ปักหลักลุย!! กองทัพรัสเซียบึ้มสะพานในเคอร์ซอน ตัดทางขนส่งลำเลียงขาด ถล่มเคียฟ-นาโต้ไม่ยั้ง

0

สมรภูมิยูเครนมีแนวโน้มยึดเยื้อต่อไป เพราะเคียฟและเมกายังไม่รามือ เกมศึกยาวเข้าทางปูติน ล่าสุด กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้รายงานอัพเดทเกี่ยวกับการถอนกำลังทหารในเคอร์ซอน ขนคนและอาวุธยุทโธปกรณ์ข้ามไปอยู่ฝั่งซ้ายเตรียมลุยศึกโหด ย้ายเมืองหลวงเคอร์ซอนไปเป็นเมืองเฮนิเชสค์ (Henichesk) เป็นการชั่วคราว

ข่าวสารในโซเชียลโดยเฉพาะเทเลแกรม จะเห็นฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำ นิปเปอร์ ถูกตัดขาดจากกันโดยสิ้นเชิงหลังกองกำลังรัสเซียขนย้ายคนและของเสร็จสมบูรณ์ ก็ได้ระเบิดสะพานข้ามโรงไฟฟ้าพลังน้ำ คาคอฟสกายา (Kakhovskaya) ที่ถูกเคียฟถล่มรัวๆมีโอกาสสุ่มเสี่ยงทำให้เขื่อนแตกได้ และก่อนหน้านี้ได้ทำลาย สะพานดาร์เยฟสกี้ (Daryevsky) และสะพานยากินสกี้ (Tyaginskyไปแล้วด้วย เรียกว่าทหารยูเครนพยายามข้ามแม่น้ำจะกลายเป็นเป้าให้รัสเซียอย่างสยดสยอง อยู่ในเมืองก็เจออาวุธจากฟากฟ้าเละ 

มีข่าวสำคัญจากสื่อโซเชียลเผยว่า หน่วยข่าวกรองของรัสเซียสามารถเข้าถึงขีปนาวุธ HIMARS และMLRS ของสหรัฐ ผ่านการลักลอบนำเข้ารัสเซียจากประเทศที่สามด้วยช่องทางลับ สำนักงานออกแบบทางทหารของรัสเซียจึงเข้าถึงขีปนาวุธ HIMARS ครบชุดและกำลังดำเนินการงานการศึกษาด้านวิศวกรรมย้อนกลับ โดยไม่ต้องถึงมืออิหร่าน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต่อไป HIMARS ราคาแพงจะไร้ค่าในสมรภูมิแห่งนี้

วันที่ ๑๒ พ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย็์และสปุ๊ตนิก รายงานว่า กระทรวงกลาโหมเปิดเผยถึงการปรับกลยุทธ์ จัดวางกำลังใหม่ของกองทัพรัสเซีย เคลื่อนกำลังทหารข้ามไปฝั่งซ้ายของ แม่น้ำนิปเปอร์ (Dnieper) ได้เสร็จสิ้นในเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยไม่มีการสูญเสียชีวิตทหารหรืออุปกรณ์ทั้งหมด

กระทรวงปฏิเสธข่าวลือ กรณีที่สื่อตะวันตกและยูเครนกล่าวว่ายุทโธปกรณ์ทางทหารถูกละทิ้งในระหว่างกระบวนการ หรือทหารรัสเซียได้รับบาดเจ็บล้มตายระหว่างการถอนกำลัง ทั้งหมดเป็นการปั้นข่าวเท็จเพื่อผลทางจิตวิทยาสงคราม

กลาโหมกล่าวว่า“หน่วยรบรัสเซียได้เตรียมแนวป้องกันและตำแหน่งไว้แล้ว” “ไม่มีการสูญเสียบุคลากร อาวุธ ยานพาหนะ หรือยุทโธปกรณ์ของกองกำลังรัสเซีย พลเรือนทุกคนที่ต้องการออกจากฝั่งขวาของเขตเคอร์ซอนได้รับความช่วยเหลือและดูแลอย่างเต็มที่ และปลอดภัยทุกคน”

กองทหารยูเครนพยายามขัดขวางการเคลื่อนไหวของพลเรือนข้ามแม่น้ำด้วยการยิงปืนใหญ่ แต่ไม่สามารถทำได้ รัสเซียสกัดกั้นจรวด ๒๘ ลำที่ยิงโดยเครื่องยิง HIMARS และเปลี่ยนเส้นทางอีก ๕ ลำโดยใช้มาตรการตอบโต้ทางอิเล็กทรอนิกส์ 

