เดินตามเมกา จนได้เรื่อง! เอสโตเนียผวา รัสเซีย ตัดไฟฟ้าเชื่อม 3 ปท.บอลติก แช่แข็งปชช.ช่วงฤดูหนาว

0

เดินตามเมกา จนได้เรื่อง! เอสโตเนียผวา รัสเซีย ตัดไฟฟ้าเชื่อม 3 ปท.บอลติก แช่แข็งปชช.ช่วงฤดูหนาว

จากกรณีที่ นายกรัฐมนตรี Kaja Kallas ได้ออกมาประกาศเตือนประชาชนในประเทศ ถึงโอกาสที่ประเทศจะโดนรัสเซียตัดออกจากระบบส่งไฟฟ้า ซึ่งรวมถึง ลิธัวเนีย และลัตเวียด้วยนั้น โดยให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานรัฐบาลด้วย โดยไม่มีข้อยกเว้น ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในหมู่ประชาชน โดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้ประจำบ้าน กลายเป็นสิ่งที่ประชาชนหาซื้อมากที่สุด

ล่าสุดทาง Blockdit World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่เอสโตเนียหวั่นรัสเซีย ตัดกระแสไฟฟ้าดับมืด 3 ประเทศทะเลบอลติก โดยอ้างอิงจาก Bloomberg และ Reuters ระบุว่า  ต้นปี 1943 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพเยอรมนี ที่ตัดสินใจผิดพลาดบุกไปยึดเมืองสตาลินกราด เทืองเขาคอเคซัส สหภาพโซเวียติ ก็เกิดหายนะใหญ่ ถูกย้อนเกร็ดปิดล้อมเมืองที่อากาศหนาวเหน็บจนทหารเยอรมันอดตายและเสียชีวิตยอมยกธงขาวพ่ายแพ้ศึกนองเลือดเสียชีวิตมากที่สุดทั้ง 2 ฝ่ายมากเป็นประวัติการณ์กว่า 2 ล้านราย จนสมรภูมิอื่นๆ พ่ายแพ้ตามมาเป็นโดมิโน

ปี 1944 กองทัพโซเวียตจึงสั่งลุยวงล้อมของเยอรมันที่ทางใต้เลนินกราด จนทัพแตกถอนทหารหนีตายไปตั้งหลักทางตะวันตก ทำให้โซเวียตบุกโจมตีกองทัพฟินแลนด์ทางเหนือเมืองเลนินกราดและเมืองเปโตรซาวอดสค์ แล้วรุกไล่บดขยี้จนแตกพ่าย , ฟินแลนด์ แปรพักตร์เอาตัวรอด ขอเจรจาโซเวียต ยอมคืนดินแดนที่เคยยึดไป , ปลดประจำการทหารให้เหลือเท่าที่จำเป็น

จ่ายค่าเสียหายปฏิกรรมสงครามความเสียหาย 300 ล้านดอลลาร์ให้โซเวียติ และตัดความสัมพันธ์ทางการทูต การทหาร และขับไล่ทหารเยอรมันออกจากดินแดน และยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข กองทัพเยอรมัน จึงสั่งถอยทัพขึ้นไปทางเหนือไปยังนอร์เวย์

เดือน ก.ย.1944 กองทัพฟินแลนด์ เปิดสงคราม “Lapland war” ขับไล่กองทัพเยอรมนี ในเขตป่าตอนเหนือของฟินแลนด์ นอร์เวย์ และรัสเซีย ที่หนาวเย็น กองทัพเยอรมนีที่รู้แล้วว่า “ถูกฟินแลนด์หักหลัง” จึงสั่งเผาล้างผลาญทำลายทุกสิ่งอย่างที่ถอยทัพผ่าน บ้านเรือน อาคารสำนักงานของรัฐ ถนน สะพาน เพื่อเป็นการแก้แค้นลงโทษ

