเหน็บที่รออยู่ก็ตาม

 

รัสเซียประกาศถอนกำลังจากเคอร์ซอน 'เซเลนสกี' ชี้กับดักล่อกองทัพยูเครนไปตาย

May be an image of 1 person, street and road

ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก World Update ได้รายงานสถานการณ์ในยูเครนเพิ่มเติมว่า ยูเครน งานเข้าแล้ว! อีกไม่กี่วันอุณหภูมิจะติดลบ หิมะลง ท่ามกลางไม่มีไฟฟ้า ประปา จากข้อมูลการพยากรณ์อากาศ ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย.2022 เป็นต้นไปภาคเหนือยูเครน เช่น กรุงเคียฟ แคว้นซูมี คาร์คิฟ ฯลฯ อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงฉับพลันต่ำกว่าจุดเยือกแข็งติดลบ -4 องศาลงไปถึงลบ -8 องศา จึงจะเริ่มมีพายุหิมะตกลงมา พื้นดินจะขาวโพลนด้วยหิมะ แบตเตอรี่รถยนต์ถ้าไม่คอยสตาร์ทรถไว้จะเสื่อม สตาร์ทรถไม่ติด และจะติดลบลงไปเรื่อยๆ เมื่อใกล้สิ้นปีนี้จะติดลบเกือบ -20 องศา

ขณะนี้ในพื้นที่เมืองหลวง และเมืองต่างๆ ของยูเครนไม่ไฟฟ้าใช้ ไม่สามารถเปิดเครื่อง Heater ทำความร้อนให้บ้านเรือน อาคารได้ แม้ว่าทางยุโรป จะส่งเครื่องปั่นไฟใช้น้ำมันมาให้ 200 เครื่องก็ไม่มีประโยชน์ใดต่อพื้นที่ทั้งประเทศ รัสเซีย รู้สภาพอากาศโหดร้ายนี้ล่วงหน้าราว 15 วัน จึงเคลื่อนย้ายพลเมืองรัสเซียใหม่หมาดๆ ราว 100,000 คนออกมาจากเมืองเคอร์ซอน ข้ามแม่น้ำดนีเปอร์ไปยังฝั่งตะวันออก ที่มีไฟฟ้าให้ความอบอุ่น พลังงานเหลือเฟือ อาหารบริบูรณ์ ที่อยู่อาศัยมั่นคง ยารักษาโรค และบุคคลากรเพียบพร้อมสรรพ

ดังนั้นฝั่งแม่น้ำตะวันตกในเขตยูเครน จึงไม่มีอะไรเลยในฤดูหนาวนี้ จึงเหมือนอยู่คนละภพเทียบกันไม่ได้เลย หนาวนี้อีกยาวไกลหลายเดือน ดาวเทียม หรือโดรนสอดแนมรัสเซีย เห็นเมืองไหนซ่อมแซมโรงไฟฟ้าย่อย อีกไม่กี่นาที โดรนแว้นกามิกาเซ่รัสเซีย จะบินมาเยี่ยมพุ่งชนทำลายโรงไฟฟ้าย่อยแห่งนั้น ในทุกวัน ทุกแคว้น ยามค่ำคืนจะมีสัญญาณเตือนภัยดังทั้งประเทศ ท่ามกลางความมืดมิด เสียงพุ่งชนโครงสร้างพื้นฐานไม่เคยหยุดลง ข้อมูลจากสำนักงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า มีชาวยูเครนกว่า 15 ล้านคนเดินทางอพยพออกนอกประเทศไปยังประเทศต่าง ๆ ในจำนวนนี้ 2.85 ล้านคนไว้วางใจความปลอดภัยจึงอพยพไปรัสเซีย โปแลนด์อันดับที่สองราวๆ 1.48 ล้านคน อีก 3.4 ล้านคนอยู่ในยุโรป ชาติที่ชาวยูเครน หวาดกลัวและไม่ไว้วางใจมากที่สุดคือ สหรัฐ เพราะอพยพไปแค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น

200 วัน ปฏิบัติการบุกยูเครน กองทัพรัสเซียสูญเสียหนัก หรือฤดูหนาว จะเป็นจุดเปลี่ยน?