ปืนใหญ่และเครื่องบินของรัสเซียขัดขวางหน่วยของยูเครนไม่ให้ปิดช่องว่างกับแม่น้ำ กองกำลังเสริม จะประจำตำแหน่งอย่างน้อย ๓๐กม. ห่างจากทางข้ามแม่น้ำเป็นด่านหน้าคุ้มกันพลเรือน

เซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหม ออกคำสั่งให้ทหารเคลื่อนพลข้ามแม่น้ำในเช้าวันพุธ เขากล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตของทหารโดยไม่จำเป็น และเพื่อให้มีการตั้งแนวป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น ในยุทธภูมิที่ได้เปรียบ  การตัดสินใจครั้งนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้นำหน่วยรบพิเศษเชเชนอย่างชัดเจนว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากแต่ชาญฉลาด แม้แต่ที่ปรึกษาทางทหารของเมกายังยอมรับ ขณะที่ยังไม่วางใจว่าจะเป็นกับดัก

FILE PHOTO: Russian Defence Minister Sergei Shoigu

ท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือด เมื่อเดือนก่อน กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียตอบโต้สำนวนโวหารของฝ่ายตะวันตกเกี่ยวกับอาวุธทำลายล้างสูง โดยเน้นว่ามอสโกว์ไม่ได้ขู่ใครด้วยอาวุธนิวเคลียร์ แต่มีของพร้อมใช้และได้เปิดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคลังแสงนิวเคลียร์ของรัสเซียในปัจจุบัน 

หลักคำสอนอย่างเคร่งครัดทางทหารของรัสเซียกำหนดว่า มอสโกว์จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ ของตน เฉพาะเพื่อตอบโต้การรุกรานของรัฐอื่นด้วยการใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงหรือเมื่อการดำรงอยู่ของรัสเซียถูกคุกคาม

สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ ของ ประเทศ ปัจจุบัน รัสเซียครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมด ๕,๙๗๗ หัวรบขณะที่มีเพียง ๑,๔๒๖ หัวเท่านั้นที่ถูกนำไปใช้

นอกจากนี้ มียานพาหนะขนส่ง ของประเทศ ๕๑๓ คันรวมไปถึงฮาร์ดแวร์ทางทหารที่ทันสมัย ​​เช่นICBMs หรือขีปนาวุธข้ามทวีป, เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และยานพาหนะร่อนความเร็วเหนือเสียง ไฮเปอร์โซนิคมิสไซล์ เป็นต้น

หากศัตรูกล้าที่จะใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงต่อรัสเซีย ยานขนส่งของรัสเซีย รวมถึงSarmat, Yars และ Topol ICBM จะถูกสั่งให้กองกำลังรัสเซียโจมตีผู้รุกรานอย่างรวดเร็วเพื่อตอบโต้

นอกจากนี้ยังมี เครื่องบินทิ้งระเบิดตู-๑๖๐(Tu-160)และตู-๙๕(Tu-95)ที่ได้รับการอัพเกรดแล้ว มีเรือดำน้ำชั้นโบเรีย (Borei) ที่ติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์บูลาวา
(Bulava) และยานเกราะร่อนความเร็วสูงอแวงการ์ด (Avangard) และคินซาล (Kinzhal) ที่ทหารรัสเซียพร้อมใช้เพื่อตอบโต้การรุกรานที่อาจเกิดขึ้นได้จากการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ของศัตรู

ระบบขีปนาวุธพิสัยสั้นแบบเคลื่อนที่ได้ของ Iskander-M สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีได้ในระยะ ๕๐๐ กิโลเมตร หรือ ๓๑๐ ไมล์ พิสัยของขีปนาวุธ Kalibr ที่ซับซ้อนนั้น อยู่ที่๔,๕๐๐ กิโลเมตร หรือ ๒,๗๐๐ ไมล์.

รัสเซียไม่เปิดเผยจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีทั้งหมด ขณะที่เพนตากอนโต้แย้งว่าจำนวนดังกล่าวมีประมาณ ๒,๐๐๐ หัว

การเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นบางส่วน รัสเซียแจงว่าไม่ใช่เป็นการข่มขู่ แต่เพราะสหรัฐและตะวันตกป่าวร้องว่ารัสเซียเตรียมใช้นิวเคลียร์ในสงครามยูเครนเพื่อข่มขู่โลกให้หวาดวิตกและต่อต้านรัสเซีย เมื่อใดที่ศัตรูคุกคาม รัสเซียก็พร้อมตอบโต้ทันทีไม่ยอมให้ถูกกระทำฝ่ายเดียว!!??