แผนเด็ดปูติน! อังกฤษยอมหักอเมริกา ขณะขรก.-พนง.มหาลัย15แห่งทั่วปท.นัดม็อบประท้วงหลายแสน

0

จากที่ร่วมกันคว่ำบาตรรัสเซียส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร พลังงาน เกิดม็อบประท้วง ขณะที่รัสเซียกลับมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งต้องจับตาว่าท้ายที่สุดแล้วอังกฤษจะเลิกทำตามสหรัฐหรือไม่ ก่อนที่ประเทศจะวิกฤตไปมากกว่านี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 Blockdit World Update ได้โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ของอังกฤษ โดยระบุจากแหล่งที่มาไว้มีความน่าสนใจบางช่วงว่า

“รัสเซีย กำลังจับตาดูว่า ผลจากที่สหราชอาณาจักร คว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย ส่งอาวุธพร้อมทหารรับจ้างไปร่วมกองกำลังผสมทำศึกในยูเครน ทำให้รัสเซียที่มีพลังงานมากกว่าก็สวนกลับด้วยกลยุทธ์ ลากอังกฤษให้ติดหล่มสงครามนั้น ผลกระทบ คือ

ต้องขนเงินออกมาละลายทิ้งให้ยูเครนกู้มากมายโดยไม่ได้ผลตอบแทนใดในระยะสั้น 2. ต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิงก๊าซแพงกว่ารัสเซียเกิน 9 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว และแพงกว่าสหรัฐฯ ขายในประเทศ 4 เท่า เพราะต้องบวกค่าขนส่งทางเรือ การประกันภัย และอื่นๆ เข้าไปด้วย

เศรษฐกิจถดถอย อัตราเงินเฟ้อเกิน 10% สูงที่สุดในรอบ 40 ปี เกิดสารพัดม็อบรุกไล่รัฐบาลต่อเนื่อง จนเสถียรภาพสั่นคลอนล้มลุกคลุกคลาน เปลี่ยนผู้นำอังกฤษถี่เหมือนเปลี่ยนหัวหน้าห้อง

สหราชอาณาจักร จัดเป็นชาติในยุโรป ที่เจอผลกระทบจากพลังงานแพงอยู่ในลำดับต้นๆ ดันให้อัตราเงินเฟ้อทะลุแรงขึ้นกว่า 10% ดันค่าครองชีพให้สูงขึ้น ชนชั้นแรงงานจำนวนมากต้องเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงจากการปฏิรูปเงินบำนาญอย่างไม่เป็นธรรม อันเนื่องมาจากการลดงบประมาณของนายจ้าง

เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน พนักงานขนส่งมวลชนของสหราชอาณาจักร ได้คว่ำบาตรรัฐบาลนัดหยุดงานประท้วงใหญ่อีกครั้ง นับเป็นครั้งที่ 6 ของปีนี้ เพื่อต่อต้านการปฏิรูปเงินบำนาญและการลดการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม

ส่งผลให้รถไฟใต้ดิน 9 จาก 11 สาย กว่า 81% จอดสงบนิ่งไม่ให้บริการเดินทางกับผู้คนหลายล้านคน ผู้โดยสารในลอนดอนเดือดร้อนมาก จะเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ก็บอบช้ำกับเงินในกระเป๋าเกินไป ต้องหันไปยืนต่อคิวยาวเหยียดเพื่อขึ้นไปอัดแน่นเป็นปลากระป๋องบนรถเมล์เพื่อเดินทางสัญจร ทำให้ปริมาณรถเมล์น้อยเกินไปไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้โดยสาร วุ่นวายอลหม่านไปหมด

สหราชอาณาจักร ยังกำลังเผชิญกับคิวการโจมตีระลอกใหม่จากการคว่ำบาตรรัฐบาล นัดหยุดงานของพนักงานขนส่งอื่น แล้วตามด้วยอีกหลายภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งข้าราชการ และเจ้าหน้าที่อีกหลายแสนคนจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษกว่า 150 แห่งที่ได้วางแผนการณ์โจมตีขย่มเสถียรภาพรัฐบาลให้สั่นคลอนง่อนแง่นครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงวันขอบคุณพระเจ้าที่จะมาถึง โดยจะมีพยาบาลหยุดงานมาร่วมสบทบอีก 300,000 คน ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักร

นายกรัฐมนตรีริชซี ซูนัค ที่อดีตเป็นนักเศรษฐศาสตร์มือดี ก็ยังมืดแปดด้านแก้ไม่ตก จึงยังไม่ได้เสนอวิธีแก้ปัญหาใดๆ อย่างเป็นรูปธรรมให้ชาวอังกฤษพึงพอใจ แต่รัฐบาลยังคงสาละวนกับการเดินตามสหรัฐฯ เพื่อให้กู้เงินและอาวุธทางทหารแก่ยูเครน และตอบโต้กีดกันจีน

จึงยังมองไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ว่านโยบายต่างประเทศสุดพิลึกแบบนี้ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศเมืองผู้ดีอดีตที่เคยรุ่งเรืองได้อย่างไร เพราะหากยังคงใช้พลังงานแพงจากสหรัฐฯ ไปพร้อมกีดกันการค้าจีน ย่อมเหมือนโดนพิษเศรษฐกิจรุม 2 เด้ง

นี่คือสิ่งที่ผู้นำรัสเซีย นักกลยุทธ์ชั้นครูดีดขิมจิบว๊อดกา รอดูอย่างใจเย็นไม่เร่งรีบ พร้อมยื้อสงครามกับกองกำลังผสมตะวันตกในยูเครน ฝ่ายรัสเซีย กำลังนั่งบนภู ดูสหรัฐฯ กับอังกฤษ มีรอยร้าวบาดหมางกัน อยากรู้ว่าปลายฤดูหนาวนี้ชาวอังกฤษ จะนับแต้มเปลี่ยนผู้นำประเทศได้อีกกี่คน”