ไซออนนิสต์ผงาด!! เนทันยาฮู อดีตนายกฯ ๕ สมัย คว้าชัยเลือกตั้งอิสราเอล ควงพรรคฝ่ายขวาตั้งรัฐบาล

0

เบนจามิน เนทันยาฮู อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล กลับคืนสู่ตำแหน่งผู้นำอีกครั้ง หลังพรรคของเขาและบรรดาพรรคพันธมิตรนิยมขวา คว้าที่นั่งในสภาได้มากพอจัดตั้งรัฐบาลจากการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จับตาการเมืองระหว่างประเทศจะยิ่งเข้มข้นยิ่งกว่าสมัยของลาปิด โดยเฉพาะกับอิหร่านที่สหรัฐเปิดหน้าถล่มอย่างเข้มข้น

วันที่ ๖ พ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวอัลจาซิรา รายงานว่า อดีตนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี ๕ สมัย นำกลุ่มพันธมิตรจากพรรคฝ่ายขวาของอิสราเอลชนะเลือกตั้ง ได้ที่นั่งส่วนใหญ่ในรัฐสภาเนสเซ็ตต์ ซึ่งมี ๑๒๐ ที่นั่ง หรือซึ่งช่วยให้เขาหวนคืนกลับสู่อำนาจอีกครั้ง

ผลการเลือกตั้งรอบสุดท้ายที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าเนทันยาฮูและพันธมิตรอัลตราเนชั่นนิสต์ของเขา ซึ่งหลายคนถูกมองว่าเป็นนักการเมืองที่ไม่มีบทบาทในการเมืองอิสราเอลตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชนะ๖๔ ที่นั่งในรัฐสภา  โดย ๓๒ ที่นั่งจากทั้งหมดนั้นเป็นพรรคลิกุดของเนทันยาฮู ที่เหลือเป็นพรรคของกลุ่มเก่า ทั้งหมดรวม ๑๒๐ ที่นั่ง

ฝ่ายตรงข้ามของเขาในพรรคแนวร่วมปัจจุบัน นำโดยนายยาอีร์ ลาปิด นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันสังกัดพรรคศูนย์กลาง ชนะ ๕๑ ที่นั่ง ส่วนที่เหลือเป็นพรรคอาหรับเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีบทบาท

ลาปิดได้แสดงความยินดีกับเนทันยาฮู และสั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมการเปลี่ยนแปลงอำนาจอย่างเป็นระบบ เขากล่าวว่า “รัฐอิสราเอลต้องมาก่อนการพิจารณาทางการเมือง” “ผมขออวยพรให้เนทันยาฮูประสบความสำเร็จ เพื่อประโยชน์ของประชาชนอิสราเอลและรัฐอิสราเอล”

เนทันยาฮู ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีทุจริต จะได้รับเชิญจากประธานาธิบดีอิสราเอล ไอแซก เฮอร์ซ็อก ให้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นกระบวนการที่น่าจะเริ่มได้ในสัปดาห์หน้า เขาจะมีเวลา ๒๘ วันในการจัดตั้งรัฐบาลที่รวมฝ่ายขวาได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล พันธมิตรพันธมิตรของเขา พรรคไซออนิซึมทางศาสนาได้รับชัยชนะ ๑๔ ที่นั่ง

หัวหน้าพรรคไซออนนิซึมเรียกร่องตำแหน่งระดับสูงของรัฐบาลสำหรับสมาชิกรวมถึงตำแหน่งที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของประเทศ

อิตามาร์ เบน-จีวีร์ (Itama Ben-Gvir) ผู้นำของพรรคนี้มีแนวคิดขวาจัด ต่อต้านชาวปาเลสไตน์ที่ไม่จงรักภักดีต่ออิสราเอล และเคยเป็นอดีตสมาชิกของพรรคแคช (Kach) ที่ถูกประทับตราเป็น “องค์กรผู้ก่อการร้าย” ”ในประเทศอิสราเอลด้วย

เขาเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานยุยงการแบ่งแยกชนชาติ และมีรูปภาพในห้องทำงานของเป็นแบรุช โกลด์สเตน (Baruch Goldstein) ซึ่งเป็นชาวอิสราเอล – อเมริกันที่สังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์ ๒๙ คนในมัสยิดอิบราฮิม (Ibrahimi) ในเมือง เฮบรอน(Hebron) ปี ๑๙๙๔ จัดว่าเป็นสายเหยี่ยว

