โลกจับตา!! สีเจอไบเดนตัวเป็นๆครั้งแรกจี-๒๐ ขณะกำชับกองทัพจีนพร้อมรบ ไม่สนเมกาท้าให้ยึดไต้หวันไม่เลิก

0

ไบเดนเผชิญหน้าสี จิ้นผิงแน่นอน ในซัมมิตจี-๒๐ ที่บาหลี อินโดนีเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ด้านรัสเซียยืนยันว่า ‘ปูติน’ ส่งลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศประชุมแทน สื่อตะวันตกจะชงประเด็นว่า ปธน.สหรัฐฯมีแผนหารือกับปธน.จีนเพื่อลดความขัดแย้งระหว่าง ๒ ประเทศ ทั้งประเด็นไต้หวัน นโยบายการค้า และความสัมพันธ์ปักกิ่ง-มอสโกว์ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยตรงกับสถานการณ์จริงสักเท่าไหร่ เพราะนายพลใหญ่สายเดโมแครตยื่นหน้าการันตีไต้หวันว่า สหรัฐจะสนับสนุนทางการทหารต่อเกาะอย่างไม่ลดละ และจะไม่ทอดทิ้งพันธมิตรให้สู้อย่างโดดเดี่ยว

ความสัมพันธ์อเมริกา-จีนขณะนี้ซับซ้อนกว่าเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วมาก และในตำแหน่งประธานาธิบดี ไบเดนกล่าวหาจีนซ้ำๆประเด็น เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ อีกทั้งเรียกร้องให้ปักกิ่งรับผิดชอบการปราบปรามนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง แนวทางปฏิบัติด้านการค้าเชิงบีบบังคับ กีดกันขัดขวางความก้าวหน้าของจีนและการยั่วยุทางทหารต่อไต้หวัน

ทำเนียบขาวยังไม่พอใจที่ปักกิ่งไม่ใช้อิทธิพลกดดันเกาหลีเหนือให้ยุติการทดสอบขีปนาวุธและโครงการอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับสงครามตัวแทนในยูเครน ทั้งนี้ ก่อนที่ประธานาธิบดีปูติน จะเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนไม่กี่สัปดาห์ ผู้นำรัสเซียได้พบกับ สี ที่ปักกิ่งในงานโอลิมปิก ปักกิ่ง และทั้งคู่ออกบันทึกความเข้าใจประกาศความสัมพันธ์ไร้ขีดจำกัดระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ จีนยังไม่วิจารณ์รัสเซียกรณียูเครน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ป้อนอาวุธให้มอสโกว์ และส่งเสริมการเจรจาสงบศึก

นอกจากนี้ ยูเลีย ทอมสกายา เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำอินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมาว่า ปูตินจะไม่เดินทางไปร่วมซัมมิตจี-๒๐ โดยมอบหมายให้เซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศ เป็นผู้นำคณะผู้แทนรัสเซียเดินทางไปบาหลี ขณะที่แหล่งข่าวอีกคนเสริมว่า ยังไม่ชัดเจนว่า ปูตินจะร่วมประชุมในแบบเสมือนจริงหรือไม่

วันที่ ๑๑ พ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์และสเตรทไทมส์รายงานว่า ประเด็นร้อนที่ผู้นำสหรัฐฯและจีนจะคุยกันอาจคือเรื่อง “ไต้หวัน สิทธิมนุษยชน และเกาหลีเหนือ” ตามมุมมองของสื่อ ที่คาดหวังว่าจะมีการหารือกันในขณะที่ ปธน.โจ ไบเดนแบะท่าอยากคุย แต่ความจริงแล้วทางการจีนยังไม่ได้ยืนยันว่าจะมีการพบกันหารือนอกรอบหรือไม่ 

โฆษกหญิงของทำเนียบขาว คารีน ชอนแพร์รี(Karine Jean-Pierre) กล่าวในแถลงการณ์ว่า: “ผู้นำทั้งสองจะหารือเกี่ยวกับความพยายามในการรักษาและกระชับแนวทางการสื่อสาร รวมถึงวิธี จัดการการแข่งขันอย่างมีความรับผิดชอบและทำงานร่วมกันในที่ซึ่งผลประโยชน์ของเราสอดคล้องกัน โดยเฉพาะในระดับข้ามชาติ และความท้าทายใหม่ๆ”

ไบเดนและสีได้พบกันครั้งสุดท้ายระหว่างการบริหารของโอบามา และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีน ก็ลดลงจนเหลือระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่การเยือนไต้หวันของแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