กองทัพโซเวียติ ที่ถนัดทำสงครามในช่วงฤดูหนาวเย็น ระดมทหาร 900,000 นาย รถถังกว่า 3,000 คัน เครื่องบินรบ 2,640 ลำ ปืนกว่า 17,500 กระบอก สั่งรุกไล่กองทัพเยอรมนีในดินแดนย่านทะเลบอลติก ขณะกองทัพเยอรมัน อ่อนแอลงมากจากความพ่ายแพ้ในสมรภูมิสตาลินกราด , เคียฟ , เลนินกราด จากกำลังทหาร 3 ล้านคน เหลือเพียง 730,000 คน รถถังราว 1,200 คัน เครื่องบินรบราว 400 ลำ ปืนและปืน ค.ราว 7,000 กระบอก

กองทัพเยอรมนี พบหายนะพ่ายแพ้ใหญ่อีกครั้งแค่เวลา 71 วัน ทหารเยอรมันเป็นปุ๋ยไปกว่า 200,000 ราย ยอมแพ้ถูกจับเป็นเชลยศึก 33,5000 ราย ส่วนกองทัพโซเวียต สูญเสียทหารราว 61,000 นาย กองทัพเยอรมัน หนีตายออกจากดินแดนย่านบอลติกเกือบทั้งหมด ถูกตัดขาดการสื่อสารทางบกกับกองทัพย่อยทางตะวันออก , เดือน ก.ย.1944 สหภาพโซเวียติ มีชัยชนะปลดปล่อยดินแดน “เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย” ออกจากเยอรมัน เป็นชัยชนะและอิสระภาพยิ่งใหญ่ของชาวบอลติก

ปี 2022 ผ่านไป 78 ปี คนรุ่นต่อมาของ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย หันไปฝักไฝ่สหรัฐ ตั้งฐานทัพ NATO และคว่ำบาตรรัสเซีย ทั้งที่ต้องพึ่งพิงกริดไฟฟ้าจากรัสเซีย พลังงานก๊าซ น้ำมัน อาหาร สินค้า ฯลฯ จากรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ จนธุรกิจในประเทศต่างพากันปิดกิจการหนีตายไปมากมายเพราะขาดแคลนพลังงานราคาถูก ขาดแคลนวัตถุดิบ เช่น โรงงานผลิตปุ๋ย ธุรกิจค้าสุรารายใหญ่ยุโรป ฯลฯ

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีกาจา คัลลาส แห่งเอสโตเนีย ที่รัฐบาลเก่าล้ม และตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ได้ผู้นำคนเดิม เตือนว่ารัสเซียอาจเตรียมที่จะยกเลิกการเชื่อมต่อกริดไฟฟ้าจากเครือข่ายไฟฟ้าของทั้ง 3 ประเทศย่านบอลติก คือ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย ซึ่งจะนำไปสู่ไฟฟ้าดับช่วงฤดูหนาว ท่ามกลางราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนประหยัดพลังงาน โดยขณะที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ บนโต๊ะทำงานของเธอพบ “ฮีตเตอร์เครื่องทำความร้อนไฟฟ้า” โดยค่าไฟฟ้าของผู้บริหารรัฐ รวมทั้งบ้านพักใช้ฟรีแต่บริษัทไฟฟ้าเรียกเก็บจากภาษี

ด้านบริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ระบุว่าธุรกิจของเขาขายดีมากขึ้นในรอบ 4 เดือน เพราะนายกรัฐมนตรีกาจา คัลลาส เป็น “เซลล์ขายเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าที่เก่งมาก” สินค้าอีกอย่างที่กำลังขายดีก็คือ “ถุงพลาสติกสำหรับเก็บอุจจาระ , เทปกาว” ที่ควรเตรียมไว้ช่วงอากาศหนาวจัดติดลบ น้ำในชักโครกเย็นจนเป็นน้ำแข็งเพราะขาดไฟฟ้ามาอุ่นน้ำให้ละลาย และการขาดแคลนกระดาษชำระอย่างหนักในยุโรป