ขย่มบัลลังก์เบ๊เมกา?! อังกฤษกระอักพยาบาล ๓๐๐,๐๐๐ ชุมนุมไล่รัฐบาล อิตาลีอ่วมประท้วงเลิกส่งอาวุธยูเครน

0

อ่วมอรทัยไปทั้งยุโรปด้วยความโกรธเกรี้ยวและเบื่อหน่ายสงครามของประชาชน แม้แต่ขาใหญ่อังกฤษที่เพิ่งได้นายกฯใหม่ริชชี่ ซูแนคมาคุมบังเหียนยังไม่รอดโดนรับน้อง คนอังกฤษทนวิกฤตค่าครองชีพไม่ไหว ชุมนุมใหญ่ไล่รัฐบาล เรียกร้องจัดเลือกตั้งทั่วไปใหม่ ขณะกลุ่มพนักงานพยาบาล ๓๐๐,๐๐๐ คนนัดหยุดงานประท้วงร่วมขอขึ้นค่าแรงทั่วประเทศ เป็นครั้งแรกในรอบ ๑๐๖ ปี

อาการนักการเมืองได้หน้ากับเมกาว่ารักษาประชาธิปไตยแต่ประชาชนได้หนี้ชีวิตลำบากเกิดที่อิตาลีด้วย  หลังได้รัฐบาลใหม่นิยมขวา กลับประกาศเดินหน้าหนุนสงครามยูเครนอีก เลยเจอประชาชนจัดหนักเดินขบวนกว่า ๕ หมื่นต่อต้านนาโต้ เรียกร้องรัฐบาลเลิกส่งอาวุธหนุนศึกยูเครน

วันที่ ๗ พ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยนและอัลจาซีรารายงานว่า ประชาชนอังกฤษนับหมื่นก่อหวอดเดินขบวนในกรุงลอนดอน เรียกร้องให้จัดเลือกตั้งทั่วไป ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ พันธมิตรที่ประกอบด้วย สหภาพแรงงานและองค์กรชุมชนต่างๆ เข้าร่วมการประท้วงที่ชื่อว่า “สหราชอาณาจักรกำลังพังทลาย หรือ Britain is Broken” ซึ่งจัดโดยกลุ่มสภาประชาชน (The People’s Assembly) ในย่านใจกลางกรุงลอนดอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทางกลุ่มระบุว่า พวกผู้ประท้วงต้องการให้จัดเลือกตั้งทั่วไปในทันที เร่งแก้ไขปัญหาค่าจ้างขั้นต่ำ และยกเลิกกฎหมายการจ้างงานที่มีลักษณะเป็นการต่อต้านสหภาพแรงงาน

อดัม โรบินสัน หนึ่งในผู้ประท้วงระบุว่า ประชาชนจะเดินหน้าส่งเสียงต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะรับฟัง และโยงขบวนการเคลื่อนไหวครั้งนี้กับเหตุการจลาจลภาษีรายหัว (poll tax riots) ในช่วงปี ๑๙๙๐ ซึ่งเขายกเครดิตว่าเป็นต้นตอทำให้ นางมากาเร็ต แธทเชอร์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นตกจากอำนาจ

ผู้ประท้วงอีกรายหนึ่ง เป็นครูระดับมัธยมวัย ๕๑ ปี จากเมืองเมดสโตน แคว้นเคนท์ กล่าวว่า “ผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวด รัฐบาลปัจจุบันนั้นน่าอดสู ไม่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของชาติ กำลังก่อความเสียหายแก่ประเทศของเรา และผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องยืนหยัดเคียงข้างกัน ส่งเสียงของเราและพูดว่าเราจะไม่ทนกับเรื่องนี้อีกแล้ว” การเคลื่อนไหวครั้งนี้อดีตหัวหน้าพรรคแรงงานฝ่ายค้านเข้าร่วมอย่างแข็งขัน

นอกจากนี้ ที่ทำให้นายกฯอังกฤษปวดหัวมากคือ พยาบาลและบุคคลากรทางการแพทย์ลงถนนนัดรวมพลหยุดงาน ประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมาชิกมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คนของ NHS กำหนดเข้าร่วมก่อนคริสต์มาสนี้ เตือนให้ประชาชนทั่วไปรู้ล่วงหน้าว่าจะไม่มีใครทำงาน จะป่วยจะเจ็บช่วยตัวเองไปก่อน ทั้งหมดเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรง ๕% รวมเป็นประมาณ ๑๕% มากกว่าอัตราเงินเฟ้อปัจจุบันพุ่ง กว่า ๑๐%

พร้อมกันกับพนักงานสนามบินฮีทโธรว์ ลอนดอน นัดหยุดงานประท้วงโดยจะเริ่ม ๑๘ พ.ย. เกี่ยวกับค่าจ้าง ค่าครองชีพเช่นกัน

 

สถานการณ์โกลาหลนี้ เป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับนายกรัฐมนตรีริชชี่ ซูแนค (Rishi Sunak) และรมว.เศรษฐกิจ เจอรามี่ ฮันต์(Jeremy Hunt) ซึ่งกำลังเผชิญกับช่องโหว่ทางการเงินในด้านการเงินของประเทศสูงถึง ๕ หมื่นล้านปอนด์

ด้านอิตาลีก็เพิ่งได้ผู้นำคนใหม่ เจอรับน้องเหมือนกัน เมื่อชาวอิตาลีหลายหมื่นคน เดินขบวนไปทั่วกรุงโรมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา  เรียกร้องสันติภาพในยูเครน และเร่งเร้ารัฐบาลอิตาลีหยุดส่งมอบอาวุธแก่เคียฟ

ผู้ประท้วงชูป้ายข้อความขนาดใหญ่ ในขณะที่ฝูงชนจำนวนมากส่งเสียงตะโกนว่า “จงให้โอกาสสันติภาพ” ไม่เอาสงคราม ไม่เอาการส่งมอบอาวุธ” “ไม่เอานาโต้”

จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีแนวคิดขวาจัด บอกว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนดังกล่าวและทางรัฐบาลคาดหมายว่าจะมีการส่งอาวุธให้แก่ยูเครนเพิ่มเติมเร็วๆนี้ แต่หลายฝ่ายในพรรครัฐบาล รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรี จูเซปเป คอนเต บอกว่าอิตาลีควรยกระดับผลักดันให้มีการเจรจาและเลิกส่งอาวุธให้ยูเครนหนุนสงคราม

ซารา จิอันเปียโตร นักศึกษาที่เข้าร่วมประท้วง ให้สัมภาษณ์บอกว่าการจัดหาอาวุธป้อนแก่ยูเครนทำให้ความขัดแย้งลากยาว ซึ่งก่อผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศของเรา และในแง่ของสิทธิมนุษยชนด้วยเช่นกัน

อิตาลี เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ ให้การสนับสนุนยูเครนตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของสงคราม ในนั้นรวมถึงจัดหาอาวุธมอบให้แก่เคียฟอย่างต่อเนื่อง

บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มจี-๗ รวมถึงอิตาลี ประกาศตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๔ พ.ย.ที่ผ่านมาว่าจะเดินหน้าสนับสนุนยูเครนในการสู้รบกับรัสเซียต่อไป เลยเกิดกระแสต่อต้านรัฐบาล ต่อต้านนาโต้ผุดทั่วยุโรป