เปิดความร้าย“ไทยใช้ระบบต้านอากาศยานจีน” โดรน-ขีปนาวุธจัดเต็ม! อาวุธนำวิถีแบบรัสเซียยิงบนรถเสริมเกราะไทยผลิตเอง

0

จากที่สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ นำเสนอร่างกฎหมาย จะถอนทหารและระบบป้องกันขีปนาวุธออกจากซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในการตอบโต้การตัดสินใจลดกำลังผลิตน้ำมันของทั้ง 2 ประเทศนั้น

ล่าสุดวันที่ 24 ตุลาคม 2565 Blockdit World Update ได้เผยแพร่ข้อความถึงความคืบหน้าต่อสถานการณ์ในซาอุฯ โดยระบุแหล่งที่มาไว้บางช่วงที่สำคัญว่า

“ซาอุดิอาระเบีย คือ ลูกค้าอาวุธราคาแพงรายใหญ่ที่สุดในโลก และสั่งระบบระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patiot และ THADD ของสหรัฐ มาใช้ แต่กลับไม่สามารถใช้ยิงสกัดโดรนกามิกาเซ่ ที่ผลิตจากอิหร่าน ปล่อยมาโดยกองทัพฮูตี เยเมน หรือฉายา นักรบรองเท้าแตะ

ส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ เคยถูกโจมตีพังไปถึง 50% ของประเทศ ซ้ำร้ายนครดูไบ สหรัฐอาหรับอิมิเรต (UAE) ที่ใช้ระบบต่อต้านอากาศยานจากสหรัฐ ก็โดนโจมตีเสียหายด้วยขีปนาวุธ ที่ผลิตจากอิหร่าน ยิงมาโดยกองทัพฮูตี เยเมน เช่นกัน

ซาอุฯ พบข้อเท็จจริงว่าอาวุธราคาแพงจากสหรัฐ ที่ซื้อมา พร้อมทหารอเมริกันประจำการ 3,000 นาย ไม่คุ้มค่าสมราคาคุย แถมช่วงหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ประกาศเป็นปฏิปักษ์กับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน นายกรัฐซาอุฯ ฝ่ายกฎหมายจะนำพระองค์ไปขึ้นศาลที่สหรัฐ ทำให้ความสัมพันธ์ 2 ชาติสะบั้นลง

ล่าสุดพบระบบป้องกันภัยทางอากาศ Silent Hunter ของจีนปรากฏตัวในซาอุดิอาระเบีย  เพื่อป้องกัน อากาศยานลาดตระเวนและโดรนคามิกาเซ่ ของกองทัพฮูตี เยเมน

หลายเดือนก่อนช่วงเจรจาหยุดยิง ระบบต่อต้านอากาศยาน Silen Hunter ของจีน ได้สอยร่วงโดรนกองทัพฮูตี เยเมน แสดงประจักษ์ถึงระบบเรดาห์ และจรวดสกัดของกันภัยทางอากาศ Silent Hunter มีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบอาวุธของสหรัฐ และแน่นอนว่าราคายังต่ำกว่ามากมาย

ทำให้ช่วงหลังมาระบบป้องกันภัยทางอากาศ มีความสำคัญต่อการปกป้องประเทศมากขึ้นกว่าอาวุธที่ใช้ยิงโจมตีชาติอื่น หรือเครื่องบินจู่โจมราคาแพง

ในส่วนของไทยนั้น กองทัพเรือ ได้นำระบบต่อต้านอากาศยานป้องกันภัยทางอากาศพิสัยกลางรุ่น FK-3 (HQ-22เวอร์ชั่นส่งออก) จากจีน ประจำการแล้วเช่นกัน จัดเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดที่มีประจำการในกองทัพไทยขณะนี้

ระบบป้องกันภัยทางอากาศนี้ผลิตโดย China Aerospace Science & Industry Corporation Limited(CASIC) รัฐวิสาหกิจจีน ผู้ออกแบบและผลิตระบบจรวดและอาวุธปล่อยนำวิถีชั้นนำของโลก

ระบบ FK-3 นี้สามารถทำงานได้สภาพอากาศในระดับพื้นที่ , การป้องกันสถานที่สำคัญในสนามรบภายใต้สภาพแวดล้อมการก่อกวนทางสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่ซับซ้อน สามารถโจมตีเป้าหมายทางอากาศได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องบินรบจู่โจม ไปถึงอากาศยานโดรน , ขีปนาวุธร่อนนำวิถี , ขีปนาวุธทางยุทธวิธี , ขีปนาวุธโจมตีจากเครื่องบิน เครื่องบินปีกหมุน , เฮลิคอปเตอร์ ฯลฯ มีพิสัยยิงสกัดต่อต้านอากาศยานได้ 5 – 100 กม. และเพดานยิงสูง 0.05 – 27 กม.

โดย FK-3 หนึ่งระบบจะประกอบด้วยรถบังคับการ , รถฐาน Radar และรถฐานแท่นยิงแบบยกตั้งอัตตาจรอีก 3 คัน แต่ละแท่นยิงมีชุดบรรจุอาวุธปล่อยนำวิถี 4 ลูก รวม 12 ลูก เพื่อโจมตีล็อคเป้าหมาย 6 เป้าอย่างต่อเนื่อง , กองทัพเซอร์เบีย ยุโรป ก็เพิ่งประจำการระบบ FK-3 นี้เช่นกัน

กองทัพเรือไทย ยังประจำการอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้แบบเคลื่อนที่ Igla-S ความจุสองนัดในแท่นยิงแบบ Dzhigit ของรัสเซีย บนรถยนต์บรรทุกเสริมเกราะตระกูล Thairung TR Transformer 4×4 ของไทยเอง และใช้เป็นรถฐานสำหรับแท่นยิงระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้แบบอื่น เช่น QW-2 ของจีน ที่ประจำการกองทัพอากาศไทยอีกด้วย

ดูเหมือนกองทัพทั่วโลกหลายชาติ ทยอยปรับเปลี่ยนแนวคิดการป้องกันประเทศเป็นแนวระบบต่อต้านอากาศ และโดรนที่ผลิตจากเอเชียมากขึ้น

นั่นหมายความว่า สหรัฐ จะสูญอำนาจในตลาดเงินดอลลาร์ , เสียอำนาจครองตลาดน้ำมันให้กับกลุ่ม OpecPlus และสูญเสียสัดส่วนตลาดอาวุธอีกด้วย”