ยูเครนไม่แน่จริง? ดัน EU ง้อรัสเซีย ขอเจรจาเปิดข้อตกลงส่งธัญพืชอีกรอบ หวั่นอดตาย สุดท้ายต้องสยบให้ปูติน

0

หลังจากการตัดสินใจของปูติน ที่แก้แค้นยูเครนกับอังกฤษ ทำให้บรรดาประเทศกลุ่ม EU ต้องช็อกไปตาม ๆ กัน เพราะครั้งนี้รัสเซียได้ระงับการเข้าร่วมข้อตกลงธัญพืชที่มีสหประชาชาติเป็นคนกลาง ตามหลังสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ของยูเครน เล่นงานกองเรือของพวกเขาในไครเมีย ความเคลื่อนไหวที่ก่อความเสียหายแก่ความพยายามคลี่คลายวิกฤตอาหารโลก โดยมีเหตุสืบเนื่องมาจาก ยูเครนโจมตีกองเรือทะเลดำใกล้เมืองเซวาสโตโพล ในแหลมไครเมีย ที่มอสโกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน ด้วยโดรน 60 ลำ ในช่วงเช้าวันเสาร์ ที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา และมีผู้เชี่ยวชาญของกองทัพเรืออังกฤษคอยช่วยประสายงานการโจมตี “ก่อการร้าย” ดังกล่าว

 

 

โดยนอกจากกลุ่ม EU กำลังเจอกับอากาศหนาว ก๊าซแพง และยังต้องมาเผชิญกับราคาอาหารที่อาจจะพุ่งสูงขึ้น เป็นผลพวงจากการไปท้าทายอำนาจรัสเซียของยูเครนและอังกฤษที่ร่วมมือกัน

 

ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก World Update ได้รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในยุโรปตอนนี้ โดยระบุว่า ยุโรป หวั่นหิวโหย ครวญขอรัสเซีย กลับมาเริ่มตกลงยูเครนส่งอาหารให้ยุโรปอีกครั้ง ยูเครน ขอให้ชาติยุโรปช่วยเจรจารัสเซีย กลับมาเริ่มตกลงส่งออกธัญพืชกันใหม่อีกครั้ง ส่วนกลุ่มสงคราม NATO และสหภาพยุโรป (EU) ก็เผยจุดอ่อนโอดครวญขอความเห็นใจจากรัสเซียพิจารณาตัดสินใจใหม่ และเริ่มทำข้อตกลงธัญพืชกับยูเครนรอบใหม่โดยเร่งด่วน เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารยูเครน จะเข้าถึงปากท้องชาวยุโรปได้มากที่สุดในช่วงฤดูหนาวนี้ เพราะต้องเผชิญทั้งวิกฤติพลังงาน วิกฤติขาดแคลนวัตถุดิบอุตสาหกรรม แล้วเพิ่มวิกฤติขาดแคลนอาหารอีกไปด้วย ด้านรัสเซีย ยังไม่พิจารณาข้อเรียกร้องขออาหารจากยุโรปนี้ เพราะข้อตกลงครั้งที่ผ่านมาต้องเจรจากันนานถึง 5 เดือนกว่าจะตกลงกันได้ ครั้งนี้จึงจะยิ่งใช้เวลานานขึ้นไปอีก

นานมาแล้วที่ยุโรปไม่สามารถผลิตอาหารเองได้พอเพียงบริโภคในทวีปตนเอง อีกทั้งช่วงหลายเดือนที่ผ่านมายุโรปขาดพลังงานก๊าซ จึงระดมใช้ถ่านหินในโรงงานผลิตไฟฟ้ากันขนานใหญ่ ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศยุโรปถูกทำลายฉับพลัน เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ คลื่นความร้อนระอุโจมตียุโรป ไฟป่าเผาผลาญหลายสิบประเทศต่อเนื่องนานหลายเดือน เกิดภัยแล้งแม่น้ำแห้งเหือด ธัญพืชที่เกษตรกรเพาะปลูกเสียหายแทบทั้งหมด ทำให้เรือขนส่งธัญพืชยูเครน เกือบ 100% ไม่ได้ส่งไปขายให้ประเทศยากจนแอฟริกาตามวัตถุประสงค์ข้อตกลงกับ UN แต่กลับมุ่งหน้าสู่ท่าเรือยุโรปตะวันตก เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าอาหารกับอาวุธและเงินกู้ แต่เหตุการณ์ก็ปกติมาหลายเดือนทุกฝ่ายยังรักษาข้อตกลงต่อกัน

 

ปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา กองทัพอังกฤษ ส่งอากาศยานโดรนสอดแนมไปเหนือน่านฟ้าทะเลดำใกล้ฐานทัพเรือรัสเซีย เซวาสโทพอล แหลมไครเมีย และบินเลยไปใกล้แผ่นดินใหญ่รัสเซีย ที่เมืองชายทะเลโซซี บ้านพักตากอากาศของผู้นำรัสเซีย การล่วงละเมิดใกล้ดินแดนรัสเซียครั้งนั้น ทำให้กองทัพรัสเซีย ส่งเครื่องบินรบขึ้นประกบยิงจรวดเฉียดเพื่อไล่อากาศยานโดรนสอดแนมกองทัพอังกฤษ ระยะห่างไม่ถึง 5 เมตร จนอังกฤษ ต้องบังคับโดรนสอดแนมของตน เผ่นหนีกลับออกจากทะเลดำไปยังฐานทัพ NATO ในโรมาเนีย