ดังนั้นถ้ารวมชาวยูเครนที่ลงประชามติแยกเอกราช 4 ดินแดน บวกกับชาวยูเครน ที่อพยพหนีร้อนไปพึ่งเย็น หมายความว่ารัสเซียจะมีพลเมืองเพิ่มขึ้นรวดเดียวราว 10 ล้านคนในสำมะโนประชากรปีหน้า 2023 ในจำนวนนี้รัสเซีย จะได้ผู้ชายมาราว 50% หรือ 5 ล้านคน ถ้าคัดชายสมัครใจเป็นทหาร 4% จะส่งผลให้รัสเซียได้ทหารมาเพิ่ม 200,000 คนจากอดีตชาวยูเครน แปลงสัญชาติเป็นรัสเซียเหล่านี้ รวมกับทหารรัสเซียแผ่นดินแม่ระดมพลใหม่ราว 300,000 นาย จะทำให้รัสเซียมีทหารตั้งต้นราว 500,000 นาย ใน 4 ดินแดนช่วงฤดูหนาวนี้ นับว่าจำนวนพอเหมาะกับการจัดกองพล กองพัน แนวหน้า กลาง หลังต่าง ๆ ปะทะกับกองกำลังชาติตะวันตก ตามรายงานมีทหารสหรัฐฯ ระดมมาโปแลนด์ราว 30,000 นาย ทหารโปแลนด์เองราว 10,000 นาย , ทหารชาติอื่นที่ระดมมาประจำการรอบยูเครน และใกล้เบลารุส เช่น จาก บัลแกเรีย และชาติ NATO อื่น ๆ คละอีกราว 40,000 นาย รวมทหารต่างชาติราว 80,000 นาย

 

แม้จะส่งเข้าไปเพิ่มในยูเครน ก็จะมั่วและปวดหัวสุด ๆ จากระบบสื่อสาร บัญชาการ และอาวุธ เมื่อรวมกับทหารยูเครน จำนวนมากสุด 200,000 คน ที่ขาดทักษะ ขาดอาวุธ จะยิ่งอลเวงหนักไปอีก แค่จะหาอาวุธและกระสุนมาป้อนทหารจำนวนเท่านี้ ก็กุมขมับแล้ว คำถามใหญ่คือ “ใครจะจ่าย” และจ่ายชาติละเท่าไร จะติดหล่มสงครามอีกนานแค่ไหน ในขณะที่รัสเซีย มีกองทัพเดียว ความเป็นเอกภาพมากกว่า ทรัพยากรเหลือเฟือ ยุโรป เมื่อขึ้นหลังเสือแล้วยังหาทางลงไม่ได้ ต้องกัดฟันขนเงิน ทรัพยากร อาวุธ มาให้ยูเครน ตลอดฤดูหนาวนี้ และกำลังติดหล่มสงครามกับดักรัสเซีย พวกเขากำลังขัดแย้งทะเลาะกันว่าจะหยุดความบอบช้ำเศรษฐกิจภายในชาติได้อย่างไร ภายในรัฐสภาสโลวาเกีย ฝ่ายค้านและรัฐบาลเริ่มทะเลาะใช้กำลังความรุนแรงใส่กันอย่างเผย

จับตาว่าฤดูหนาวติดลบเกิน -15 องศานี้ จะเหลือทหารกองกำลังผสมในยุโรปกลับบ้านถึง 10% เหมือนครากองทัพจักรพรรดิ นโปเลียน มาตีรัสเซีย หรือกองทัพนาซีเยอรมนี ที่เคยยกทัพมาตีสหภาพโซเวียต ช่วงฤดูหนาวสงครามโลกครั้งที่ 2 จนแทบไม่เหลือกลับบ้านหรือไม่ และสถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้ทราบว่า ยุโรป ส่งเครื่องปั่นไฟใช้น้ำมันมาให้ยูเครน 200 เครื่องใช้ทั้งประเทศ..แบบนี้ใกล้ประกาศชัยชนะได้แล้วหรือไม่ อย่างไร?