ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤติ!! เปิดผลงานรัฐฯ ๕ มาตรการการเงิน-การคลัง ฟื้นฟู-ลดผลกระทบการครองชีพ ปชช.พึงพอใจ

0

โฆษกรัฐบาลเผยผลสำเร็จของรัฐบาล ผ่านมาตรการการเงินการคลัง ลดผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้า ฟื้นฟูผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-๑๙  เกิดผลเป็นรูปธรรม พบปชช.ตอบรับและพึงพอใจ

วันที่ ๓๐ ก.ย.๒๕๖๕ นางสาวทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด – ๑๙) ที่เริ่มมีการระบาดในประเทศไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ และมีการระบาดอยู่จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือนของประชาชน โดยเฉพาะด้านปากท้อง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการการคลังเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูผลกระทบจาการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ และมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้า ดังนี้

๑.มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศและเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และประชาชนทั่วไป ได้แก่  โครงการเราไม่ทิ้งกัน เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดประกอบกิจการของสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด– ๑๙ หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ โดยชดเชยรายได้ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ จำนวน ๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา ๓ เดือน (เดือนเมษายน – มิถุนายน ๒๕๖๓) รวมเป็นเงินจำนวน ๑๕,๐๐๐บาทต่อคน มีผู้ได้รับสิทธิประมาณ ๑๕.๒๗ ล้านคน คิดเป็นวงเงินประมาณ ๒๒๘,๙๑๙ ล้านบาท

 

๒.โครงการช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากโครงการใดๆ ของภาครัฐในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด – ๑๙ ซึ่งทำให้กลุ่มคนดังกล่าว มีรายได้ลดลงและไม่สามารถหารายได้จากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ โดยจ่ายเงินเยียวยา จ่านวน ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา ๓ เดือน (เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม ๒๕๖๓) รวมเป็นเงิน จำนวน ๓,๐๐๐ บาทต่อคน มีผู้ได้รับสิทธิตามโครงการ จำนวน ๑.๐๓ ล้านคน คิดเป็นวงเงินประมาณ ๓,๐๘๐ ล้านบาท

๓.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการช่วยเหลือวงเงินค่าซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) ให้แก่ผู้มีบัตรฯ จำนวน ๑๔ ล้านคน เป็นระยะเวลา ๓ เดือน โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาแล้วรวม ๔ ระยะ เพื่อให้การช่วยเหลือ เยียวยา และลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่กลุ่มผู้มีบัตรฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ระยะที่ ๑ เดือนตุลาคม – เดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ช่วยเหลือในวงเงินจ่านวน ๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ระยะที่ ๒ เดือนมกราคม – เดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ช่วยเหลือในวงเงินจ่านวน ๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ระยะที่ ๓ เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๖๔ ช่วยเหลือในวงเงิน จ่านวน๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน และระยะที่ ๔ เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ๒๕๖๕ ช่วยเหลือในวงเงิน จ่านวน ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน

๔.โครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ ๕๐ สำหรับการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ไม่รวมถึงสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ โดยจะต้องช่าระเงินผ่านระบบช่าระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ปัจจุบันดำเนินงานไปแล้ว ๔ ระยะ ได้แก่ 

ระยะที่ ๑ ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการไม่เกิน ๑๐ ล้านคน ผู้เข้าร่วมได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายไม่เกิน ๑๕๐ บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อคน ระยะเวลาการใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ ๒๓ ตุลาคม – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓  

ระยะที่ ๒ ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการไม่เกิน ๑๕ ล้านคน ผู้เข้าร่วมได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายไม่เกิน ๑๕๐ บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน ๓,๕๐๐ บาทต่อคน ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม – ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔  

ระยะที่ ๓ ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการไม่เกิน ๓๑ ล้านคน ผู้เข้าร่วมได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่าย ไม่เกิน๑๕๐ บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท ต่อคน ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ 

ระยะที่ ๔ ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจากระยะที่ ๓ และลงทะเบียนใหม่ ๑ ล้านคน ผู้เข้าร่วมได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่าย ไม่เกิน ๑๕๐ บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาทต่อคน ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ – ๓๐ เมษายน ๒๕๖๕

๕.มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสถาบันการเงินเฉพาะกิจสำหรับลูกค้ำรายย่อย ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับผู้มีอาชีพอิสระและผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบโควิด-๑๙ วงเงินรวม ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท โครงการสินเชื่อกู้ภัยโควิด-๑๙ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ระลอกใหม่ วงเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท 

มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-๑๙ ส่าหรับผู้มีรายได้ประจำประกอบอาชีพอิสระ และเกษตรกรรายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร วงเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท (ธ.ก.ส.) และมาตรการภาษี เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และบรรเทาผลกระทบประกอบด้วย มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสาหรับที่อยู่อาศัย โดยการลดค่าธรรมเนียมการโอนจากร้อยละ๒ ลงเหลือร้อยละ ๐,๐๑ และลดค่าธรรมเนียมการจำนองจากร้อยละ ๑ ลงเหลือร้อยละ ๐.๐๑ มาตรการขยายเวลาลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน (ถึง ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕) การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-๑๙ การยกเว้นอัตราค่าปรับเป็นอัตราร้อยละ ๐ สำหรับงานก่อสร้างของภาครัฐที่มีการส่งมอบงานงวดสุดท้าย จนถึง ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตขายสุรา ยาสูบและไพ่ สาหรับการต่ออายุใบอนุญาตของสถานประกอบการเดิมในปี ๒๕๖๕