 

 

ต่อมายูเครน ร่วมกับทีมกองกำลังผสม NATO จากอังกฤษ ก็แหย่รัสเซียอีก โดยละเมิดข้อตกลงใช้อากาศยานโดรน และโดรนทะเล 16 ลำ โจมตีเรือกวาดทุ่นระเบิดรัสเซียที่ฐานทัพเรือเซวาสโทพอล แหลมไครเมีย ของรัสเซีย ตามการสอดแนมชี้เป้าจากโดรนสอดแนมอังกฤษ กองทัพรัสเซียตรวจพบ จึงใช้เฮลิคอปเตอร์ทำลายได้หมด แต่มีโดรนทะเลลำหนึ่งถูกบังคับระยะไกลให้พุ่งชนเรือกวาดทุ่นระเบิดรัสเซียเสียหายเล็กน้อย

กระทรวงกลาโหมรัสเซียจึงได้กู้ซากหลักฐานโดรนทะเลนั้นขึ้นมาให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญอาวุธร่วมกับตัวแทนหน่วยงานรัฐบาล ได้ทำการแกะตรวจสอบโมดูลนำทาง GPS Navigator พบหลักฐานรหัสอุปกรณ์ที่ผลิตมาจากแคนาดา ติดตั้งบนโดรนทะเลนั้น เมื่อใช้ซอฟแวร์กู้คืนข้อมูลจาก Memory ของเครื่องรับโมดูลการนำทาง พบว่า จุดเริ่มต้นปล่อยโดรนทะเลทางทหาร ออกมาจากชายฝั่งใกล้กับเมืองท่าโอเดสซา ยูเครน จากนั้นโดรนทะเลตีเนียนใช้เส้นทาง “เขตรักษาความปลอดภัยของเรือขนส่งธัญพืช”

ดังนั้นเมื่อยูเครนละเมิดข้อตกลงก่อน มีหลักฐานซากอาวุธของกองกำลังผสม NATO ในมือ ทำให้รัสเซียตอบโต้กลับโดยยกเลิกข้อตกลงต่อกันทันที ในการรับประกันความปลอดภัยเรือขนส่งธัญพืชจากยูเครน ไปยังยุโรป ตัดการส่งออกทางทะเลยูเครนทั้งหมด ตัดอาหารที่มุ่งสู่ยุโรป ที่เป็นจุดอ่อนของทวีปนี้ ทำให้ชาติยุโรป ที่ร่วมกับยูเครน โจมตีเส้นทางขนส่งเรือธัญพืชเอง เคราะห์กรรมก็วนมาทำตนเองเดือดร้อนเสี่ยงขาดอาหาร เหมือนเคยก่อเรื่องคว่ำบาตรจนขาดพลังงานและสินแร่ วิกฤติอยู่ตอนนี้

แต่ล่าสุดยูเครน กลับลำขอให้ชาติยุโรปช่วยเจรจารัสเซีย กลับมาเริ่มตกลงส่งออกธัญพืชกันใหม่อีกครั้ง ประมาณว่าที่โจมตีเรือรัสเซียไปแล้วก็ให้แล้วกันไป ส่วนกลุ่มสงคราม NATO และสหภาพยุโรป (EU) ก็ออกอาการเปิดเผยจุดอ่อน ประโคมข่าวโอดครวญขอความเห็นใจจากรัสเซียพิจารณาตัดสินใจใหม่อีกครั้ง และเริ่มนับหนึ่งทำข้อตกลงธัญพืชกับยูเครนรอบใหม่โดยเร่งด่วน เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารยูเครน จะเข้าถึงปากท้องชาวยุโรปได้มากที่สุดในช่วงฤดูหนาวนี้

 

ไม่งั้นยุโรป ต้องเผชิญทั้งวิกฤติพลังงาน วิกฤติขาดแคลนวัตถุดิบอุตสาหกรรม แล้วเพิ่มวิกฤติขาดแคลนอาหารไปด้วย บ้านเมืองจะยิ่งเสี่ยงม็อบจราจลวุ่นวายควบคุมไม่อยู่ ด้านรัสเซีย ยังไม่มีกำหนดพิจารณาข้อเรียกร้องข้อตกลงอาหารจากยุโรปนี้ เพราะข้อตกลงเดิมครั้งที่ผ่านมา ต้องเจรจากันนานถึง 5 เดือนกว่าจะตกลงกันได้ ครั้งนี้มีเหตุก่อการร้ายกับกองทัพเรือ จึงจะยิ่งใช้เวลานานขึ้น เจรจากันยากขึ้นไปอีกกว่าครั้งก่อน เพราะไม่อาจมีหลักประกันได้ว่ายูเครนจะละเมิดข้อตกซ้ำๆ เดิมอีกหรือไม่