ศาลอาญาทุจริตฯยกฟ้อง! คดีบีทีเอสฟ้องรฟม.แก้เกณฑ์สีส้ม ชี้ไม่ได้ปฎิบัติโดยมิชอบ จ่อยื่นอุทธรณ์ขอความเป็นธรรม

0

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้องคดี “บีทีเอส” ฟ้อง “รฟม.”แก้ไขหลักเกณฑ์ยื่นซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่ากว่า 1แสนล้านบาท ชี้ไม่ได้ปฎิบัตหน้าที่โดยมิชอบ 

วันที่ ๒๗ ก.ย.๒๕๖๕ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ฟ้อง นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับพวกรวม ๗ คน เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๕, ๘๓ , ๙๐, ๙๑, ความผิดต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ , ความผิดต่อพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๑๑

กรณีแก้ไขหลักเกณฑ์การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน ๑๒๘,๑๒๘ ล้านบาท

โจทก์ฟ้องสรุปว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประชุมมีมติอนุมัติดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบาง ขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ต่อมา รฟม. โดยคณะกรรมการคัดเลือกร่วมกันเห็นชอบกับร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนโดยกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก วิธีการ และหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอทางการเงินสูงสุดในการตัดสินเอกชนผู้ชนะการประมูล โจทก์ซื้อซองข้อเสนอเข้าร่วมลงทุนโครงการดังกล่าว 

ต่อมาจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ว่าการ รฟม.ร่วมกับจำเลยที่ ๒-๗ คน ซึ่งเป็นคณะกรรมการคัดเลือกใช้อำนาจ หน้าที่โดยมิชอบร่วมประชุมแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอ ตามเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนและร่วมกันพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขหลักเกณฑ์วิธีการประเมิน

ข้อเสนอในเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนใหม่ โดยให้ใช้กณฑ์การประเมินข้อเสนอด้านเทคนิคร่วมกับข้อเสนอทางการเงิน หรือการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา ( Price Performance)

ต่อมาเมื่อครบกำหนดเปิดซองข้อเสนอการร่วมลงทุน จำเลยที่ ๒-๗กลับไม่เปิดซองข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอเพื่อดำเนินการคัดเลือกต่อไป รฟม. โดยจำเลยที่๑ และคณะกรรมการคัดเลือกได้ประชุมกันแล้วมีมติยกเลิกประกาศเชิญชวนดังกล่าวโดยมิชอบ การกระทำของจำเลยทั้ง ๗ เป็นการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบขอให้ลงโทษตามกฎหมาย

ศาลอาญาคดีทุจริตฯไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้ง ๗ ร่วมกันใช้ดุลพินิจพิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอใหม่ โดยให้พิจารณาคะแนนด้านเทคนิค และการลงทุนและผลตอบแทนร่วมกัน โดยกำหนดสัดส่วนการให้คะแนนด้านเทคนิคเป็นร้อยละ ๓๐ คะแนน ด้านการลงทุนและผลตอบแทนเป็นร้อยละ๗๐ คะแนน หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดผ่านการประเมินสูงสุดและได้รับการประเมินให้เป็นผู้ชนะการคัดเลือก เพื่อประโยชน์ของรัฐตามความต้องการของ รฟม. ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๘ (๖) และ (๗) ประกาศคณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เรื่องรายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวนร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน พ.ศ.๒๕๖๓ 

ประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงกรรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ข้อ ๑๒ การสงวนสิทธิ์ของ รฟม. ข้อ ๑๒.๒ กำหนดว่า สงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมรายละเอียด รวมถึงลด หรือขยายระยะเวลาของการคัดเลือกตามประกาศเชิญชวนข้อเสนอฉบับนี้ เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของ รฟม. และมติคณะรัฐมนตรี และเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนเล่มที่ ๑และข้อแนะนำผู้ยื่นข้อเสนอ ข้อ ๑๗ ประกอบกับขณะลงมติเห็นชอบนั้นยังไม่ถึงกำหนดระยะเวลายื่นซองข้อเสนอ จึงไม่ทำให้ผู้ยื่นเอกสารข้อเสนอได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้คณะกรรมการคัดเลือกได้ขยายระยะเวลาออกจากกำหนดยื่นข้อเสนอเดิมอีก ๔๕ วัน เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีเวลาจัดเตรียมข้อมูลข้อเสนอเพิ่มเติมอีก พยานหลักฐานยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า การแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดรายหนึ่ง 

ส่วนประเด็นที่จำเลยที่ ๑ ยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุน นั้น เห็นว่า คณะกรรมการคัดเลือกใช้ดุลพินิจพิจารณายกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุน จากนั้นจำเลยที่ ๑ ออกประกาศเรื่องยกเลิกประกาศเชิญชวนฯ และยกเลิกการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ฯ ตามมติคณะกรรมการคัดเลือก โดยไม่มีพฤติการณ์ใดที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ ๑ มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ หรือการกระทำที่นอกขอบเขตแห่งกฎหมายหรือมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อโจทก์ 

เมื่อจำเลยที่ ๑ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามพ.ร.บ.การร่วมการลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.๒๕๖๒ ประกอบกับการสงวนสิทธิ์ของ รฟม.ตามประกาศเชิญชวนฯ และเอกสารฯ เล่มที่ ๑ ข้อแนะนำผู้ยื่นข้อเสนอ (RFP) ที่กำหนดการสงวนสิทธิ์ของ รฟม. ในข้อ ๑๒.๑ ว่า รฟม. สงวนสิทธิ์ตามดุลพินิจที่จะยกเลิกประกาศเชิญชวนฯ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆได้ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อีกทั้งการกระทำของจำเลย ไม่ได้เป็นกรณีที่มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งซึ่งได้สั่งเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ป้องกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่ง

ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดจึงไม่มีมูลความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายธงชัย พรเศรษฐ์ หัวหน้าคณะทำงานทนายความคดีนี้ของบีทีเอส กล่าวว่า หลังจากนี้คณะทำงานด้านกฎหมายและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องไปพิจารณาว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา ทางบีทีเอสเชื่อมั่นในพยานหลักฐานและจะต้องใช้สิทธิโต้แย้งเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมในชั้นอุทธรณ์ต่อไป