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮู ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลา ๑๒ ปีระหว่างปี ๒๕๕๒ ถึง ๒๕๖๔ เป็นหนี้พรรคไซออนิสต์ทางศาสนาที่ให้การสนับสนุน หลังจากที่เขาถูกทอดทิ้งโดยอดีตพันธมิตร นาฟตาลี เบนเน็ตต์ซึ่งได้เป็นผู้นำหลังเขาถูกบีบให้ลงจากตำแหน่ง

เบนเน็ตต์ เพื่อนสนิทที่เป็นอดีตมือขวา ของเนทันยาฮูซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นลูกบุญธรรมของเนทันยาฮู ได้จัดตั้งพันธมิตรกับนักการเมืองจากทุกกลุ่มของอิสราเอล รวมทั้งพรรคที่เป็นตัวแทนของชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอลด้วย ต่อต้านเนทันยาฮู กดดันให้เข้าตกจากอำนาจในเดือนมีนาคม ๒๕๖๔

ต่อมาพันธมิตรดังกล่าวไม่สามารถรักษาความเหนียวแน่นไว้ด้วยกัน เพราะแนวคิดและผลประโยชน์ต่างกันมากเกินไป และในที่สุดก็ล่มสลายในเดือนมิถุนายน ทำให้เกิดการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ ๕ ของอิสราเอลนับตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ 

พรรคไซออนิสต์ทางศาสนากล่าวว่า หากเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลจะดำเนินการเพื่อขจัดความผิดเกี่ยวกับ “การฉ้อโกงและการละเมิดความไว้วางใจ” ซึ่งเป็นหนึ่งในอาชญากรรมที่เนทันยาฮูถูกตั้งข้อหาเพราะเป็นการถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดว่า จะสามารถนำไปใช้ในการพิจารณาคดีของเนทันยาฮูย้อนหลังได้หรือไม่ แต่แผนดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นกับฝ่ายตุลาการของอิสราเอล ซึ่งกลุ่มของเนทันยาฮูมองว่าเป็นศัตรูมากขึ้นเรื่อยๆ

ผลงานของพรรครัฐบาลที่กำลังจะกลายเป็นฝ่ายค้าน คะแนนทรุดอย่างมาก พรรคเยสแอติด(Yesh-Atid) ของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่กำลีงจะหมดวาระ ยาอีร์ ลาปิด(Yir LapidX และพรรคเยมินา (Yamina) ของเบนเนตต์ (Bennett) ผู้ที่โค่นเนทันยาฮู และพรรคเมอร์เรตซ์ (Meretz) ฝ่ายซ้ายกลับไม่ผ่านเกณฑ์การเลือกตั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี ๑๙๙๒  

พรรคเมอร์เรตซ์ต้องการเพียง ๓,๘๐๐ คะแนนเพื่อไม่ถูกตัดสถานะของพรรค แต่ทำไม่ได้ หัวหน้าพรรคเซฮาวา กาลอน (Zehava Galon) เรียกผลดังกล่าวว่า “ภัยพิบัติสำหรับพรรคเมอร์เรตซ์  ภัยพิบัติสำหรับประเทศและภัยพิบัติส่วนบุคคล”

ด้านหัวหน้าพรรคแรงงานเมราฟ มิแชลิ (Merav Michaeli)อดีตรมว.คมนาคมของรัฐบาลลาปิด ปฏิเสธที่รวมรายชื่อของเธอกับพรรคเมอร์เรตซ์ แต่ให้คำมั่นว่าจะต่อสู้ร่วมกับพันธมิตรฝ่ายค้านต่อไป 

พรรคที่เป็นพันธมิตรคอมมิวนิสต์อิสราเอลและอาหรับ ชนะ๕ที่นั่ง พวกเขาเรียกว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าตกใจ หัวหน้าพรรคระบุว่า “เรากำลังเผชิญกับความเป็นจริงทางการเมืองที่น่ากลัวสำหรับทุกคน มันคือความจริงที่เรามีฝ่ายขวา ไม่ใช่แค่ลัทธิขวาคลาสสิกตามปกติที่เรารู้ แต่เป็นฝ่ายขวาจัดที่เต็มใจจะใช้ความรุนแรง การยุยงปลุกปั่น และการเหยียดเชื้อชาติอย่างสุดซึ้ง”