คิดให้ดีๆ! รัสเซียหึ่ม เตือนยูเครนจะไม่รอด เพราะความไม่ฉลาดของ “ไบเดน” พาโลกเข้าสู่สงครามนิวเคลียร์ พังพินาศกันหมด

0

หลังจากที่ผู้นำรัสเซียให้คำมั่นไว้หลายประเด็น เกี่ยวกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ และชนวนเหตุเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะก่อให้เกิดสงครามระดับบิ๊ก เป็นสงครามนิวเคลียร์ได้ ก็ต่อเมื่อ ตะวันตกและนาโต้พากันยัดข้อมูล และกล่าวหาว่ารัสเซียจะเลือกใช้แผนนี้ ยิ่งตะวันตกตีข่าวเท็จท้าทายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งบีบให้รัสเซีย หันมาตัดสินใจเลือกทางนี้ เพื่อจัดการตะวันตกและนาโต้ให้เด็ดขาด

อาวุธนิวเคลียร์ผิดกฎหมายหรือไม่? อะไรคือผลบังคับใช้จากสนธิสัญญาห้าม อาวุธนิวเคลียร์ - คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ | คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ

แต่ต่อมารัสเซียพบข้อมูลใหม่ ที่ชาติคว่ำบาตรอย่างสหรัฐฯ เตรียมวางแผนการแบบเงียบ ๆ อันเป็นสัญญาณว่าจะนำพาไปสู่การเกิดสงครามอย่างจริงจัง โดยทางการรัสเซีย ออกมาระบุการเร่งประจำการอาวุธนิวเคลียร์ทางเทคนิค B61 ของสหรัฐฯ ตามฐานทัพต่าง ๆ ของนาโต้ในยุโรป เท่ากับเป็นการลดธรณีประตูสำหรับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ และรัสเซียจะนำความเคลื่อนไหวดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาทบทวนแผนงานด้านการทหารของประเทศ

ล่าสุดเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย แสดงความหวังว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ จะมีความเฉลียวฉลาดพอสำหรับจัดการกับเหตุเผชิญหน้าในสงครามยูเครน แบบเดียวกับที่อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี พาโลกรอดพ้นจากสงครามนิวเคลียร์ สืบเนื่องจากวิกฤตขีปนาวุธคิวบาในปี 1962

โดยปฏิบัติการรุกรานยูเครนของรัสเซีย โหมกระพือความเป็นปรปักษ์ครั้งเลวร้ายที่สุดระหว่างมอสโกกับตะวันตก นับตั้งแต่วิกฤตขีปนาวุธคิวบา ครั้งที่สหภาพโซเวียตและสหรัฐฯ เฉียดใกล้เปิดสงครามนิวเคลียร์

ในช่วงเวลาดังกล่าว จอห์น เอฟ เคนเนดี ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ ขณะนั้น พบว่า นิกิตา ครุสชอฟ ผู้นำโซเวียต ประจำการขีปนาวุธนิวเคลียร์ในคิวบา หลังจากฝ่ายลี้ภัยคิวบาที่ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกา ซึ่งพยายามโค่นอำนาจผู้นำคอมมิวนิสต์ ล้มเหลวในการยกพลบุกอ่าวหมู

เดือนตุลาคม 1962 กัปตันเรือดำน้ำลำหนึ่งของโซเวียต ต้องการยิงอาวุธนิวเคลียร์ หลังกองทัพเรือสหรัฐฯทิ้งระเบิดน้ำลึกรอบๆเรือดำน้ำลำดังกล่าว อย่างไรก็ตามจากนั้นในวันเดียวกัน เคนเนดี ตัดสินใจตกลงอย่างลับ ๆ ในการถอนขีปนาวุธทั้งหมดของอเมริกาออกจากตุรกี แลกกับการที่ ครุสชอฟ ถอนขีปนาวุธของรัสเซียทั้งหมดออกจากคิวบาเช่นกัน วิกฤตคราวนี้ได้รับการปลดชนวน แต่มันกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งภัยอันตรายจากการเป็นคู่อริกันของ 2 ชาติมหาอำนาจในสงครามเย็น

ย้อนรอย วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา – การทูตและการทหาร Military&Diplomacy

ระหว่างให้สัมภาษณ์ในสารคดีชุดหนึ่งที่เผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของรัสเซีย เกี่ยวกับวิกฤตขีปนาวุธ ทางลาฟรอฟกล่าวว่ามีความคล้ายคลึงกันกับวิกฤตคิวบา ส่วนใหญ่เป็นเพราะเวลานี้ รัสเซีย กำลังถูกคุกคามจากอาวุธของตะวันตกในยูเครน

“ผมหวังว่าในสถานการณ์ของวันนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะมีโอกาสมากยิ่งขึ้นว่าใครเป็นคนออกคำสั่งและควรออกคำสั่งอย่างไร” ลาฟรอฟกล่าว “สถานการณ์นี้ยุ่งเหยิงมาก มันต่างจากปี 1962 ครุสชอฟและเคนเนดี พบว่าการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบและความเฉลียวฉลาดคือความเข้มแข็ง แต่ตอนนี้เราไม่เห็นความพร้อมลักษณะดังกล่าวในส่วนของวอชิงตันและบริวารของพวกเขาเลย”

โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติทำเนียบขาว ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับถ้อยแถลงของลาฟรอฟ แต่เน้นย้ำคำพูดที่ผ่าน ๆ มา ว่าจะยังคงเปิดสายการสื่อสารติดต่อกับมอสโกต่อไปอย่างต่อเนื่อง

รมว.ต่างประเทศรัสเซีย-สหรัฐเตรียมเจรจาปมยูเครนสัปดาห์หน้า : อินโฟเควสท์
ลาฟรอฟ บอกว่าพวกผู้นำรัสเซีย ในนั้นรวมถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน พร้อมเช่นเดิมที่จะพูดคุยในประเด็นยูเครน “ความพร้อมของรัสเซีย ในนั้นรวมถึงท่านประธานาธิบดี ในการเจรจา(ในประเด็นยูเครน) ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เราพร้อมเสมอที่จะรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ ของพันธมิตรตะวันตกของเรา ในการผ่อนคลายสถานการณ์ความตึงเครียด”

นอกจากนี้ปูติน อ้างถึงกรณีตะวันตกเพิกเฉยต่อความกังวลของรัสเซีย เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายขอบเขตมาทางทิศตะวันออกของพันธมิตรทหารนาโต้ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของความขัดแย้ง สหรัฐฯและพันธมิตรยุโรป บอกว่าความกังวลของรัสเซียนั้นเป็นเรื่องเลยเถิด และไม่สามารถอ้างความชอบธรรมการรุกรานประเทศเพื่อนบ้านอดีตสหภาพโซเวียตแห่งนี้