สหรัฐเขินไม่กล้าสู้หน้าคิม! อ้อนวอนรัสเซีย-จีน ช่วยปรามเกาหลีเหนือเลิกยิงขีปนาวุธ สุดท้ายโดนสวนเดือด ดับฝันสลาย

0

หลังจากสำนักงานคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ (เอสอาร์บีเอ็ม) 4 ลูก เมื่อช่วงก่อนเที่ยงของวันเสาร์ ที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยขีปนาวุธทั้ง 4 ลูก เดินทางได้เป็นระยะทางไกลประมาณ 130 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 20 กิโลเมตร และมีความเร็วระดับมัค 5 การยิงขีปนาวุธครั้งดังกล่าวของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของการที่สหรัฐและเกาหลีใต้ ขยายระยะเวลาการซ้อมรบทางอากาศร่วมกัน ภายใต้รหัสปฏิบัติการ “วิจจะเลินท์ สตอร์ม” (Vigilant Storm) ซึ่งดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยในวันสุดท้ายของการฝึกซ้อม สหรัฐส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์บี1-บี เข้าร่วมการฝึกซ้อมด้วย

ล่าสุดมีรายงานสหรัฐฯ ค่อนข้างผวากับการเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือ แต่ไม่กล้าออกหน้าเอง เพราะกำลังเป็นประเด็นกับประธานาธิบดี คิมจองอึน แห่งเกาหลีเหนืออยู่ เพราะไปจับมือซ้อมรบกับเกาหลีใต้ สหรัฐฯจึงขอให้รัสเซียและจีน ช่วยเหลือในครั้งนี้

 

โดยในเพจเฟซบุ๊ก World Update ได้รายงานดังนี้ว่า สหรัฐ เขินนิดนึง! วอนรัสเซีย จีน ช่วยห้ามปรามเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธให้หน่อย ปี 1950 เกาหลีเหนือ พึ่งพาความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์จากสหภาพโซเวียต ปี 1970 เริ่มผลิตรถถังดัดแปลงวิศวกรรมย้อนกลับจากรถถังรุ่น T-62 ของโซเวียต

ปี 1980 พัฒนายุทโธปกรณ์ภายในประเทศอย่างก้าวกระโดด กองทัพสะสมอาวุธในคลังเป็นจำนวนมาก เช่น ปืนใหญ่อัตตาจร รถหุ้มเกราะ และรถบรรทุก

ปี 1990 หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย จึงเริ่มพัฒนาขีปนาวุธ หันมาพึ่งพาอาวุธจากจีนมากขึ้น

ปี 2000 พัฒนาจริงจังในด้านขีปนาวุธ หรือมิสไซล์ติดหัวรบข้ามทวีป โดยใช้เทคโนโลยีจากจีนเป็นหลัก เกาหลีเหนือ มีเขตชายแดนทางบกติดต่อกับจีน , รัสเซีย และเกาหลีใต้ ปัจจุบันมีประชากรราว 26 ล้านคน พื้นที่ 70% ของประเทศเป็นเทือกเขา มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยถ่านหินเป็นสินค้าส่งออกทำรายได้ให้ประเทศ ตามมาด้วยตะกั่ว สังกะสี และเหล็ก มีอุตสาหกรรมหนักหลายชนิด เช่น เครื่องจักรกล เหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ และปุ๋ย เป็นชาติที่มีกองทัพขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก มีทหารประจำการนับล้านนาย มีกำลังพลสำรองอีกหลายแสนนาย มีโรงงานผลิตรถถัง กระสุน ปืนใหญ่ และขีปนาวุธราว 7 แห่ง , มีอู่ต่อเรือสำหรับเรือดำน้ำและเรือรบ 7 แห่ง มีโรงงานจัดหาส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนเครื่องบินเพื่อใช้ในการปรับปรุงและอัพเกรดเครื่องบินที่ได้จากจีนและโซเวียตราว 4 แห่ง

 

 

