เปิดปฏิบัติการณ์ลับ20วันแม่ทัพปูติน ถล่มหนักยูเครน ทุกแคว้น-ทุกวันตลอด24ชม.ให้เลิกเป็นหุ่นเชิดนาโต้

0

จากที่สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์ และสปุ๊ตนิกรายงาน เซอร์เก ซูโรวิคิน (Sergey Surovikin) นายพลแห่งกองทัพอากาศรัสเซียซึ่งได้รับมอบหมายให้บัญชาการร่วม 3 เหล่าทัพได้ออกมาปปฏิบัติการณ์ในยูเครนแล้วนั้น

ทั้งนี้สื่อต่างประเทศ ยังรายงานอีกว่า  เซอร์เก ซูโรวิคิน ได้เปิดเผยช่วงหนึ่งด้วยว่า “ยูเครนต้องเป็นอิสระจากตะวันตกและนาโต้ เป็นรัฐที่เป็นมิตรของรัสเซีย

ผู้นำของ NATO ที่รับผิดชอบกองกำลังติดอาวุธของยูเครนเรียกร้องการปฏิบัติการเชิงรุกในทิศทางเคอร์ซอน โดยไม่คำนึงถึงจำนวนผู้เสียชีวิต ทั้งในกองกำลังติดอาวุธของยูเครนเองและในหมู่ประชากรพลเรือน”

ต่อมาวันที่ 01 พฤศจิกายน 2565 Blockdit  World Update ได้โพสต์ข้อความรายงานถึงการตอบโต้ของรัสเซียที่ดำเนินมาตลอด20วันล่าสุดด้วยว่า

“วิธีการปราบปรามผู้ก่อการร้ายในรูปแบบตะวันตกนั้น ถ้าพบว่ามีกลุ่มผู้การร้ายโจมตีออกมาจากตึกไหน ก็จะให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษบุกขึ้นไปที่ตึกนั้น คัดแยกประชาชนออก แล้วจึงจับหรือสังหารผู้ก่อการร้ายที่แฝงอยู่ ทำไปทีละตึก

แต่ถ้าเป็นตำรารัสเซียยุคประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จะใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดหรือเครื่องบินรบไปถล่มตึกนั้นให้พินาศลงหมดทันทีแม้ว่าจะมีผู้ก่อการร้ายเพียงไม่กี่คน ทุกวันนี้รัสเซียก็ใช้วิธีนี้สำหรับผู้ก่อการร้ายมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนวิธี

บทพิสูจน์นี้คือเมื่อซีเรีย ร้องขอให้รัสเซียส่งกองทัพไปปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย ISIS ของชาติตะวันตก 150,000 คน ก็เคยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดใส่อาคารที่หลบซ่อนนาน 8 เดือน ก็นอนหลับเฝ้าทะเลทรายไปหมด

ช่วง มีนาคม- พฤษภาคม ที่ผ่านมาก็กลุ่มติดอาวุธ Azov ทั้งยูเครนและต่างชาติในเขตโรงงานเหล็ก Azovstal เมืองท่ามาริอูลโปล รัสเซียก็ทิ้งระเบิดอยู่ 2 เดือนโดยไม่มีการเจรจา ไม่มีการต่อรอง นอนหลับยาวไป กว่า 4,000 ราย ยกธงขาวยอมแพ้ราว 2,500 ราย

 

หลักคิดของรัสเซีย จึงจะไม่เจรจาผู้ก่อการร้าย แต่จะตอบโต้กลับอาละวาดทำลายทุกสิ่งของผู้ก่อการร้ายไม่ยอมหยุดจนกว่าจะยอมจำนน ซึ่งการที่ยูเครนได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตก ก่อเหตุระเบิดบนสะพานไครเมีย และใช้โดรนทะเลอุปกรณ์ผลิตจากต่างชาติ ไปก่อเหตุเขตกองทัพเรือรัสเซียที่เซวาสโทพอล แหลมไครเมีย

ตามกฎหมายรัสเซียจึงเข้าข่ายก่อการร้ายต่อพลเมือง ดินแดน และทรัพย์สินของรัฐบาลรัสเซีย เป็นหลักนิยมของรัสเซียที่ไม่อาจยอมเพิกเฉยได้ อีกทั้งก่อกำลังติดอาวุธยูเครน และชาติตะวันตก ยังยิงอาวุธจรวดล้ำชายแดนเข้าไปยัง 4 ดินแดนรัสเซียที่ประกาศเขตกฎอัยการศึก ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน

ทำให้ พล.อ.เซอร์เกย์ ซูโรวิกิน ฉายา “นายพลอะมาเก็ดดอน” ผู้บัญชาการกองกำลังร่วมรัสเซีย อดีตผบ.กองทัพรัสเซียในซีเรียที่เคยมีผลทิ้งระเบิดใส่กลุ่มก่อการร้าย ISIS จนราบมาแล้ว จึงใช้ความถนัดของเขาโจมตีตอบโต้ยูเครนอย่างหนักสุดขั้ว สลับกันทุกแคว้น ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง มานานกว่า 20 วันแล้ว

โครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงานไฟฟ้า คลังน้ำมัน ระบบสื่อสาร ระบบคมนาคม คือ เป้าหมายการตอบโต้เอาคืน ไม่มีการพุ่งเป้าไปที่อาคารพลเรือน ทำให้ยูเครนแทบไม่พื้นที่ใดมีไฟฟ้า ประปาใช้แล้ว และไม่เหลืออะไหล่ระบบ Grid ไฟฟ้าจะซ่อมแซมอีก ระบบ Grid ไฟฟ้าในยูเครนนั้นเป็นระบบที่สร้างมาตั้งแต่อดีตสหภาพโซเวียต จะใช้อุปกรณ์ของระบบ Grid ยุโรปตะวันตกร่วมกันไม่ได้

ดังนั้นอะไหล่อุปกรณ์ซ่อมแซมระบบจะเหลือสต็อคผลิตในรัสเซียเท่านั้น จึงใช้ระบบพลังงานไฟฟ้าที่ล่มสลายบีบให้ยูเครน หยุดละเมิดอำนาจกฎหมายรัสเซีย

แล้วหันมาสู่โต๊ะเจรจากัน เพราะรัสเซียก็ไม่ได้ต้องการทำร้ายยูเครน เป้าหมายรัสเซียแค่ยูเครน ไม่ยอมเป็นหุ่นเชิดกลุ่ม NATO ตั้งรัฐธรรมนูญเป็นกลาง เท่านี้ก็จบแยกย้ายกันไป”