เด็ดขาด!? รัสเซียขับเจ้าหน้าที่ทูตญี่ปุ่นข้อหาจารชน เป็นสายลับขายข่าวให้วอชิงตัน ภัยความมั่นคงร้ายแรง

0

รัสเซียขับ จนท.การทูตญี่ปุ่นเนื่องจากเป็นจารชนขายความลับแลกเงิน เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ ให้ออกจากรัสเซียภายใน ๔๘ ชม. กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นประท้วง หาว่าไม่เป็นธรรมแต่รัสเซียไม่สน จับได้และผู้กระทำยอมรับในระหว่างสอบสวน พฤติกรรมครั้งนี้อาจกระทบกับความพยายามขอเข้าถือหุ้นในโครงการสคาลิน ๒ (Sakhalin-2) ธุรกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซียในย่านทะเลแปซิฟิกตะวันออก

ในด้านการทหาร ญี่ปุ่นเป็นที่ตั้งฐานทัพอเมริกาและเพิ่งเปิดทางให้สหรัฐส่งฝูงบินติดขีปนาวุธมาประจำการจำนวนมาก พร้อมฝึกซ้อมรบหลายครั้งในน่านน้ำตะวันออก ขณะเดียวกันรัสเซียและจีนประกาศลาดตระเวนร่วมกันในน่านน้ำเอเชีย-แปซิฟิกเฉี่ยวใกล้ญี่ปุ่นหลายครั้ง ปรากฏการณ์เช่นนี้บ่งบอกว่า ญี่ปุ่นได้ปักหมุดเป็นเอเยนต์ของสหรัฐต้านจีนซึ่งก็เท่ากับต้านรัสเซียด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้อาจลุกลามถึงขั้นปิดสถานทูนญี่ปุ่นในมอสโกว์ด้วยหรือไม่ น่าติดตาม!

วันที่ ๒๗ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและเดอะเจแปนไทมส์ รายงานว่าแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้เรียกตัวอัครราชทูตที่ปรึกษาประจำ สถานเอกครราชทูตญี่ปุ่น ณ กรุงมอสโกว์ เข้าพบเพื่อแจ้งว่า รัฐบาลรัสเซียประกาศให้ จนท.กงสุล ประจำ สกญ.ญี่ปุ่น ณ เมืองวลาดิวอสตอค เป็นบุคคลไม่พึงปราถนา เพอร์ซันนา นัน กราตา (Persona non Grata-PNG) เนื่องจากเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัสเซีย และให้เดินทางออกจากรัสเซียภายใน ๔๘ ชั่วโมง

แถลงการณ์ข้างต้นมีขึ้นภายหลังหน่วยความมั่นคงกลางของรัสเซีย หรือหน่วยเอฟเอสบี(FSB) Federal Security Service  จับกุมนาย โมโตกะ ทัตสึโนริ(Motoka Tatsunori) เจ้าหน้าที่กงสุลประจำ สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ เมืองวลาดิวอสตอค ระหว่างส่งมอบเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อมูลข่าวสารลับเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับต่างประเทศ และผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติ ตะวันตกต่อเศรษฐกิจรัสเซีย

โดยระบุว่า ข้อมูลลับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความร่วมมือของรัสเซียกับประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกที่ไม่ระบุชื่อ ได้รับมาเพื่อแลกกับ “รางวัลทางการเงิน”

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประท้วงญี่ปุ่น โดยอ้างรายงานของหน่วยเอฟเอสบี แต่ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบทันทีจากโตเกียวในตอนแรก ต่อมากระทรวงการต่างประเทศจึงยื่นหนังสือประท้วง

รัสเซียถือว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ “เป็นปรปักษ์” ซึ่งเข้าร่วมกับทุกประเทศในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และพันธมิตร รวมทั้งอังกฤษและออสเตรเลียคว่ำบาตรรัสเซีย

ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เพราะมีข้อพิพาทระยะยาวเกี่ยวกับดินแดนทางเหนือ ซึ่งเป็นหมู่เกาะคูริลที่ควบคุมโดยรัสเซีย แต่ญี่ปุ่นฉวยโอกาสยึดในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและญี่ปุ่นในทางเศรษฐกิจ ยังคงมีความพยายามดึงยื้อในหลายๆครั้ง เดือนพ.ค.ที่ผ่านมารมว.เศรษฐกิจฯญี่ปุ่นยังอ้ำอึ้งไม่ต้องการตัดขาดหรือคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซียในทันทีตามการร้องขอของวอชิงตัน

นายโคอิจิ ฮากิวดา รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (Minister of economy, trade, and industry Koichi Hagiuda) กล่าวระหว่างการเยือนวอชิงตัน หลังจากที่ผู้บริหารของสหภาพยุโรปเสนอมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดต่อมอสโกว์ รวมถึงการคว่ำบาตรน้ำมันดิบ

the Ministry of Economy, Trade and Industry of Japan Hagiuda Koichi

ฮากิวดาได้ขอให้สหรัฐฯ เพิ่มผลผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อช่วยให้ญี่ปุ่นลดการพึ่งพาพลังงานในรัสเซียและสหรัฐก็รับปาก ญี่ปุ่นเร่งจัดหาเงินทุนสาธารณะเพื่อช่วยบริษัทญี่ปุ่นดำเนินโครงการ LNG ในสหรัฐอเมริกาเพื่อปูพื้นฐานการลงทุนของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้การนำเข้าน้ำมันของรัสเซียคิดเป็น ๔% ของการนำเข้าน้ำมันโดยรวมของญี่ปุ่นในปีงบประมาณที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ นำเข้าก๊าซธรรมชาติ   จากมอสโกว์คิดเป็น ๙% ของการนำเข้าของโตเกียวและการนำเข้าถ่านหินของรัสเซียคิดเป็น ๑๑ %

แต่เพื่อแลกกับเป้าหมายการฟื้นฟูกองทัพอาทิตย์อุทัย ภายใต้การสนับสนุนจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่นจึงตัดสินใจเดินหน้าบทบาทการเป็นแกนนำของกลุ่มพันธมิตรควอดต่อต้านจีนอย่างแข็งขัน ขณะที่ยังคงเจรจาและพยายามเข้าซื้อหุ้นในโครงการสคาลิน ๒ ที่รัสเซียคุมอยู่ เหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้รัสเซียตัดสินใจง่ายขึ้นว่า จะเปิดทางให้ญี่ปุ่นเข้าร่วมถือหุ้นเพื่อรักษาสัมพันธภาพทางทูตต่อไป หรือตัดขาดประเทศที่มีหลักฐานชัดว่าเคลื่อนไหวทำลายความมั่นคงของรัฐ อย่างกรณีของNGO ทั้งหมดของอิสราเอลถูกขับออกจากประเทศหมดเกลี้ยง??

FILE PHOTO: A Japanese-made liquefied natural gas (LNG) carrier is anchored near an LNG plant on Sakhalin island near the town of Korsakov, some 50 km (31 miles) from Yuzhno-Sakhalinsk February 18, 2009. REUTERS/Sergei Karpukhin (RUSSIA)/File Photo