อิหร่านซัดไม่เลี้ยง!? เมกาก่อการร้ายข้อมูลคุกคามโลก ไม่อาจหยุดยั้งพันธมิตรโลกหลายขั้ว กองกำลังSCOโตไม่ยั้ง

0

ณวันนี้ ความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างสหรัฐ-พันธมิตรและอิหร่านเปิดเผยเด่นชัดขึ้น ใช้การทูตและการโฆษณาชวนเชื่ออย่างไรก็ปิดบังไม่มิด  เมื่ออิสราเอลเคลื่อนไหวหนัก เมกาก็เคลื่อนไหวตามอย่างสอดคล้องกัน การบีบคั้นที่ไม่จบสิ้นได้ผลักดันอิหร่านให้ใกล้ชิดกับรัสเซียและจีนมากขึ้นอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน

ปธน.อิหร่านส่งสาส์นร่วมแสดงความยินดีกับสี จิ้นผิง หลังขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนสมัยที่ ๓ อย่างเป็นทางการ ได้เน้นย้ำว่า การบรรลุเป้าหมายในด้านต่างๆ ระหว่างสองประเทศ จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์รอบด้าน รวมถึงจะยังช่วยรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพระหว่างสองประเทศให้แนบแน่นยิ่งขึ้น จากนั้นก็หันมาให้สัมภาษณ์ฟาดเมกาว่าเป็นตัวการใช้วิธีก่อการร้าย แฮกข้อมูลของอิหร่านและประเทศต่างๆทั่วโลก เป็นการละเมิดอธิปไตยและคุกคามประเทศอื่นๆไม่เว้นแม้แต่พันธมิตรของตัวเอง  แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่อาจขัดขวางการเติบโตของพหุอำนาจของโลกหลายขั้วที่มีBRICS และ SCO เป็นแกนหลักได้สำเร็จ มีแต่จะเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งและกองกำลังของSCO จะเป็นความหวั่งมั่นคงของโลกขั้วใหม่

วันที่ ๒๖ ต.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและรัสเซียทูเดย์ รายงานว่า ซัยยิด อิบรอฮีม ไรซี ปธน.แห่งอิหร่าน (Ebrahim Raisi) กล่าวว่าการก่อสร้างโลกหลายขั้วไม่สามารถหยุดยั้งได้ ไม่ว่าตะวันตกจะพยายามขัดขวางด้วยสารพัดวิธีก็ตาม

ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเตหะรานมุ่งเน้นไปที่นโยบายเกี่ยวกับหลายขั้วและการรวมกลุ่มที่ยั่งยืนเพื่อสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่ยุติธรรมบนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน

อิบราฮีม ไรซีกล่าวในการประชุมสมัชชาใหญ่ขององค์กรสำนักข่าวเอเชียแปซิฟิกว่า “การสร้างโลกหลายขั้วไม่สามารถหยุดยั้งได้ นอกโลกตะวันตก ยังมีศูนย์กลางอำนาจอยู่หลายแห่ง” 

เขาเน้นว่ามีเพียงประเทศตะวันตกเท่านั้นที่ยังคงขัดขวางการสร้างโลกหลายขั้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถูกสร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือขององค์กรระดับภูมิภาค” เช่น Shanghai Cooperation Organization (SCO) และ BRICS

ปธน.ไรซี ยังชี้ให้เห็นว่าอิทธิพลของอิหร่านในโลกและภูมิภาคจะเติบโตไปพร้อมกับความร่วมมือกับเพื่อน ๆ เขาย้ำว่า “เราจริงจังกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับรัสเซียและพันธมิตรประเทศอื่น ๆ “

เขาเน้นว่า “หลายประเทศแสวงหาอิสรภาพจากสหรัฐอเมริกา และอิหร่านจะยังคงสนับสนุนประชาชนที่รักเสรีภาพหนีห่างการคุกคามของตะวันตกต่อไป”

