UN ปิดปากเงียบ! ซีเรีย งัดภาพโดรนสอดแนม แฉสหรัฐ ขโมยน้ำมันขบวนรถกว่า 200 คัน ส่งฮ.บินคุ้มกันทั้งวัน ปล้นมาแล้วมากกว่า 40 ครั้ง

0

UN ปิดปากเงียบ! ซีเรีย งัดภาพโดรนสอดแนม แฉสหรัฐ ขโมยน้ำมันขบวนรถกว่า 200 คัน ส่งฮ.บินคุ้มกันทั้งวัน ปล้นมาแล้วมากกว่า 40 ครั้ง

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (26 กันยายน 2565) รัฐบาลซีเรีย ได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายความละเอียดสูงชุดใหญ่ ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ปล้นบ่อนํ้ามันพร้อมโรงกลั่นของรัฐบาลซีเรียหลายสิบแห่งในดินแดนเคิร์ดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย พร้อมส่งกองกำลังทหารเฝ้าบ่อนํ้ามัน พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache บินลาดตระเวนเหนือโรงกลั่นทั้งวัน แถมส่งรถบรรทุกนํ้ามันจากอิรักเข้าสู่ซีเรียอย่างผิดกฏหมาย เพื่อนำนํ้ามันที่ปล้นกลับฐานทัพของตนในอิรัก

โดย ภาพถ่ายจากโดรนสอดแนมของกองทัพซีเรียเผยให้เห็น ขบวนคอนวอยรถบรรทุกนํ้ามันพลเรือนของสหรัฐมากกว่า 200 คันพร้อมด้วยรถหุ้มเกราะและรถบรรทุกหน่วยคุ้มกันที่ทอดยาวเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรจากดินแดนเคิร์ดในเมือง Qamishli ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มุ่งหน้าสู่ฐานทัพสหรัฐในอิรัก

พร้อมทั้งเปิดเผยว่า สหรัฐได้ยึดครองบ่อนํ้ามันและโรงกลั่นนํ้ามันของเรามากกว่า 70 แห่งในดินแดนเคิร์ด กองทัพสหรัฐได้ส่งรถบรรทุกนํ้ามันพลเรือนจากอิรักเข้ามายังประเทศของเราอย่างผิดกฏหมาย พวกเขาปล้นนํ้ามันจากเราไปแล้วไม่ตํ่ากว่า 40 ครั้ง และครั้งนี้พวกเขาปล้นนํ้ามันของเรามากที่สุดและใหญ่ที่สุดจากที่พวกเขาเคยปล้นมา โดยสหประชาชาติ (UN) ไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย
ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันได้อธิบายเหตุผลว่า “สหรัฐมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินเฝ้าดูแลบ่อนํ้ามันและโรงกลั่นไว้เอง เนื่องจากสหรัฐมีความกังวลและเกรงว่า น้ำมันเหล่านี้อาจตกไปอยู่ในมือของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส (ISIS) “
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลซีเรียได้ออกมาตอบโต้ว่า “ด้วยเหตุผลที่แท้จริง อยู่ที่ความปรารถนาของสหรัฐฯ แน่นอน พวกเขาได้ปล้นสะดมนํ้ามัน และทำลายเศรษฐกิจของเรา ซีเรียยังคงถูกคว่ำบาตรจากจากสหรัฐและชาติตะวันตก ดังนั้น การปล้นน้ำมันจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่สหรัฐจะสนับสนุนชาวเคิร์ดด้วยอาวุธและอุปกรณ์ทางทหาร”
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องหยุด “ขโมย” น้ำมันจากประชาชนและประเทศซีเรียและยกเลิกการใช้มาตรการคว่ำบาตรเพียงฝ่ายเดียว

คำกล่าวของประธานาธิบดีรัสเซีย มีขึ้นหลังการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีอิหร่านและตุรกีที่กรุงเตหะราน ซึ่งผู้นำทั้งสามยังมีความเห็นพ้องกันว่าสหรัฐฯ ควรออกจากอาณาเขตทางตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรตีส ที่เรียกว่า ทรานส์-ยูเฟรตีส และหยุดทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมในซีเรียเลวร้ายลงด้วยการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว ทั้งระบุว่า มีทหารสหรัฐฯ หลายร้อยนายเดินทางเข้าซีเรียโดยผิดกฎหมายเพื่อควบคุมบ่อน้ำมันและทุ่งข้าวสาลีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นที่ของกองกำลังติดอาวุธของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย หรือเอสดีเอฟ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ

ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า การคว่ำบาตรซีเรีย ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและไม่ควรเป็นเรื่องการเมือง และเรียกร้องให้สหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ เพิ่มความช่วยเหลือแก่ชาวซีเรีย โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ประเด็นทางการเมือง และการตั้งเงื่อนไขเบื้องต้น