เกาหลีเหนือ เป็นชาติส่งออกอาวุธชั้นนำของโลก เช่น กองทัพฮูตี เยเมน ชาติย่านตะวันออกกลาง แอฟริกา อาเซียน ฯลฯ พื้นฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเกาหลีเหนือ จึงมาจากโซเวียตและจีน ผสมกัน ปัจจุบันเกาหลีเหนือจัดเป็น 1 ใน 3 ประเทศในโลกที่มีอาวุธไฮเปอร์โซนิคประจำการในกองทัพ โดยอีก 2 ชาติคือ จีน รัสเซีย ส่วนสหรัฐ ยุโรป เกาหลีใต้ยังไม่ประสบผลสำเร็จในการประจำการในกองทัพ และยังไม่มีชาติกลุ่มสงคราม NATO ใดที่มีอาวุธชนิดนี้

และช่วงนี้ประธานาธิบดีคิม จองอึน แห่งเกาหลีเหนือ ไม่รู้ไปกินโสมดีมาจากไหนจึงฟิตจัดมาก อาวุธผลิตที่ไว้เยอะจึงปล่อยขีปนาวุธถี่รัวแทบทุกวัน ปริมาณมากเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ สหรัฐ ดันหลังเกาหลีใต้ ให้ส่งเครื่องบินขับไล่ยิงขีปนาวุธข่มขู่ลงในน่านน้ำทางเหนือของพรมแดน ทำให้เกาหลีเหนือหัวร้อนมาก มองว่าการที่สหรัฐฯ มาซ้อมรบขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องร่วมกับเกาหลีใต้ เป็นการก้าวร้าวยั่วยุ รำคาญ และรกหูรกตา

 


จึงสั่งตอบโต้ ยิงปืนใหญ่เข้าใส่เขตกันชนทางทะเลระหว่างสองเกาหลีบ้าง พร้อมยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM สาดไปทั่วข้ามหัวญี่ปุ่น และตกใกล้น่านน้ำเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ ยังตอบโต้สหรัฐฯ โดยส่งฝูงบินรบกว่า 120 ลำขึ้นบินพรึบเต็มท้องฟ้าแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน สหรัฐฯ ก็จนปัญญาที่จะข่มขู่เกาหลีเหนือ เพราะหวั่นใจในอาวุธไฮเปอร์โซนิค และขีปนาวุธข้ามทวีปทางยุทธศาสตร์ ICBM ติดหัวรบนิวเคลียร์ หน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ ระบุว่าเกาหลีเหนือพร้อมแล้วสำหรับการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่ สหรัฐฯ ขอให้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่สหประชาชาติ เพื่อหารือกรณีที่เกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธพิสัยใกล้จำนวนมาก รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) แต่รัสเซีย และจีน ในฐานะ 2 ใน 5 คณะมนตรีถาวร ใช้สิทธิยับยั้ง โดยให้เหตุผลว่าถ้าสหรัฐ ไม่ไปยั่วยุก่อนก็ไม่มีอะไรน่ากังวล

ยามนี้สหรัฐ จึงไม่เห็นใครอีกแล้วที่จะปกป้องหัวใจบอบบางดวงน้อยของตน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่ขวัญกระเส่าไปหมด จึงขอร้องให้จีนและรัสเซียที่มีอิทธิพลมากกว่า ช่วยใช้อำนาจเกลี้ยกล่อมให้เกาหลีเหนือไม่ทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์รอบใหม่ พยายามอ้อนวอนหลายครั้งต้องการเห็นรัสเซียและจีน ปราบความห้าวเกาหลีเหนือ โดยคาดหวังว่ารัสเซีย และจีน จะใช้อิทธิพลขอให้เกาหลีเหนือเกรงกลัว พร้อมวิงวอนขอร้องให้เกาหลีเหนือกลับมาสู่โต๊ะเจรจากับสหรัฐฯ โดยตรงใหม่อีกครั้ง แล้วจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังไม่เห็นจำเป็นต้องช่วย เพราะสหรัฐ ก็ยังส่งอาวุธมาให้ยูเครน โจมตีดินแดนและพลเมืองรัสเซียทุกวันนี้ ส่วนจีนนั้นเขาห้ามมายุยงมลฑลไต้หวัน สหรัฐก็ไม่ฟังและยังมาขายอาวุธให้ สหรัฐ ก็ยังทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ได้ ดังนั้นเมื่อเกาหลีเหนือจะใช้ดินแดนที่อยู่คนละทวีปทดสอบอาวุธไฮเปอร์โซนิค หรือ ขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ ก็ย่อมเป็นสิทธิที่จะทำได้ตามหลักเสรีภาพระหว่างประเทศ