ถึงคิวโอลาฟร่อแร่!? ทหารเยอรมันลาออก ๔ เท่าค้านทำศึกกับรัสเซียในยูเครน ศก.ดิ่งเหว-ปชช.ประท้วงต้านนาโต้

0

เมื่อนาโต้ เข้ามาเกี่ยวข้องในสงครามยูเครนอย่างเปิดเผยมากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนผู้คัดค้านก็เพิ่มขึ้นในยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ  สำหรับเยอรมนีประเทศที่ได้ชื่อว่ามีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งวันนี้ต้องเผชิญวิกฤติหลายด้าน เพราะพายุสงครามตัวแทนในยูเครน นำมาซึ่งสงครามพลังงานที่ยุโรปทำพลาด ยอมทำตามสหรัฐคว่ำบาตรรัสเซีย จนย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนสาหัสกับประชาชนต้องอยู่กับสภาพขาดแคลนพลังงานในฤดูหนาว เงินเฟ้อค่าครองชีพกระฉูดยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ตก ล่าสุดเกิดกระแสต่อต้านในหมู่ทหารเยอรมันไม่ต้องการสู้รบกับรัสเซีย จำนวนเพิ่มเกือบสี่เท่าในปีนี้

ขณะเดียวกันสภาพวิกฤติเศรษฐกิจที่เป็นผลจากสงครามพลังงาน นำมาสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและ กระแสต่อต้านนาโต้ในเยอรมันอย่างกว้างขวาง ศึกภายในและภายนอกแบบหาเรื่องใส่ตัวของผู้นำเยอรมนี หนักหน่วงเพิ่มขึ้นอย่างไม่เห็นหนทางว่าจะคลี่คลายได้อย่างไร?

วันที่ ๒๖ ต.ค.๒๕๖๕ สำน้กข่าวสปุ๊ตนิกรายงานว่า ทหาร กองหนุน และบุคลากรที่ได้รับการฝึกฝนอื่นๆ ของเยอรมนีเกือบสี่เท่าได้ขอให้ออกจากราชการในปีนี้ เช่นเดียวกับในปี ๒๕๖๔ เอเอฟพีรายงานว่าการเพิ่มขึ้นของการลาออกนี้เกิดขึ้นในขณะที่เยอรมนีเพิ่มการมีส่วนร่วมในยูเครนและพยายามสร้างกองกำลังติดอาวุธขึ้นใหม่

บุนเดสแวร์ (Bundeswehr) หรือกองกำลังทหารเยอรมนี ได้รับคำขอ ๘๑๐ คำขอลงทะเบียนเป็นผู้คัดค้านอย่างมีสติ ในการทำสงครามในยูเครน ในช่วงแปดเดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก ๒๐๙ แห่งตลอดปี ๒๕๖๔ เดอร์ สปีเกลนิตยสารเยอรมนี รายงานเมื่อวันพุธ โดยอ้างตัวเลขจากกระทรวงกลาโหม

German Chancellor Olaf Scholz

การลงทะเบียนปฏิเสธที่จะเข้าร่วมต่อสู้นั้น  ทหารมีสิทธิ์ออกจากการรับราชการทหารและสามารถเรียกสถานะของพวกเขาในฐานะผู้คัดค้านอย่างมีสติได้ แม้ในกรณีที่มีการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง

ทหารที่กระตือรือร้นและผู้หญิงซึ่งมีหน้าที่การงานในกองทัพ ได้ส่งหนังสือแจ้งการยินยอมเข้าร่วม ๑๓๖ ครั้งในปีนี้ ลดลงจาก ๑๗๖ ครั้งในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทหารกองหนุน ๑๙๐ คนปฏิเสธ เพิ่มขึ้นจาก ๑๐ คนในปีที่แล้ว มีการปฏิเสธเพิ่มเติม ๔๘๔ คนจากคนที่รองานในกองทัพ เพิ่มขึ้นจาก ๒๓ คนในปี ๒๕๖๔ 

กระทรวงไม่ได้อธิบายการถูกปฏิเสธเพิ่มขึ้น แต่เซวิม ดักเดเลน รองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอ้างว่าตัวเลขดังกล่าว“สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับผลที่ตามมาของการเพิ่มกำลังทหารของรัฐบาลกลางเยอรมนีเพื่อส่งไปรบในยูเครน”

แม้ว่าเยอรมนีจะไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรงในยูเครนอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์แก่กองกำลังของเคียฟ ตอนนี้ได้จัดส่งปืนใหญ่ จรวด ระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน และปืนใหญ่ที่ติดตั้งบนยานพาหนะไปยังยูเครน เยอรมนีนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกของนาโต้ และมอสโกว์ได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าการจัดส่งอาวุธดังกล่าว ยืดเวลาการต่อสู้ในยูเครนและทำให้กลุ่มทหารที่นำโดยสหรัฐฯเป็นผู้มีส่วนร่วมในความขัดแย้งอย่างเปิดเผย

นายกรัฐมนตรีเยอรมันโอลาฟ ชอลส์ (Olaf Scholz) ประกาศเมื่อเดือนมีนาคมว่าเขาจะเป็นผู้นำโครงการสร้างกองทัพของประเทศขึ้นใหม่ แม้ว่าฝ่ายนิติบัญญัติในกรุงเบอร์ลินจะอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนพัฒนากองทัพให้ทันสมัยจำนวน ๑ แสนล้านยูโร คิดเป็น ๙๙.๗ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมิถุนายน แต่ค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลงในขณะนี้หมายความว่าเยอรมนีมีรายงานว่าไม่สามารถซื้ออุปกรณ์ที่ต้องการได้ และคลังอาวุธสำรองในปัจจุบันก็หมดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคม อันเป็นผลมาจากการจัดส่งไปให้ยูเครน

นอกจากการทหารจะเทียบไม่ได้กับกองทัพรัสเซียแล้ว ด้านเศรษฐกิจเยอรมนี จะสูญมูลค่าหลายแสนล้านจากการเข้าไปเอี่ยวในสงคราม รัสเซีย-ยูเครน

ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการจ้างงาน หรือ IAB กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของเยอรมนีจากผลกระทบของสงคราม รัสเซีย-ยูเครน และราคาพลังงานที่พุ่งสูง ว่า จะทำให้เยอรมนีสูญเสียมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมากกว่า ๒๖๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ หรือราว ๙.๔ ล้านล้านบาท ภายในปี๒๐๓๐ หรือ พ.ศ. ๒๕๗๐

 

ส่วนภาคพลังงาน อย่างอุตสาหกรรมเคมี และการผลิตโลหะ จะเจอกับผลกระทบหนักเป็นพิเศษนับตั้งแต่ปีนี้เลย

ราคาพลังงาน ที่ทุกวันนี้พุ่งสูงไปแล้วกว่า ๑๖๐% มีแนวโน้มจะเพิ่มอีกเป็นสองเท่า ผลผลิตทางเศรษฐกิจของเยอรมนีจะดิ่งลงอีก ๔% ต่อให้ไม่มีสงครามแล้วก็ตาม

แน่นอนเมื่อฤดูหนาวที่ทารุณย่างมาถึง ความไม่พอใจของประชาชนก็เพิ่มขึ้น วันเสาร์ที่ผ่านมาผู้ประท้วงหลายหมื่นคนใน ๖ เมืองได้รวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลให้มีการจัดสรรเงินทุนแก้ปัญหาพลังงาน และค่าครองชีพสูงอย่างเป็นธรรมมากขึ้น และต่อต้านบทบาทนาโต้ที่ฉุดลากเยอรมันเข้าสู่วิกฤติสงครามในยูเครนเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน!!