สหรัฐอเมริกา ซึ่งอิหร่านระบุว่าอยู่เบื้องหลังการประท้วงเมื่อเร็วๆนี้ในอิหร่าน เริ่มใช้วิธีการก่อการร้ายด้วยข้อมูลข่าวสารเนื่องจากการคว่ำบาตรไม่มีประสิทธิภาพ ไม่อาจทำลายเศรษฐกิจของอิหร่านได้ดังหวัง

เขากล่าวว่า“สหรัฐฯเข้าใจดีอยู่แล้วว่าการคว่ำบาตรไม่ได้ผล ดังนั้นจึงเริ่มใช้วิธีอื่น โดยเฉพาะการก่อการร้ายด้วยข้อมูลข่าวสารกำลังเป็นปัญหาหลัก” 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีได้ย้ำจุดยืนของเขาว่าอิหร่านมุ่งเน้นไปที่การมีปฏิสัมพันธ์หลายขั้วและการบูรณาการที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่ยุติธรรมบนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน ไรซียังกล่าวอีกว่าการพัฒนาความร่วมมือระหว่างอิหร่าน จีน รัสเซีย และสมาชิก SCO จะนำไปสู่การเกิดขึ้นของกองกำลังใหม่ในโลกหลายขั้วที่เข็มแข็งขึ้นทุกวัน

ในการปราศรัยในการประชุมครั้งที่ ๖ ว่าด้วยมาตรการสร้างปฏิสัมพันธ์และความเชื่อมั่นในเอเชีย (CICA) ในกรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัค ผู้นำอิหร่านกล่าวเสริมว่า เตหะรานทำหน้าที่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความไร้ประสิทธิภาพของแนวทางการทหาร-การเมืองของสหรัฐฯ และการคว่ำบาตร ไรซีย้ำว่าด้วยเหตุผลนี้เองที่วอชิงตันต้องหันไปใช้การทำให้อิหร่านสั่นคลอนทางการเมืองอย่างถึงที่สุด

เมื่อต้นเดือนนี้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่าการประท้วงซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน หลังจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี สตรีวัย ๒๒ ปีที่ล้มลงในอาการโคม่าและเสียชีวิตในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายวัน หลังจากถูกคุมขังโดยตำรวจศีลธรรมของอิหร่าน ตำรวจที่กล่าวหาว่าเธอสวมผ้าคลุมศีรษะอย่างไม่เหมาะสม อิหร่านฟันธงว่าถูกฉวยโอกาสกระตุ้นความรุนแรงโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

ในขณะที่สื่อกระแสหลักของตะวันตกอ้างว่าหญิงสาวรายนี้ถูกตำรวจทุบตีจนโคม่า แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่โดยทางการ แสดงให้เห็นว่าอามินีไม่ได้เผชิญกับการล่วงละเมิดทางร่างกายใดๆ ขณะถูกควบคุมตัว

จากการสอบสวนของรัฐสภาอิหร่าน อามินี(Amini) ไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด องค์การการแพทย์ทางกฎหมายของอิหร่านยังระบุด้วยว่าการเสียชีวิตของหญิงสาวรายนี้เกิดจากภาวะสมองขาดออกซิเจน ซึ่งส่งผลให้ความดันเลือดต่ำและอวัยวะหลายส่วนล้มเหลว กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณามสหรัฐฯ ฐานแทรกแซงกิจการภายในประเทศของเตหะราน ซึ่งวอชิงตันยอมรับอย่างเปิดเผยว่าใช้ “มาตรการเชิงรุก”เพื่อสนับสนุนชาวอิหร่านในการประท้วง 

เปิดหน้าชกกันอย่างไม่ปิดบัง โลกจะได้เห็นพฤติกรรมเชื่อมโยงของสหรัฐและอิสราเอลต่อตะวันออกกลางอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมๆกับความคุกรุ่นในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง อีกจุดวาบไฟอันตรายที่ตึงเครียดไม่น้อยไปกว่ายูเครน และไต้หวัน!!??