บอนนี่ กลาเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญเอเชียจากกองทุน Marshall Fund ของเยอรมนีแห่งสหรัฐอเมริกา (Bonnie Glaser, an Asia expert at the German Marshall Fund of the United States)กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะลดความตึงเครียด และจีนได้ส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ที่แย่ลงไปอีก

เธอกล่าวว่า “ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขาเต็มใจทำอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ฝ่ายบริหารของไบเดน ได้ผลักดันให้มีการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการลดความเสี่ยงตั้งแต่กลางปี ​​๒๕๖๔ และจีน ก็ไม่สนใจ” 

การประชุมสุดยอด จี-๒๐ ในบาหลี กำลังจะมีขึ้นหลังจากสีจิ้นผิงได้ รับ ตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นสมัยที่ 3 เมื่อเดือนที่แล้ว และเป็นช่วงเวลาสำคัญยิ่งในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พวกเขามีการลงทุนขนาดใหญ่และความสัมพันธ์ทางการค้า แต่ยังท้าทายอิทธิพลทางการทหารและการทูตของกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

พวกเขายังต้องเผชิญกับจุดวาบไฟที่อาจเกิดขึ้นเหนือเกาะไต้หวันสหรัฐฯใช้เป็นหมากกดดันจีน ไปพร้อมๆกับรีดผลประโยชน์ขาดอาวุธให้รัฐบาลไทเป  ซึ่งจีนได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐฯ จะสรุปบทบาทความสัมพันธ์กับไต้หวันหลังผลการประชุมของไบเดนกับสี จิ้นผิง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ไทเปรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

ทีมงานไบเดนสแดงจุดยืนชัดเจนว่า ยึดประเด็นไต้หวันเป็นหลักตามความต้องการของสหรัฐฯ แบบนี้จะเรียกว่าหารือหรือข่มขู่กดดันกันแน่จีนใช้คำว่าแบลกเมล์

การประชุมสุดยอด จี-๒๐ ที่บาหลีปีนี่ เป็นการประชุมครั้งที่ ๑๗ ของ Group of Twenty ซึ่งจะมีขึ้นที่เมืองนูซาดัว บาหลี ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ ๑๕-๑๖ พ.ย. ๒๕๖๕ ความพยายามแย่งซีนโอเปคของไบเดนให้กลายเป็นประเด็นฟาดฟันรัสเซียและจีนจะสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องคอยชมฝีมือการรับมือของปธน.วิโดโดแห่งอินโดนีเซีย ที่อาจคาดหวังอะไรได้ยาก เพราะก่อนหน้านี้ทุกการประชุมก็ไม่สามารถยับยั้ง การก่อกวนของกลุ่มจี-๗ และเมกาได้

ก่อนเดินทางร่วมประชุมทริปสำคัญในเอเชีย ทั้งจี-๒๐ และเอเปค สีได้เยี่ยมกองทัพหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนฯ กำชับให้กองทัพพร้อมรบเต็มที่ส่งสัญญาณบอกเมกากลายๆว่า จีนจะไม่ยอมใครง่ายๆอีกต่อไป

เมื่อต้นสัปดาห์ ปธน.สี จิ้นผิงได้เดินทางตรวจสอบศูนย์บัญชาการปฏิบัติการร่วมของคณะกรรมาธิการการทหารกลาง (CMC) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดยืนของกองทัพเกี่ยวกับการนำหลักการของการประชุมแห่งชาติครั้งที่ ๒๐ ของสภาแห่งชาติจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และการส่งเสริมการฝึกกำลังพลและความพร้อมรบ

สี จิ้นผิง ดำรงตำแหน่งผู้นำทั้งการเมืองและการทหาร เป็นเลขาธิการทั่วไปของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นประธานกรรมาธิการทหารกลาง  และผู้บัญชาการสูงสุดของศูนย์บัญชาการปฏิบัติการร่วม CMC กล่าวย้ำว่า กองทัพทั้งหมดควรอุทิศพลังงานของตนและดำเนินงานทั้งหมดเพื่อความพร้อมรบ เพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้, เอาชนะ และบรรลุภารกิจในยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ 

เขาเน้นย้ำว่า ความมั่นคงของชาติจีนกำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น และงานทางทหารของจีนยิ่งลำบาก แต่จะสำเร็จได้ด้วยจิตใจที่กล้าหาญและเสียสละ พร้อมกับ สั่งให้ทหารปกป้องอำนาจอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติอย่างเด็ดเดี่ยว!!