แนวรบศก.เดือด!? อียิปต์สั่งเทดอลลาร์ตุนทองคำ ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ซื้อทองพุ่ง ๔๐๐ ตัน สูงสุดในรอบ ๕๕ ปี

0

ภาวะการต่อสู้แข่งขันในสมรภูมิเศรษฐกิจบ่งบอกว่า โลกจ่อสงครามใหญ่ในขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อขย่มเศรษฐกิจโลกสู่ภาวะถดถอยเป็นโดมิโน สหรัฐพยายามปฏิเสธว่าประเทศกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปพร้อมๆกับ เงินเฟ้อสูงซึ่งเป็นสภาพอันตรายต่อเศรษฐกิจโดยร่วมอย่างยิ่ง ทำให้เหล่ากูรูเศรษฐศาสตร์ของมะกันเองต้องออกมาโวยวายหลายคนและหลายครั้ง แต่รัฐบาลไบเดนไม่สะทกสะท้านด้วยมีวาระซ่อนเร้น เรื่องสงครามปราบกบฎเปโตรดอลลาร์เป็นประเด็นสำคัญ

แนวโน้มครั้งสำคัญที่สะท้อนการขับเคี่ยวกันในสนามการเงินท่ามกลางภาวะสงครามที่อาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ ปรากฎว่าธนาคารกลางทั่วโลกพากันซื้อทองคำเข้าพอร์ตพุ่งเกือบ ๔๐๐ ตันในไตรมาส ๓ เพิ่ม ๔เท่าจากปี ๒๐๒๑ และมากที่สุดในรอบ ๕๕ ปี บ่งบอกวาตลาดสินทรัพย์โลก อาจมีการเคลื่อนตัวครั้งใหญ่ ใครที่ยังเชื่อว่า ‘Don’t bet against the dollar’ ที่เข้าใจกันในความหมายว่า “อย่าริอาจต่อต้านอำนาจดอลลาร์” อาจต้องกลับมาคิดใหม่? เมื่อขาใหญ่ใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธบีบบังคับผู้อื่น ทำให้หลายประเทศตีจากเพราะไม่อยากตกเป็นเหยื่อ

ล่าสุดอิยิปต์ที่สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์อีกราย ได้สั่งเทดอลลาร์ตุนทองคำและสินทรัพย์อื่นๆเพิ่ม ขณะเดียวกันก็เปิดรับการค้าขายด้วยเงินรูเบิลและใช้ระบบเมียร์ (Mir) ของรัสเซียอย่างเต็มที่

วันที่ ๒ พ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวควอทซ์(Quaz)และบลูมเบิร์กรายงานว่า  ธนาคารกลางทั่วโลกไม่ได้ซื้อทองคำจำนวนมากมาตั้งแต่ปี ๑๙๖๗/๒๕๑๐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงหนุนด้วยโลหะมีค่าอย่างทองคำ แต่วันนี้ไม่ใช่

ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนกันยายนที่ผ่านมา ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น ๒๘% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยรวมแตะระดับ ๑,๑๘๑ ตัน ตาม รายงานของ สภาทองคำโลก (WGC) ฉบับใหม่ ความต้องการทองคำในปีนี้มีสาเหตุหลักมาจาก ความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าท่ามกลาง ภาวะเงินเฟ้อที่แผดเผา และสงครามคุกรุ่นในยูเครน ตะวันออกกลางและเอเชีย-แปซิฟิก

ทองคำถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่านักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นความจริงในช่วงเวลาอันไกลโพ้นที่ผ่านมาแล้วมากว่าศตวรรษหรือมากกว่านั้น

ความต้องการจำนวนมากจากธนาคารกลางเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสก่อนหน้า โดยสร้างสถิติเกือบ ๔๐๐ ตัน ซึ่งส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิของธนาคารกลางเพิ่มขึ้นเป็น ๖๗๓ ตัน

ตุรกีเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในไตรมาสนี้จำนวน ๓๑.๑๗ ตัน รองลงมาคืออุซเบกิสถานที่ ๒๖.๑๓ ตัน และอินเดีย ๑๗.๔๖ ตัน ไม่ใช่ทุกประเทศที่รายงานการซื้อทองคำเป็นประจำ ดังนั้นจึงยากที่จะทราบว่ามีการซื้อทองคำมากแค่ไหน เช่นกรณีของ จีนและรัสเซีย ในช่วงเวลาเดียวกันทางการของรัฐไม่ได้รายงานตัวเลขโดยตรงส่วนใหญ่สื่อตะวันตกจะนำมาเปิดเผยผ่านแหล่งข่าว

เรื่องที่น่าจับตาในสภาวะขับเคี่ยวทางเศรษฐกิจ ระหว่างมหาอำนาจเก่าสหรัฐและพันธมิตร กับกลุ่มโลกขั้วใหม่พหุอำนาจ คือ อิยิปต์ประกาศหันหลังให้เงินดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารกลางอียิปต์เตรียมสร้างดัชนีทองคำ สกุลเงินต่างประเทศใหม่เนื่องจากพบว่า เงินปอนด์อียิปต์มีประสิทธิภาพต่ำเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แต่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น

ฮัสซัน อับดุลลา (Hassan Abdalla) หัวหน้ารักษาการของธนาคาร เปิดเผยแผนการดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในการประชุมทางเศรษฐกิจในประเทศโดยสื่อของรัฐอัล-อาห์รัม รายงาน 

หัวหน้าธนาคารกลางกล่าวว่า ปอนด์อียิปต์ต้องสามารถผูกตะกร้า ‘กับทุกสกุลเงิน’ ไม่ใช่แค่ดอลลาร์สหรัฐฯ เขาย้ำว่า “เราจะสร้างดัชนีสำหรับเงินปอนด์อียิปต์ผ่านทองคำ และกลุ่มของสกุลเงินอื่นๆ เพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เราเชื่อมโยงกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯอย่างเดียว”

เป็นเวลาหลายปีที่เงินปอนด์อียิปต์ ถูกควบคุมโดยส่วนใหญ่เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เป็นความพยายามที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยต้องให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเป็นอุปสรรคในการพัฒนาสตาร์ทอัพของอิยิปต์เมื่อต้องเริ่มด้วยต้นทุนหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง

อย่างไรก็ตาม เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อต้นปีนี้ ภายหลังปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน สงครามส่งผลให้เกิดเที่ยวบินที่มีมูลค่าสูงถึง ๒๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้เข้าคลังสมบัติของอียิปต์ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

ในทางกลับกัน สิ่งนี้กระตุ้นให้ธนาคารกลางอียิปต์ลดค่าเงินและปล่อยให้มันค่อยๆ อ่อนค่าลง ตั้งแต่นั้นมาเงินปอนด์อิยิปต์สูญเสียมูลค่าประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

นักลงทุนกล่าวว่าพวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับคลื่นลูกที่สองของค่าเสื่อมราคา โดยที่กรุงไคโรตัดสินใจจะไม่มีวันยอมรับเงินกู้ใหม่จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งเป็นสถาบันตะวันตกที่กล่าวว่าพวกเขาเรียกร้องต้องการให้เอกชนมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ และอ้างว่าเงินปอนด์อียิปต์มีมูลค่าสูงเกินไป

อียิปต์เป็นประเทศล่าสุดในGlobal South ที่เริ่มปลีกตัวออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ หลังสงครามยูเครน เมื่อต้นปีนี้ทั้งอิหร่านและอินเดียเทเงินดอลลาร์ในการค้าทวิภาคีกับรัสเซียต้อนรับเงินรูเบิลอย่างคึกคัก  ในขณะที่ซาอุดิอาระเบียได้เปลี่ยนจากดอลลาร์สหรัฐเป็นหยวนจีนในการขายน้ำมันทั้งหมดไปยังจีนและประเทศคู่ค้าอื่นๆ

เมื่อเดือนที่แล้ว รายงานระบุว่าอียิปต์จ่อใช้ระบบการชำระเงินเมียร์ (Mir) ของรัสเซีย และรวมเงินรูเบิลรัสเซียไว้ในรายการสกุลเงินที่ธนาคารอียิปต์และบริษัทท่องเที่ยวจะใช้ในการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