ยุโรปบักโกรก! เยอรมนีกู้2แสนล้านยูโรทำประชานิยมเฉพาะหน้า-อังกฤษใช้โรงพักปลูกผักกินประทังชีวิต

0

จากที่วันนี้ 12 พฤศจิกายน 2565 Blockdit World Update เผยแพร่ข้อความสถานการณ์ล่าสุดในอังกฤษ ภายหลังจากผู้ชุมนุมประท้วงค่าครองชีพสูง และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งใหม่ แม้เพิ่งได้นายกคนให่มาไม่กี่วัน

ทั้งนี้ Blockdit World Update ได้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลไว้ย่างน่าติดตามว่า “ด้วยเป้าหมายของรัสเซียคือ ต้องการย้อนเกร็ดชาติตะวันตก โดยมีกลยุทธ์ดึงให้ติดหล่มสงครามในยูเครน แล้วทำลายเศรษฐกิจยุโรปที่เคยรุ่งเรืองให้ล่มสลายลง Win-Win สมประโยชน์ทั้งสหรัฐฯ ที่ไฝ่ฝันจะมาเทคโอเวอร์ยึดครองภาคอุตสาหกรรมยุโรป

ความสำเร็จเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของรัสเซีย ได้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมแล้ว เมื่อติดหล่มสงคราม ก็ทำให้ยูโรโซน และสหราชอาณาจักร ต้องเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในฤดูหนาวนี้ เป็นผลมาจากแรงกดดันด้านราคาพลังงานสูงจากสหรัฐ แต่รัสเซียต่ำกว่า ทิศทางพลังงานเปลี่ยนมายังเอเชีย และทวีปอื่น , ยิ่งนานวันเท่าใดความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เป็นผลร้ายต่อตลาดเงิน ตลาดทุนของยุโรปเอง

เงื่อนไขทางการเงินในสหภาพยุโรป เข้มงวด เกิดภาวะขาดสภาพคล่อง แม้แต่เยอรมนีชาติเบอร์ 1 ของ EU ที่เคยได้ชื่อว่าร่ำรวย แต่บัดนี้ไม่ใช่แล้ว เพิ่งออกกฎหมายกู้เงิน 200,000 ล้านยูโร มาทำนโยบายประชานิยมเฉพาะหน้า เยียวยาวิกฤติพลังงานแพง ถ้าเยอรมนีย่ำแย่ ชาติอื่นก็คือซุปเปอร์แย่นั่นเอง

การที่ยุโรปถูกรุมทุบเศรษฐกิจจากทั้งสหรัฐฯที่เป็นภัยคุกคามใหญ่สุด ร่วมกับรัสเซีย ก็ผสมโรงรุมทุบด้วยเพราะยุโรปไม่อยากเป็นมิตรกับรัสเซียเอง คาดว่าไตรมาสแรกของปี 2023 การเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP ในสหภาพยุโรป และยูโรโซนโดยรวมจะเฉลี่ยแค่ 0.3% เท่านั้น

ส่วนสหราชอาณาจักรนั้น แม้จะอยู่นอกกลุ่ม EU ก็จะซุปเปอร์แย่ทางเศรษฐกิจเช่นกัน เพราะแม้จะเป็นบริวารมือขวาสหรัฐฯ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคู่แข่งทางอำนาจโลกด้วย สหรัฐฯจึงล้มในการเจรจาตกลงขายพลังงานก๊าซราคาถูกระยะยาวให้อังกฤษ เพราะกลัวว่าจะฟื้นตัวได้

ในสหราชอาณาจักรนั้น จะมีธนาคารอาหาร (Food Bank) ที่บริหารโดยองค์กรการกุศล ที่ให้คนร่ำรวยบริจาคเงินมาจัดซื้ออาหารธัญพืช เนื้อ ผักผลไม้ ฯลฯ แล้วจัดสรรตามคิวให้กับองค์กร หรือประชาชนที่มาแสดงคำขอ

แต่ผลจากเศรษฐกิจถดถอย ชาวอังกฤษเป็นหนี้ค่าไฟฟ้ากว่า 2 ล้านราย , หนี้ค่าก๊าซกว่า 1.5 ล้านราย ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาชาวอังกฤษ เกิดวิกฤติอดอยากต้องอดมื้อกินมื้อ จึงบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากธนาคารอาหารเพิ่มขึ้น 320,000 ราย

จำนวนผู้มาขออาหารรายใหม่เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 20% ที่มาขออาหารมาจากครัวเรือนที่ทำงาน มีความต้องการอาหารมากเกินกว่าการบริจาคเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จนระดับสต็อกอาหารลดลงอยู่ในระดับต่ำสุด

ปัจจุบันครัวเรือนชาวอังกฤษ ถึงขนาดต้องดิ้นรนหนีความอดอยาก โดยการ ปลูกผักข้างถนน บนที่ดินสาธารณะตามเมืองต่างๆ เพื่อจัดหาอาหารของครอบครัวตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ ลดค่าใช้จ่าย ทำให้ยอดขายเมล็ดพันธุ์พืชเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า

การปลูกอาหารกินเองของชาวอังกฤษ กระจายขยายตัวขึ้นทั่วในหลายเมือง ทั้งริมคลอง ทางรถไฟ ศูนย์สุขภาพ บนที่ดินที่ยังไม่พัฒนา แม้กระทั่งนอกสถานีตำรวจ ประชาชนเข้ามาศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหาข้อมูลไปทำเองบางเมืองถึงขนาดพัฒนาเป็น การท่องเที่ยวเชิงผักเกษตรในเมือง

วิกฤติเศรษฐกิจ และอาหารในยุโรปปีถัดไปจนรุนแรงขึ้นกว่านี้อีก เมื่อคนยากจนจะกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม ต่อให้ร้อยพัน ธนาคารอาหารก็เอาไม่อยู่ ตราบเท่าที่รัฐบาลยุโรปยังคงติดหล่มสงคราม

และยังดึงดันส่งเงินและอาวุธให้ยูเครน ท่ามกลางความอดอยากหิวโหยจนอ่อนล้าของพลเมืองตนเองซึ่งทั้งสหรัฐฯ และรัสเซีย ก็จะบ่อนทำลายภายในยุโรปจากต้นทุนพลังงานอยู่แบบนี้

ต่อให้ยุโรปคว่ำบาตรรัสเซียต่อเป็นร้อยปี ชาวรัสเซียก็ยังมีพลังงานเหลือเฟือ อาหารบริบูรณ์เพิ่มขึ้น แต่ชาวยุโรปกลับยิ่งเสื่อมโทรมลง นี่คือเหตุผลที่ผู้นำรัสเซีย ยื้อสงครามยูเครนออกไป เพื่อให้บทเรียนยุโรปจดจำว่ารัสเซียไม่ใช่ชาติที่จะควรจะไปแหย่ด้วยเด็ดขาด”